พิมพ์หน้านี้
|
ข้อเขียนต่อไปนี้ เป็นผลงานเขียนจากประสบการณ์ของศิษย์รุ่นพี่ ของอักษราภรณ์ค่ะ และในโอกาสนี้ ก็ขอถือเป็น entry ล่าสุด เพื่อเรียนถึงเพื่อนธรรมทุกท่านว่า ดิฉันขอลาพักสักระยะ ยาววววววววววววววววววววววววววววววววววววว หากระลึกถึงกัน ขอความกรุณานำธรรมะหรือลิ้งค์ธรรมะ มาฝากไว้ที่บ้านด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ อนุโมทนาสาธุค่ะอนุโมทนาสาธุค่ะอนุโมทนาสาธุค่ะอนุโมทนาสาธุค่ะอนุโมทนาสาธุค่ะ อนุโมทนาสาธุ . เนื้อนาบุญ . มีครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้ปรารภธรรมกับหลวงพ่อ ถึงเรื่องความปรารถนา ที่จะเป็นผู้ให้สิ่งที่ดี ๆ ทั้งหลาย กับบุคคลทั่วไป หรือบุคคลเฉพาะกลุ่ม แต่หลายครั้งก็ต้องผิดหวัง เพราะผู้รับไม่ปรารถนาที่จะรับในสิ่งนั้น จะไม่ผิดหวังอย่างไร ในเมื่อเราจะเป็นผู้ให้ ก็ต้องเตรียมตัวพร้อมที่จะให้ ถ้าเป็นเรื่องความรู้แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็ต้องขวนขวายศึกษาหาความรู้ และหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ถ้าเป็นทรัพย์สินเงินทอง ก็จะใช้ความวิริยะอุตสาหะ ในการแสวงหาและอดออม
หลวงพ่อท่านได้กรุณาให้ความกระจ่างทางความคิดว่า
"การขวนขวาย เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ ก็ถือได้ว่าเป็นบุญอย่างหนึ่ง ในบุญ ๑๐ อย่าง คือเป็นไวยาวัจมัย บุญที่เกิดจากขวนขวายในกิจที่ชอบ จิตใจที่พร้อมจะเป็นผู้ให้ ก็เป็นจิตที่เป็นกุศล คือจิตตั้งอยู่บนพรหมวิหารธรรม ถึงแม้จะยังไม่มีผู้รับ แต่กุศลจิตได้เกิดขึ้นกับเราแล้ว"
"การเป็นภิกษุที่ดีก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะ ที่จะปลูกศรัทธาของตนเองต่อศีลต่อธรรม ของพระพุทธเจ้า และจะต้องเพียรไม่ละวาง ที่จะรักษาศรัทธานั้นไว้ เมื่อพุทธศาสนิกชนเขาศรัทธาในตัวเรา เขาพบเรา ก็จะเกิดจิตใจที่เป็นสุข เมื่อได้แสดงความเคารพต่อเรา จิตใจก็ยิ่งเป็นสุข เกิดเป็นกุศลจิต เป็นมงคลแก่จิต ดังพุทธดำรัสที่ว่า การบูชาในสิ่งที่ควรบูชา เป็นเอกมงคลอันอุดม การทำตนให้ควรแก่การบูชา ก็คือการทำตนให้พร้อม ที่จะเป็นผู้ให้สิ่งที่เป็นมงคล แก่ผู้ปรารถนาการบูชา"
"ทั้งสองกรณีนี้ คือการทำตนเป็นเนื้อนาบุญ ยิ่งนาบุญนั้นมีความอุดมสมบูรณ์เท่าใด ผู้ที่มาทำนาหรือแสวงบุญ ก็ยิ่งได้ผลตอบแทนกลับไปมากขึ้นเท่านั้น"
"คนบางคนอาจจะไม่มีความปรารถนา ที่จะรับในสิ่งที่เราปรารถนาจะให้ หรือจิตใจยังหย่อนศรัทธา หรือเกิดมิจฉาทิฏฐิขึ้นในจิตใจ ไม่ใช้เราเป็นเนื้อนาบุญ เราก็ควรจะมีความมั่นคง ในอุเบกขาธรรม คือไม่ยินดียินร้าย เพราะเนื้อนาบุญ ก็ยังคงเป็นเนื้อนาบุญอยู่"
"เปรียบเสมือนกับเรา พบเห็นขอทานที่ชราภาพมากแล้ว เกิดความสมเพช เราอยากจะให้ทานแก่ขอทานผู้นั้น แต่พอเราเดินเข้าไปหา เขากลับเดินหนี เราก็ไม่ควรจะน้อยอกน้อยใจ โยนเงินที่จะให้ขอทานนั้น ทิ้งไปเสียเปล่า ๆ " .
. วันนี้ วันศุกร์ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ วันโกน ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๙ ปีชวด . |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||