พิมพ์หน้านี้
|
ข้อมูลภาพ - จาก internet ข้อมูลเนื้อหา - จากหนังสือแก้วมณีอีสาน เรียบเรียงโดย - คุณประสิทธิ์ คุณุรัตน์ . . เช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๒ หลวงปู่ยังคงเดินจงกรมตามปกติ หลังจากนั้นได้เรียกพระเณรมาขอนิสัยใหม่ แล้วหลวงปู่ได้อบรมธรรมะ โดยให้พระเณรนั้นภาวนาดูจิตตนเอง ภาวนาให้จิตสงบ ม้างกายให้มาก หลวงปู่มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส ทักทายญาติโยมที่มาถวายจังหันอย่างอารมณ์ดี แต่ปรารภถึงความตายบ่อยครั้ง หลวงปู่ยังบอกลาด้วยว่า ท่านคงจะอยู่กับลูกศิษย์ไม่ได้นาน จึงขอลาล่วงหน้าไว้ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าหลวงปู่หลุยไม่ลาลูกศิษย์ลูกหาเลยนะ แม้ลูกศิษย์จะขอให้หลวงปู่อยู่นาน ๆ ท่านตอบว่าไม่ได้ สังขารมันไม่เที่ยง เอาแน่ไม่ได้ หลวงปู่ยังเมตตาตอบคำถามการปฏิบัติภาวนาที่ญาติโยมถาม เวลา ๑๑.๐๐ น. หลวงปู่เดินจงกรมสลับกับเข้าห้องพักเป็นช่วง ๆ หลายครั้ง จนเวลา ๑๓.๐๐ น. ท่านเรียกพระอุปัฏฐากขึ้นไปพบ และปรารภให้ฟังว่า ท่านไม่ได้พักเลย รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก รู้สึกว่าลมมันตีขึ้นเบื้องบน แล้วบอกให้ช่วยนวดขา อาการดีขึ้น ท่านจึงพูดกับญาติโยมที่เพิ่งมาถึงว่า "ดูหน้าหลวงปู่ไว้นะและก็จำไว้ จะไม่ได้พบเห็นอีกแล้ว ญาติโยมจึงขอนิมนต์ให้หลวงปู่อยู่ถึง ๑๐๐ ปี ท่านตอบว่า ไม่ได้หรอก ฝืนสังขารไม่ได้ ข้างนอกมันดีแต่ข้างในเสียหมด จนกระทั่งเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. หลวงปู่ปรารภกับพระอุปัฏฐากว่า วันนี้เป็นอย่างไรไม่ทราบนอนไม่ได้เลย นั่งพิงหรือเดินจงกรมค่อยยังชั่วหน่อย เวลา ๑๖.๐๐ น. อาการก็กำเริบอีก หลวงปู่หายใจไม่ออก จึงให้พระเณรช่วยนวด พระอาจารย์อุทัย สิริธโร และลูกศิษย์ ขอนิมนต์ท่านไปโรงพยาบาล ท่านบอกว่า "หมอก็ช่วยไม่ได้ ขอตายที่หัวหิน ไม่เข้ากรุงเทพฯหรอก สถานที่ไม่สงบเลย เราจะเข้าจิตไม่ทัน" ลูกศิษย์จึงต้องไปตามแพทย์มาดูอาการของท่าน หมอบอกว่าอาการโรคหัวใจกำเริบและอาหารไม่ย่อย ซึ่งตรงกับที่หลวงปู่บอกลูกศิษย์ก่อนที่หมอจะมา อาการของท่านกำเริบขึ้นอีกหลายครั้ง ท่านปรารภอาการให้พระเณรฟังว่า แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ แปลกจัง ถ้าตายตอนนี้ก็ดีนะ ท่านพูดเสียงดังใบหน้ายิ้มแย้ม ท่านบอกว่าธาตุขันธ์จะไม่ไหวแล้ว ท่านขอแสดงอาบัติและบอกบริสุทธิ์ต่อท่ามกลางสงฆ์ เสียงที่ท่านแสดงอาบัติและบอกบริสุทธิ์แจ่มใสยิ่งนัก ท่านกล่าวต่อว่า ตายตอนนี้ก็ดีใจได้ตายท่ามกลางสงฆ์ พระอาจารย์อุทัย สิริธโร กราบเรียนท่านว่า หลวงปู่ไม่ตายหรอก จิตหลวงปู่ไม่ตาย ที่ตายนะธาตุขันธ์ดอก หลวงปู่พยักหน้ายิ้มแล้วแสดงธรรมอบรมธรรม ปฏิญานปลงอายุสังขารแล้วปรารภปัจฉิมเทศนา ในเรื่องการทำกิจ การภาวนา การดูอาการของจิตก่อนตาย อย่าไปตามดูอาการของเวทนา ให้ดูจิตอย่างเดียว เมตตาธิคุณ กรุณาธิคุณของท่านไม่มีประมาณจริง ๆ ไม่อ้างกาล ไม่อ้างเวลา แม้อาพาธอย่างหนักครั้งสุดท้าย ช่วงเวลา ๒๓.๓๐ น. อาการของท่านกำเริบอีกและอาการหนักยิ่งขึ้น ท่านจึงออกจากห้องพักมาบอกว่า แน่นหน้าอกหายใจไม่ออกอีกแล้ว เห็นจะประคองธาตุขันธ์ต่อไปไม่ไหว คงจะปล่อยวางแล้ว ขอเอาจิตอย่างเดียว ท่านขอบใจที่พระเณรช่วยอุปัฏฐาก หากได้ล่วงเกินซึ่งกันและกัน ก็ขอให้อโหสิกรรมกันและกันด้วย หลวงปู่ได้กล่าวคำสุดท้ายว่า "เอาธาตุขันธ์ไม่ไหวแล้ว" เวลานั้นเป็นเวลา ๐๐.๔๓ น. ของคืนวันที่ ๒๔ ธันวาคม ซึ่งล่วงเข้าสู่วันจันทร์ที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๒ มาแล้ว ๔๓ นาที รวมอายุ ๘๘ ปี ๖๕ - ๖๗ พรรษา. . .
วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ วันโกน ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||