• อักษราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boondharik@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 26736
  • จำนวนผู้โหวต : 88
  • ส่ง msg :
more
อักษราภรณ์
ชีวิตกับธรรมะ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน 2551
เหตุเกิดในวันอาสาฬหบูชา.........พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
Posted by , ผู้อ่าน : 224 , 17:10:54 น.  
พิมพ์หน้านี้


เหตุเกิดในวันอาสาฬหบูชา.........พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

.

.

.

อมตะธรรมแรก

ที่กลั่นออกมาจากใจ

ด้วยวิสุทธิสุรเสียง

จากพระโอษฐ์แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

.

หลั่งออกมาด้วยพระเมตตาต่อมวลมนุษยชาติ

เผื่อแผ่การข้ามพ้นฟากฝั่งแห่งสังสาร

ที่ทุกข์ทบถมทับไม่มีประมาณ

หวังสุขเกษมในพระนิพพาน...

บังเกิดแก่มหาชน

.

อมตธรรมนั้นคือ...

พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

.

สิ่งที่พระองค์ทรงรู้แจ้งนำให้ตรัสรู้ในวันวิสาขบูชา

ก่อให้เกิดพระพุทธเจ้าศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา

แล้วทรงนำมาสาธยายในวันอาสาฬหบูชา

ก่อให้เกิดพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา

.

จึงใคร่ขอนำข้อความใน...

พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแปล

เรียบเรียงโดยครูบาอาจารย์กรรมฐานของฉัน

มาแสดงดังนี้

.

.

.

พระตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้ซึ่งพระอนุตตรสัมโพธิญาณแล้ว

เมื่อจะทรงประกาศธรรมที่ใคร ๆ ยังมิได้ให้เป็นไปแล้วในโลก

ให้เป็นไปโดยชอบแท้

ได้ทรงแสดงพระอนุตตรธรรมจักรใดก่อน

คือในธรรมจักรใด ๆ

.

พระองค์ตรัสรู้ซึ่งที่สุดสองประการ

และ

ข้อปฏิบัติเป็นกลางและปัญญาอันรู้เห็นอันหมดจดแล้วในอริยสัจทั้งสี่

เราทั้งหลายจงสวดธรรมจักรนั้น...

ที่พระองค์ผู้พระธรรมราชาทรงแสดงแล้ว

ปรากฏโดยชื่อว่า...

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

เป็นสูตรประกาศพระสัมมาสัมโพธิญาณ

อันพระสังคีติกาจารย์

ร้อยกรองไว้โดยเวยยากรณ์ปาฐะ  เทอญ.

.

อันข้าพเจ้า(คือพระอานนท์เถระ)

ได้สดับมาแล้วอย่างนี้...

.

สมัยหนึ่ง

พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้เมืองพาราณสี

.

ในกาลนั้นแล

พระผู้มีพระภาคตรัสเตือนพระภิกษุปัญจวัคคีย์ว่า...

.

ดูกร

ท่านผู้เห็นอำนาจประโยชน์มละฆราวาสสมบัติ

ออกบำเพ็ญพรตพรหมจรรย์เลี้ยงชีพด้วยภิกขาจารตามอริยยาจนาวิสัย

กล่าวนามตามอรรถสมุทัยว่าภิกษุ

.

ส่วนสุดลามกเลวทรามสองอย่าง

อันบุคคลผู้มละกามากรสถานคิหิพันธุ์

ดำรงผนวชพรหมจรรย์

เว้นไปจากกามารัมมณานุโยคแล้ว

มีนามว่าบรรพชิต

ผู้เว้นไปจากกามบริโภคกิจ

แสวงหาวิเวกเป็นเบื้องหน้า

ไม่พึงเสพสมาคมประกอบประพฤติเลย

.

ความประกอบตามซึ่งอันพัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย  อันนี้ใดด้วย

เป็นของต่ำช้า

กระทำสัตว์ให้ห่างจากอุตตริมนุสสธรรม

และให้สัตว์เกิดในหีนกายคืออบายกรรมเนิด

เป็นธรรมแห่งบ้าน...

