พิมพ์หน้านี้
|
ส่วนหนึ่งของคำสอนของครูบาอาจารย์ ที่ฉันบ้างเพื่อนบ้าง จดบันทึกเอาไว้ นำมาแสดงวันนี้ เพื่อขอกุศลจากคำสอนนี้ และบารมีของครูบาอาจารย์ เตือนรำลึกตัวฉันเอง ในวันเกิดทางจันทรคติ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ *** หลวงพ่อไม่อยากเห็นลูกศิษย์นั่งคุกเข่าขอทาน เพราะว่ามันเจ็บ เคยเห็นไหม ? ที่เขานั่งคุกเข่าขอทานน่ะ *** โบราณว่า ตกทุกข์ได้ยากเจ็ดทีมั่งมีเจ็ดหน ยากเจ็ดทีมีเจ็ดหน ตกยากเจ็ดครั้งอดทนเจ็ดครั้ง ตกยากเจ็ดทีมั่งมีเจ็ดหน สู้ไม่ถอยสู้ให้ตลอด เอาภาษิตนี่มาแก้ปัญหาทุกสิ่งในตัวเรา พยายามคิดหาว่า อะไรเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ก็ทำสิ่งนั้น ๆ ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป *** พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ใช้ปัญญา ถ้าเรายังเชื่ออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ก็แปลว่าเรายังต้องอาศัยสิ่งอื่นคนอื่นอยู่ ทำอย่างไรที่เราจะใช้ปัญญาเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ ? ทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนเป็นธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าพิสูจน์แล้ว ทำอย่างไรที่ปัญญาของเราจะเข้าถึง ? ใช้สมาธิให้เกิดปัญญา ปัญญามีไว้แก้ไขตัว *** อะไรก็ไม่ดีเท่าการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมคลุมได้หลายอย่าง พยายามปฏิบัติกรรมฐานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ต่อไปจะได้ใกล้พระพุทธเจ้า จะเกิดปัญญาเอง ไม่ต้องถามหลวงพ่อแล้ว รู้เรื่องต่าง ๆ ที่เราอยากรู้ได้เอง กรรมฐานเป็นสิ่งที่ให้คุณ ปัญญานี้มีคุณค่าหาซื้อไม่ได้ *** ได้สุดยอดจริง ๆ สองอย่างก็พอแล้ว คือรู้อะไรดี รู้อะไรชั่ว ของบางอย่างให้คุณอนันต์ก็ให้โทษมหันต์ บุญกุศลสำคัญที่สุด คืองดสิ่งที่ควรงด ทำสิ่งที่ควรทำ *** อะไรเป็นสิ่งที่ดี ความดี หลวงพ่อกระโจนใส่เลย ขอให้เรายึดมั่นในการทำความดี ใครจะพูดอะไรไปทางไหนก็ไม่หันเห ทำความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป *** ชอบก็ยินดีอดกลั้นอดทน ไม่ชอบก็ยินดีอดกลั้นอดทน ไม่ต้องทำในสิ่งที่ชอบก็ยินดีอดกลั้นอดทน ต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบก็ยินดีอดกลั้นอดทน สามัคคี ตะโป สุขโข ร่วมกันทำเป็นตบะอย่างยิ่ง คือมีความอดทนที่จะทำหรือจะไม่ทำ จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นสุข *** เป็นธรรมดาของโลก สรุปว่าเป็นธรรมดาก็ยุติ ความดีก็มี ความริษยาก็มี กลั่นแกล้งก็มี มีกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา *** พระพุทธเจ้ายังมีพระเทวทัตเลย นับประสาอะไรกับคนธรรมดาสามัญ สิ่งที่ประทุษร้ายต่อเรา ถ้าเราไม่โกรธตอบก็ดีทั้งเราและเขา ทำจิตใจให้เข้มแข็งมีประโยชน์ พระพุทธเจ้าก็แสวงหาประโยชน์สุขแก่คน มิฉะนั้นก็จะมีแต่คนประทุษร้าย พระพุทธเจ้ามีแต่ความอดทนอดกลั้น ความอดทนอดกลั้นทำให้มีความเจริญ แก้ไขตนเอง *** น้ำท่วมได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? แล้วคนอื่นได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? โทษ...ไม่ต้องไปคิด ที่วัดคิดได้แล้ว น้ำท่วมทำให้ต้นไม้งาม ต้นที่ตายก็ไม่มาแย่งอาหาร ต้นที่ตายเปรียบเหมือนคนใจเสาะ ต้นขนุนที่วัดต้นหนึ่งยอมตาย อีกต้นที่ไม่ตายก็ถีบตัวสูงขึ้นรับอากาศ ต้นที่ต่ำกว่าก็ตาย เหี่ยว ต้นไม้ที่ไม่ตายพอน้ำลดยิ่งงามใหญ่ เพราะได้น้ำ-ปุ๋ยเยอะ *** พระพุทธเจ้าให้พิจารณาต้นเหตุ จับต้นเหตุให้ได้ ปลายเหตุจะดับเอง เหมือนราชสีห์ พอได้ยินเสียงลูกศรที่นายพรานยิง ก็หาคนยิงธนูเลย พยายามมองว่า อะไร ? อยู่ทิศไหน ? แล้วคว้าไว้ได้ จับลูกศรไว้ได้ *** พระพุทธเจ้าสอนเสมอ ให้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร พิจารณาว่าเท่าไรจึงจะพอประมาณ เมื่อมีมากก็กินแต่น้อย ๆ กินเพียงเพื่อเลี้ยงกายสังขาร ไม่กินเพื่อความอ้วนพี ฉันเพียงครึ่งอิ่ม ความโลภแก้ยาก เท่าไรก็ไม่พอ ผู้ที่รู้เท่าทันก็ตัดความโลภไปได้ ความอยากได้ มันอยากได้กันทุกผู้ทุกนาม ผู้ที่จะตัดได้คือผู้ที่มักน้อยสันโดษ *** ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ที่ว่าเปลี่ยนแล้วจะดีก็ไม่จริง จะดีหรือไม่ดี อยู่ที่การกระทำของเรา ชื่อเป็นเพียงให้รู้ว่า คนนี้เรียกชื่ออย่างนี้เท่านั้น ใครทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง ไม่ทำบาปเองย่อมหมดจดเอง *** แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบรอบคิดอ่านนะหลานหนา ถ้ายังคิดอย่างนี้ ยังเป็นโลกียะอยู่ โลกุตตระคือไม่มีเยื่อใย ไม่มีเยื่อใยกับความรู้สึกที่มากระทบ ถ้ายังทำไม่ได้ก็ยังเป็นโลกียะอยู่ ก็ทำไป ถ้าหันเหมาได้ ก็เป็นโลกุตตระ. . .
. วันนี้ วันพุธที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ วันโกน แรม ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีชวด
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||