เป็นเหตุที่จะให้ตั้งบ้านตั้งเรือน

เป็นของของปุถุชนคนกิเลสหนา

และนำมาซึ่งความเป็นปุถุชนมิให้ล่วงพ้นไปได้

ไม่ไปจากข้าศึก

ไม่กระทำสัตว์ให้เป็นอริยบุคคล

อันความพินาศใช่ประโยชน์ตั้งอยู่ด้วยแล้ว

กำกับอยู่ด้วยแล้ว

กามสุขัลลิกานุโยคนี้

เป็นส่วนสุดลามกประการหนึ่ง

.

ความประกอบตามซึ่งความให้ลำบากเหน็ดเหนื่อยตน

อันนี้ใดด้วย

เป็นทุกข์

ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ

ไม่ไปจากข้าศึก

ไม่กระทำให้สัตว์เป็นอริยบุคคล

อันความพินาศใช่ประโยชน์ตั้งอยู่ด้วยแล้ว

อัตตกิลมถานุโยคนี้

เป็นส่วนสุดลามกประการหนึ่ง

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...

ปฏิปทาหนทางที่สัตว์ไต่ไปดำเนินไป

ตั้งอยู่ ณ ท่ามกลาง

ไปโดยท่ามกลาง

ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดลามก 2 อย่างนั้น

.

มัชฌิมาปฏิปทา

หนทางกลางนั้น

อันพระตถาคตเจ้าตรัสรู้ด้วยปัญญายิ่งแล้ว

กระทำจักษุ...

กระทำญาณ...

คือปรีชาที่รอบรู้ดังแสงสว่างชัชวาล

กำจัดมืดมหันธการ

คือโมหะความหลงเสียให้พินาศ

ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ

ย่อมเป็นไปเพื่อจะ...

ตรัสรู้ยิ่ง

ตรัสรู้เฉพาะหน้า

ตรัสรู้ครอบงำโลกิยญาณ

ย่อมป็นไปเพื่อ...

ความตรัสรู้พร้อม

ตื่นด้วยดีจากหลับคือกิเลส

จะให้เบิกบานด้วยธรรมพิเศษในอริยวิสัย

ย่อมเป็นไปเพื่อ...

นิพพาน

ดับไม่เหลือ...

เหล่าเพลิงกิเลสมีราคะเป็นต้น

เหล่ากองทุกข์มีชาติเป็นต้น

.

มัชฌิมาปฏิปทา

มรรคากลางซึ่งพระตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว

กระทำจักษุคือปรีชาญาณ

ย่อมเป็นไปเพื่อสงบถึงอภิญญาสัมโพธนิพพาน

เป็นเขมวิถีมรรคาเอก

ด้วยประการฉะนี้

.

มัชฌิมาปฏิปทานั้นเป็นไฉน ?

คือธรรมานุโยคสัมมาปฏิบัติอันใดเล่า ?

ที่พระตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว

กระทำจักษุคือปรีชาญาณ

ย่อมเป็นไปเพื่อสงบถึงอภิญญาสัมโพธนิพพาน

.

มรรคาหนทางมีองค์อวัยวะ ๘ ประการ

เป็นอริยะไปจากข้าศึกอันนี้นั่นแลอันนี้อย่างเดียว

ชื่อว่า...

มัชฌิมาปฏิปทาหนทางกลาง

.

องค์อวัยวะ ๘ ประการนี้เป็นไฉน ?

คือธรรมอันใด ๆ บ้าง ?

.

องค์อวัยวะ ๘ ประการคือ

สมฺมาทิฏฺฐิ  ความเห็นชอบ ๑

สมฺมาสงฺกปฺโป  ความดำริชอบ ๑

สมฺมาวาจา  วิรัติเป็นเหตุเจรจาชอบ ๑

สมฺมากมฺมนฺโต  วิรัติธรรมเป็นเหตุทำชอบ ๑

สมฺมาอาชีโว  เครื่องอาศัยเลี้ยงชีวิตชอบ ๑

สมฺมาวายาโม  พยายามชอบ ๑

สมฺมาสติ  ระลึกชอบ ๑

สมฺมาสมาธิ  ตั้งใจไว้เสมอชอบ ๑

.

องค์ ๘ ประการนี้

เป็นอวัยวะสัมภาระของมรรคานั้น ๆ

จึงเป็นอฏฺฐงฺคิโก  มีองค์ ๘ ประการ

.

มรรคามีองค์อวัยวะ ๘ ประการนี้

เป็นมรรคาดีกว่ามรรคาทั้งปวง

ที่สัตว์ทั้งหลายดำเนินไปด้วยกาย วาจา ใจ

ไปจากข้าศึกภายในคือกิเลสได้จริง

จึงเป็นอริยะ

กระทำปุถุชนคนหนาให้เป็นอริยะได้

.

มรรคามีองค์ ๘ ประการเป็นอริยะ

อันนี้นี่แลไม่ใช่มรรคาอื่น

อันนี้มรรคาเดียวเท่านั้น

เป็นมัชฌิมาปฏิปทาหนทางกลาง

ที่พระตถาคตเจ้าตรัสรู้ด้วยปัญญายิ่งแล้ว

กระทำจักษุคือปรีชาญาณ

เป็นไปเพื่อสงบถึงอภิญญาสัมโพธนิพพาน

ดับสังขารทุกข์ทั้งปวง

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อันนี้แลมัชฌิมาปฏิปทานั้น

พระตถาคตเจ้าตรัสรู้แล้ว

กระทำจักษุคือปรีชาญาณ

เป็นไปเพื่อสงบถึงอภิญญาสัมโพธนิพพาน

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ก็อันนี้แลทุกขอริยสัจ

ของจริงอย่างประเสริฐคือทุกข์

.

แม้ชาติความเกิดด้วยขันธ์ ๕  ขันธ์ ๑  ขันธ์ ๔

ในสัตตนิกายนั้น ๆ

โดยชลัมพุชะ  อัณฑชะ  สังเสทชะ   อุปาติกะ  สี่กำเนิด

ชื่อว่าชาติความเกิด...ก็เป็นทุกข์

.

แม้ชราความชำรุดเสื่อมถอยแห่งขันธ์ที่เกิดแล้วนั้น...ก็เป็นทุกข์

.

แม้มรณะความแตกแห่งขันธ์ที่เกิดและชำรุดแล้วนั้น...ก็เป็นทุกข์

.

แม้โศกความแห้งใจและปริเทวะร่ำไรรำพันเพ้อด้วยวาจา

ทุกข์-ความเจ็บกาย  โทมนัส-ความไม่สบายจิต  อุปายาส-ความคับแค้น

ก็ล้วนเป็นทุกข์ละอย่างละอย่าง

.

ความที่ประจวบสมาคมพร้อมกับด้วยสัตว์และสังขารที่ตนไม่รักใคร่...ก็เป็นทุกข์

.

ความพลัดพรากไปจากสัตว์และสังขารที่ตนรักใคร่...ก็เป็นทุกข์

.

เมื่อปรารถนามุ่งหมายทะยานอยากและไม่ได้สมหวังอยู่แม้อันใด

ความไม่ได้สมหวังตามประสงค์นั้น...ก็เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง

.

โดยย่นย่อแล้ว

อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นทุกข์

ทุกข์ทั้งปวงย่นลงในอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ก็อันนี้แลอริยสัจคือทุกขสมุทัย

เหตุที่ให้ผลเกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์

.

ตัณหาเครื่องดิ้นรนประจำตัวสัตว์นี้อันใด

มีอันกระทำความเกิดอีกเป็นปกติ

ไปพร้อมแล้วด้วยนันทิราคะความกำหนัดด้วยความเพลิน

อันนันทิราคะความกำหนัดด้วยความเพลินไปกับไปพร้อมกำกับคุมอยู่ด้วยแล้ว

มักเพลินเฉพาะในอารมณ์นั้น ๆ

.

ตัณหาอันกระทำภพใหม่ไปพร้อมด้วยนันทิราคะ

เพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ เป็นไฉน ?

คืออาการประหวัดแห่งจิตและเจตสิกอันใดเล่า ?

.

กามตัณหา  คือตัณหาความดิ้นรนในกามารมณ์ที่สัตว์ปรารถนา ๑

.

ภวตัณหา  ความปรารถนาดิ้นรนในภาวะความมีความเป็น ๑

.

วิภวตัณหา  ความปรารถนาดิ้นรนในความพินาศ ความขาด ความไม่มีไม่เป็น ๑

.

และตัณหาทั้ง ๓ นั้น...

.

กามคุณิกราคะ

ความกำหนัดยินดีที่เป็นไปในทางกามคุณ ๕ ประการ

ความกำหนัดที่เกิดในกามคุณทั้ง ๕

มีกามคุณทั้ง ๕ เป็นวิสัย

ชื่อกามตัณหา

ความปรารถนา ความดิ้นรนกระสับกระส่ายในกามารมณ์

.

ราคะความกำหนัดที่สหรคตไปพร้อมด้วยสัสสตทิฏฐิ

ทิฏฐิความเห็นว่าเที่ยงยั่งยืนมีทุกเมื่อเข้ากำกับอยู่ด้วย

ชื่อว่าภวตัณหา

ความปรารถนา ความดิ้นรนในความมีความเป็น

.

ราคะความกำหนัดที่สหรคตไปพร้อมด้วยอุจเฉททิฏฐิ

ทิฏฐความเห็นว่าขาด ณ เบื้องหน้าขาดศูนย์เข้ากำกับอยู่ด้วย

ชื่อว่าวิภวตัณหา

ความปรารถนาดิ้นรนในความไม่มีไม่เป็น ความฉิบหายขาดศูนย์

.

ตัณหาที่กำหนดโดยอาการเป็นไปเป็น ๓ อย่างคือ...

กามตัณหา  ภวตัณหา  วิภวตัณหา

นี้เป็นสมุทัยให้ผลเกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์

เป็นปัจจัยแห่งอุปาทาน

อุดหนุนซึ่งเจตนา

เป็นตัวกรรมนำปฏิสนธิในภพน้อยใหญ่

จึงเป็นสมุทัย...เหตุให้เกิดทุกข์

คืออุปาทานขันธ์เกิดขึ้น

เป็นทุกขสมุทัย  อริยสัจที่ ๒

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อันนี้แลของจริงอย่างประเสริฐคือทุกขนิโรโธ...

ความดับทุกข์ไม่เหลือ

ความที่แห่งตัณหานั้นนั่นแลดับไปด้วยปราศย้อมโดยไม่เหลืออันใด

.

จาโค

ความสละเสียซึ่งตัณหานั้นนั่นแลอันใด

.

ปฏินิสฺสคฺโค

ความเสียสละคืนเสียซึ่งตัณหานั้นนั่นแลอันใด

.

มุตฺติ

ความปล่อยเสียซึ่งตัณหานั้นนั่นแลอันใด

.

อนาลโย

ความที่ไม่ติดอยู่ไม่พัวพันอยู่แห่งตัณหานั้นนั่นแลอันใด

.

ความที่ตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั้นมาดับสนิทเสียได้

เป็นทุกขนิโรธ

ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์...เป็นอริยสัจที่ ๓

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อันนี้แลอริยสัจของจริงอย่างประเสริฐ

คือทุกขนิโรโธ

ปฏิปทาให้สัตว์ผู้ปฏิบัติ...ถึงความดับทุกข์

.

มรรคมีองค์อวัยวะ ๘ ประการ

เป็นอริยะไปจากข้าศึกอันนี้นี่แล

อันนี้อย่างเดียวไม่ใช่มรรคาอื่น

.

องค์อวัยวะ ๘ ประการนี้เป็นไฉน ?

.

องค์ ๘ ประการคือ...

สมฺมาทิฏฺฐิ  ความเห็นชอบ ๑

สมฺมาสงฺกปฺโป  ความดำริชอบ ๑

สมฺมาวาจา  วิรัติเป็นเหตุเจรจาชอบ ๑

สมฺมากมฺมนฺโต  วิรัติธรรมเป็นเหตุทำชอบ ๑

สมฺมาอาชีโว  เครื่องอาศัยเลี้ยงชีวิตชอบ ๑

สมฺมาวายาโม  พยายามชอบ ๑

สมฺมาสติ  ระลึกชอบ ๑

สมฺมาสมาธิ  ตั้งใจไว้เสมอชอบ ๑

.

มรรคามีองค์อวัยวะ ๘ ประการนี้

เป็นปฏิปทาข้อปฏิบัติให้สัตว์ถึงความดับทุกข์ได้

ชื่อทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา...อริยสัจที่ ๔

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

จักษุได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา

ญาณได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา

ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา

วิชชาความรู้แจ้งได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา

แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา

อันนี้อริยสัจคือทุกข์ดังนี้

ในธรรมทั้งหลายที่เราที่เราไม่เคยได้ยินตามฟังต่อ ๆ กันมาในกาลก่อน

.

ญาณจักษุที่รู้ชัดรู้แจ้งสว่างว่า

อันนี้ทุกขอริยสัจดังนี้เกิดขึ้นแก่เราแล้ว

ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินตามฟังต่อ ๆ กันมาในกาลก่อน

อันนี้เป็นสัจญาณที่ ๑ ในทุกขอริยสัจ

.

อนึ่งเล่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่าง

ทุกขอริยสัจนี้นั้น

อันบุคคลพึงกำหนดรู้ดังนี้

ได้เกิดขึ้นแก่เราแล้ว

ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมาในกาลก่อน

อันนี้เป็นกิจจญาณที่ ๒ ในทุกขอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อนึ่งญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

ทุกขอริยสัจนี้นั้นเรากำหนดรู้แล้วดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้ว

ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อน

อันนี้เป็นกตญาณที่ ๓ ในทุกขอริยสัจ

 .                   

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อันนี้อริยสัจคือทุกขสมุทัย

เหตุให้ผลเกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์ดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อน

อันนี้เป็นสัจจญาณที่ ๑ ในทุกขสมุทัยอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อริยสัจคือทุกขสมุทัยนี้นั้น

อันบุคคลจะพึงมละเสียดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อน

อันนี้เป็นกิจจญาณที่ ๒ ในทุกขสมุทัยอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อนึ่งญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อริยสัจคือทุกขสมุทัยนี้นั้น

อันเรามละเสียแล้วดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อน

อันนี้เป็นกตญาณที่ ๓ ในทุกขสมุทัยอริยสัจ

 .                    

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อันนี้อริยสัจคือทุกขนิโรธ

ความดับทุกเสียโดยไม่เหลือดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อนดังนี้

อันนี้เป็นสัจจญาณที่ ๑ ในทุกขนิโรธอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อนึ่งญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อริยสัจคือทุกขนิโรธนี้นั้น

อันบุคคลพึงกระทำให้แจ้งดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อนดังนี้

อันนี้เป็นกิจจญาณที่ ๒ ในทุกขนิโรธอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อนึ่งญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อริยสัจคือทุกขนิโรธนี้นั้น

อันเรากระทำให้แจ้งแล้วดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อนดังนี้

อันนี้เป็นกตญาณที่ ๓ ในทุกขนิโรธอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อันนี้อริยสัจคือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

คือปฏิปทาให้สัตว์ถึงความดับทุกข์ได้ดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อนดังนี้

อันนี้เป็นสัจจญาณที่ ๑ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อนึ่งญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อริยสัจคือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้นั้น

อันบุคคลพึงให้มีให้เจริญดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อนดังนี้

อันนี้เป็นกิจญาณที่ ๒ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

อนึ่งญาณจักษุปรีชารู้ชัดแจ้งสว่างว่า

อริยสัจคือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทานี้นั้น

อันเราได้ให้มีให้เจริญแล้วดังนี้

เกิดขึ้นแก่เราแล้วในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้ยินมา ณ กาลก่อนดังนี้

อันนี้เป็นกตญาณที่ ๓ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

 .                     

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ยถาภูตญาณทัสสนะ

ปัญญาอันรู้อันเห็นจริงแท้ในอริยสัจ ๔ เหล่านี้ของเรา

มีปริวัฏเวียนไป ๓ ๆ   มีอาการ ๑๒ ดังนี้

ยังไม่บริสุทธิ์เพียงใดแล้ว

เราผู้พระตถาคต...ยังปฏิญญาณตนในโลก

กับทั้งเทวดา มาร พรหม หมู่สัตว์ ทั้งสมณพราหมณ์ เทพดา มนุษย์

ว่าเป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะ

ซึ่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณไม่ได้เลย

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ก็แต่กาลใดแล

ยถาภูตญาณทัสสนะ

ปัญญาอันรู้อันเห็นจริงแท้ในอริยสัจ ๔ เหล่านี้ของเรา

มีปริวัฏเวียนไป ๓ ๆ   มีอาการ ๑๒ ดังนี้

เป็นญาณทัสสนะอันบริสุทธิ์หมดจดพิเศษแล้ว

เมื่อนั้นเราผู้พระตถาคต

จึงปฏิญญาณตนในโลก

กับทั้งเทวดา มาร พรหม หมู่สัตว์ ทั้งสมณพราหมณ์ เทพดา มนุษย์

ว่าเป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว

ซึ่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณได้

.

อนึ่ง...

ปัญญาอันรู้อันเห็นเกิดขึ้นแล้วแก่เรา

ความพ้นพิเศษของเราไม่กำเริบไม่มีที่จะเสื่อมถอยคืนคลาย

ชาติความเกิดด้วยเป็นอัตภาพเบญจขันธ์ของเราชาตินี้

มี ณ ที่สุดแล้ว

.

บัดนี้...

ความเกิดอีกของเราบ่มิได้มี

ปัจจเวกขณญาณอันหยั่งรู้ประจักษ์แน่ดังนี้

ได้เกิดมีแก่เราแล้ว

.

ก็แลเมื่อธัมมจักกัปปวัตตนสูตรไวยากรณ์

คือบาลีล้วนไม่ระคนด้วยด้วยคาถาอันนี้

อันสมเด็จพระผู้มีพระภาคตรัสเทศนาอยู่

.

จักษุในธรรมปราศจากธุลีและมีมลทินอันปราศไป

ได้เกิดขึ้นแล้วแก่พระโกณฑัญญะว่า

.

ยงฺกญฺจิ  สมุทยธมฺมํ

ไตรวัฏคือ...กรรมกิเลสวิบากอันใดอันหนึ่ง

ที่มีกิเลสเกิดขึ้นพร้อมเป็นธรรมดา

สพฺพนฺตํ  นิโรธธมฺมํ

ไตรวัฏทั้งปวงนั้น

ก็เป็นของมีความดับเป็นธรรมดาดังนี้

.

ครั้งนั้น

สมเด็จพระผู้มีพระภาคจึงเปล่งอุทานว่า...

อญฺญาสิ  วตโภ  โกณฺฑญฺโญ

อญฺญาสิ  วตโภ  โกณฺฑญฺโญ

โกณฑัญญะ...ภิกษุได้รู้แล้วหนอ

โกณฑัญญะ...ภิกษุได้รู้แล้วหนอ

ดังนี้

.

เพราะอาศัยพุทธอุทานว่า...

อญฺญาสิ  อญฺญาสิ ดังนี้

คำว่า  อญฺญาโกณฺฑญฺโญ

จึงเป็นชื่อของท่านพระโกณฑัญญะว่า...

อัญญาโกณฑัญญะ

ด้วยประการฉะนี้แล.

.

.

.

.

.

วันพรุ่งนี้

 วันจันทร์ที่  ๒  มิถุนายน   พ.ศ.๒๕๕๑

วันโกน   แรม  ๑๔  ค่ำ   เดือน  ๖  ปีชวด

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
อักษราภรณ์ วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 08.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.

ขอเพื่อนธรรมทุกท่าน...
เจริญยิ่ง ๆ...
ในธรรมของพระพุทธองค์...
สาธุ สาธุ สาธุ
อนุโมทามิ.
ความคิดเห็นที่ 3
อักษราภรณ์ วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 08.34 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.


.....ดอกโมกข์เอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า
ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง
อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง
โมกข์น้อยดอกหนึ่ง...คงได้ชม.
ความคิดเห็นที่ 2
อักษราภรณ์ วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
เปลี่ยนดอกไม้บูชา...พระพุทธ  พระธรรม พระอริยะสงฆ์ บูรพาจารย์ บิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ... ทุกวันโกนค่ะ.


สวัสดีค่ะเพื่อนธรรมทุกท่าน
เดือนนี้เป็นเดือนเกิดของเจ้าของบ้าน
จึงตั้งใจลงเรื่องพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร
เก็บไว้ในบล็อก
เพื่อเป็นเครื่องบูชาคุณครูบาอาจารย์และพ่อแม่ค่ะ
ถ้าสนใจ...
เรียนเชิญอ่านไปเรื่อย ๆนะคะ
เพราะยาวววววววมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ.