• อักษราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 1148
  • จำนวนผู้ชม : 1144465
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2142 คน
อักษราภรณ์
การเดินทางของชีวิตที่มีธรรมะเข้ามาประกอบ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn
วันอังคาร ที่ 20 กันยายน 2565
Posted by อักษราภรณ์ , ผู้อ่าน : 986 , 22:06:29 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน soultraveller , ..เวลาสวัสดิ์.. โหวตเรื่องนี้

 

ธาตุวิภังคสูตรธรรมบรรยาย

วิญญาณที่บริสุทธิ์

ธรรมบรรยายพิเศษหัวข้อ

ธาตุวิภังคสูตรธรรมบรรยาย 

รวมอยู่ในหนังสือโสฬสปัญหา 

พระนิพนธ์ใน 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า  กรมหลวงวชิรญาณสังวร 

(เจริญ  สุวฑฺฒโน)

คลิกอ่านที่เคยโพสต์ไว้เป็นตอน ๆ ตามลิงค์

http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn/2009/06/30/entry-1
ธาตุวิภังคสูตรธรรมบรรยาย - ๑๔

http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn/2009/07/01/entry-1
ธาตุวิภังคสูตรธรรมบรรยาย - ๑๕

http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn/2009/07/02/entry-1
ธาตุวิภังคสูตรธรรมบรรยาย - ๑๖

 

 

ธาตุวิภังคสูตรธรรมบรรยาย

วิญญาณที่บริสุทธิ์

ได้แสดงธาตุวิภังคสูตร

พระสูตรที่แสดงการจำแนกธาตุมาโดยลำดับ

จนถึงข้อที่พระบรมศาสดาทรงแสดงอธิบาย

วิธีปฏิบัติไม่ประมาทปัญญา

ก็คือ

พิจารณาจำแนกธาตุในร่างกายนี้ออกเป็นธาตุ ๕

และเมื่อธาตุสัญญา  ความกำหนดหมายในธาตุปรากฏขึ้น

จิตก็ย่อมหน่ายจากธาตุทั้งหลาย

ย่อมสิ้นติดใจยินดีจากธาตุทั้งหลาย

จึงเหลือแต่วิญญาณธาตุ  ธาตุรู้ที่บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว

ย่อมรู้อะไร ๆ ได้ด้วยวิญญาณธาตุนั้น

ย่อมรู้สุขรู้ทุกข์รู้เป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

และย่อมรู้ว่าสุขทุกข์และกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

เป็นเวทนาที่เกิดเพราะสัมผัสหรือผัสสะ

เมื่อผัสสะหรือสัมผัสดับ

เวทนานั้น ๆ ก็ดับ

ย่อมรู้ดั่งนี้

 

ทรงสอนให้ชำระขัดเกลาจิตหรือธาตุรู้

จึงมาถึงข้อที่พึงทำความเข้าใจแก่ผู้ต้องการปฏิบัติ

อันนับว่าเป็นข้อสำคัญ

ก็คือ

วิญญาณที่บริสุทธิ์ผ่องแผ้วอันเป็นวิญญาณธาตุ

ธาตุที่คำรบ ๖

 

พระองค์มิได้ทรงสอน

ให้พิจารณาวิญญาณธาตุเหมือนอย่างธาตุ ๕ ข้างต้น

ซึ่งตรัสสอนให้พิจารณา

เพื่อให้จิตหน่ายคลายความติดใจยินดีจากธาตุเหล่านั้น

โดยได้พิจารณาให้เห็นด้วยปัญญาชอบตามที่เป็นแล้ว

คือเป็นจริงว่า

นั่นมิใช่ของเรา  เรามิใช่เป็นนั่น  นั่นมิใช่เป็นอัตตาตัวตนของเรา

แต่ได้ตรัสแสดงว่า

ครั้นเห็นด้วยปัญญาชอบดั่งนั้น

จิตหน่ายคลายความติดใจยินดีหรือสิ้นความติดใจยินดี

จากธาตุเหล่านั้นแล้ว

จึงเหลือแต่วิญญาณที่บริสุทธิ์ผ่องแผ้วซึ่งรู้อะไร ๆ ได้ด้วยวิญญาณนั้น 

ดั่งนี้

เพราะฉะนั้น

วิญญาณธาตุข้อที่ ๖ นี้

ซึ่งตามศัพท์มีคำแปลอย่างง่าย ๆ ว่าธาตุรู้

ซึ่งตรงกับที่เราเรียกกันว่าใจหรือว่าจิต

ใจหรือจิตนี้

จิตเป็นภาษาบาลี  ใจเป็นภาษาไทย

และได้มีพระพุทธภาษิตตรัสไว้ให้อบรมจิตให้รักษาจิต

และจิตที่อบรมดีแล้วรักษาดีแล้ว

ย่อมบรรลุถึงวิสังขารคือนิพพานที่ปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่งได้

เพราะตัณหาสิ้นไป

เพราะฉะนั้น

จิตหรือใจจึงเป็นสิ่งสำคัญซึ่งมีอยู่ในบุคคลทุก ๆ คน

และ

จิตหรือใจนี้เป็นสิ่งที่พึงรักษาอบรมตามหลักพระพุทธศาสนา

และแม้ได้ทรงสอนเอาไว้ว่า

ชำระจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องใสในพระโอวาทปาติโมกข์

อันแสดงว่า

จิตนี้ขัดเกลาชำระให้บริสุทธิ์ผ่องใสได้

และในพระสูตรนี้

ก็ตรัสสอนให้ชำระขัดเกลาจิตให้ผ่องใสนั่นเอง

ด้วยสัมมัปปัญญาคือปัญญาชอบ

โดยที่ไม่ประมาทปัญญาคือพิจารณาแยกธาตุ

และเมื่อไม่ประมาทปัญญาดั่งนี้

จึงจะได้สัมมัปปัญญาคือปัญญาชอบ

ทำจิตให้หน่ายให้คลายให้สิ้นความกำหนัดติดใจยินดีจากธาตุทั้งหลายได้

เมื่อเป็นดั่งนี้

จิตจึงบริสุทธิ์ผ่องใส

ในทางตรงกันข้าม

หากไม่ปฏิบัติชำระขัดเกลาจิตใจ

ให้ได้สัมมัปปัญญา  คือปัญญาอันชอบดั่งนี้

จิตก็ย่อมเศร้าหมองไม่ผ่องใส

เพราะเหตุที่มีอาสวะคือมานะ

อันได้แก่กิเลสที่ไหลเข้ามาขังอยู่ในจิตใจ

เป็นต้นว่า

มานะ  ความสำคัญหมายว่าตัวเราของเราในกายและใจอันนี้

ปรากฏเป็นตัณหา  ความดิ้นรนทะยานอยาก

นันทิ  ความเพลิน

ราคะ  ความติดใจยินดี

นำให้เกิดโทสะโมหะ

ดังที่เรียกว่าราคะโทสะโมหะหรือโลภะโทสะโมหะ  โลภโกรธหลง

จิตจึงไม่บริสุทธิ์ไม่ผ่องใสหรือว่าใจไม่บริสุทธิ์ไม่ผ่องใส

ดั่งจิตสามัญทั่วไป

จิตที่ไม่บริสุทธิ์ผ่องใสดั่งนี้

ยากที่จะพิจารณาจับเวทนา  จับสัมผัสได้

สัมผัสคือการกระทบของอารมณ์กับจิต

อันสัมผัสและเวทนานั้นเป็นอาการของจิตใจ

บังเกิดขึ้นในเมื่อ

ตาเห็นรูป 

หูได้ยินเสียง 

จมูกได้ทราบกลิ่น 

ลิ้นได้ทราบรส

กายได้ทราบสิ่งที่กายถูกต้อง 

และมโนคือใจได้รู้ได้คิดเรื่องราว

คืออายตนะภายในภายนอกประจวบกันอยู่ตามปรกติ

ที่ทุก ๆ คนมีอยู่เป็นไปอยู่

และเมื่ออายตนะภายในภายนอกประจวบกันดั่งนี้

ย่อมนำให้เกิดสัมผัสคือความกระทบ

อันหมายความว่ากระทบเข้าไปถึงจิต

สิ่งที่กระทบเข้าไปถึงจิตใจนั้นเรียกว่าอารมณ์

เพราะว่าตากับรูป  หูกับเสียงเป็นต้น

เป็นวัตถุกระทบเข้าไปถึงจิตใจไม่ได้

แต่ว่า

เมื่อตากับรูป  หูกับเสียงเป็นต้นประจวบกัน

ก็เป็นอารมณ์

คือเรื่องอารมณ์นี้เองกระทบเข้าไปถึงจิตใจ

ก็เป็นสัมผัส  ที่แปลว่าความกระทบคือกระทบใจนั่นเอง

รู้สึกเหมือนกับว่า

เมื่อเห็นรูปอะไร  รูปนั้นเข้าไปกระทบถึงจิตใจ

ได้ยินเสียงอะไร  เสียงนั้นกระทบเข้าไปถึงจิตใจ

คือจิตใจรับรู้

รับรู้รูปรับรู้เสียง

เหมือนดังว่าเป็นรูปจริง ๆ  เป็นเสียงจริง ๆ  ในภายนอก

แต่อันที่จริงนั้น

ไม่ใช่รูปจริง ๆ เสียงจริง ๆ

แต่เป็น

อารมณ์ของรูปของเสียงนั้นต่างหาก

ที่กระทบจิตใจหรือว่าที่จิตใจกระทบ

กระทบดังนี้แหละ

คือตัวสัมผัสหรือผัสสะ

 

เวทนาเกิดจากสัมผัส

เมื่อกระทบดั่งนี้จึงจะเกิดเวทนา

เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้างเป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุขบ้าง

ถ้าหากว่าไม่กระทบก็ไม่เกิดเวทนา

ในวันหนึ่ง ๆ นั้น

ทุก ๆ คนได้เห็นรูปอะไร ๆ  ได้ยินเสียงอะไรเป็นต้น

มากมายหลายสิบหลายร้อยหลายพันหรือว่าหลายหมื่น

แต่ว่าสักแต่ว่าเห็นสักแต่ว่าได้ยินเป็นต้นเสียเป็นอันมาก

ไม่กระทบเข้าไปถึงจิตใจ

จึงไม่ปรากฏเป็นสุขเป็นทุกข์หรือเป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

คือว่า

สักแต่ว่าเห็นสักแต่ว่าได้ยิน  แล้วก็ผ่านไปผ่านไป

มีบางเรื่องเท่านั้นที่กระทบเข้าไปถึงจิตใจ

อันนำให้เกิดสุขทุกข์หรือเป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

เพราะฉะนั้น

จึงได้ตรัสไว้ในที่นี้ว่า

เหมือนอย่างไม้สีไฟ ๒ อันมากระทบกันก็เกิดไฟ

เมื่อแยกไม้สีไฟนั้นออกจากกัน  ไม่มาสีกันก็ไม่เกิดไฟ

ไฟก็ดับฉันใดก็ดี

เมื่ออารมณ์มากระทบใจหรือใจกระทบอารมณ์

ก็เหมือนอย่างไม้สีไฟ ๒ อันกระทบกัน

จึงเกิดเวทนา

แต่ว่า

ถ้าอารมณ์กับจิตใจไม่มากระทบกันไม่มาสีกัน

ก็ไม่เกิดเวทนา

ทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งที่เป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

นี้เป็นธรรมชาติธรรมดา

 

 

เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา

ผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ได้สัมมัปปัญญา

เมื่ออายตนะภายในภายนอกประจวบกัน

ย่อมมีอารมณ์

คืออารมณ์กระทบกับจิตใจอยู่เสมอ

ก็เกิดเวทนาอยู่เสมอ

เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้างเป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุขบ้าง

เว้นไว้แต่ที่มาประจวบกัน

คืออายตนะภายในภายนอกมาประจวบกัน

ก็สักแต่ว่าเห็นสักแต่ว่าได้ยิน

แล้วก็ผ่านไป ๆ 

ไม่มากระทบถึงจิตใจให้เกิดเวทนา

แต่แม้เช่นนั้น

มีอารมณ์คือกระทบเข้ามาถึงจิตใจนั้นก็มีเป็นอันมาก

ถ้าการที่กระทบนั้น

เป็นที่ตั้งของสุขก็ทำให้เกิดสุขเวทนา

เป็นที่ตั้งของทุกข์ก็ทำให้เกิดทุกขเวทนา

เป็นที่ตั้งของไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขก็ทำให้เกิดเวทนาที่ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุข

และเวทนานั้นเองก็เป็นปัจจัยให้เกิด

ตัณหาความดิ้นรนทะยานอยาก

หรือราคะโทสะโมหะสืบต่อไป

หรือว่าให้เกิดนันทิ  ความเพลิน  ให้เกิดราคะความติดใจยินดี

ทำให้จิตใจเศร้าหมองไม่ผ่องใส

เป็นไปอยู่ดั่งนี้

จิตสงบเป็นอุเบกขาเมื่อวางสัมผัสวางเวทนา

แต่ถ้าหากว่าได้ปฏิบัติขัดเกลาจิตใจ

โดยวิธีพิจารณาแยกธาตุ

ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้

ให้ได้สัมมัปปัญญาคือปัญญาชอบ

รู้เห็นตามที่เป็นไปแล้ว

ว่ามิใช่เรา  มิใช่ของเรา  มิใช่เป็นเรา  มิใช่เป็นอัตตาตัวตนของเราขึ้นได้

ได้ความหน่ายความคลายหรือสิ้นติดใจยินดีจากธาตุทั้งหลาย

เมื่อเป็นดั่งนี้

ตาเห็นอะไรหูได้ยินอะไรเป็นต้น

สัมมัปปัญญาคือปัญญาชอบก็จะบอกทันที

ว่านั้นมิใช่ของเรา  เรามิใช่เป็นนั่น  นั่นมิใช่เป็นอัตตาตัวตนของเรา

สักแต่ว่าเป็นธาตุ

เมื่อเป็นดั่งนี้

จึงสักแต่ว่าเห็น  สักแต่ว่าได้ยิน

แต่ไม่เป็นอารมณ์มากระทบถึงจิตใจ

ให้เกิดสุขเวทนาทุกขเวทนาหรืออุเบกขาเวทนา

แม้ว่า

จะเกิดเวทนาเหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่งอยู่

เวทนานั้นก็ย่อมดับ

เพราะเหตุว่าไม่ให้อารมณ์มาสีกับใจ

เหมือนอย่างไม่ให้ไม้สีไฟ ๒ อันมาสีกัน

ก็ไม่เกิดไฟ

คือ

ไม่เกิดเวทนาที่เป็นสุขบ้างเป็นทุกข์บ้างเป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุขบ้าง

นี้เป็นเงื่อนของการปฏิบัติ

ซึ่งการปฏิบัติดั่งนี้

คือความที่สามารถไม่ให้มีอารมณ์ไม่ให้เป็นอารมณ์

มาเสียดสีกับใจ  กระทบใจเป็นสัมผัสเป็นผัสสะให้เกิดเวทนา

เป็นการปฏิบัติตัดทาง

ของตัณหา 

ของนันทิความเพลิน 

ของราคะความติดใจยินดีพร้อมกับโทสะโมหะ

มิให้บังเกิดขึ้น

จึงเป็นการป้องกันใจไม่ให้กิเลสไหลเข้ามา

เพราะอารมณ์ทั้งหลายมากระทบจิตใจ

แปลว่าไม่มีอารมณ์ปฏิบัติให้ไม่มีอารมณ์

แต่ถ้าไม่ปฏิบัติดั่งนี้ย่อมมีอารมณ์

อันหมายความว่า

อารมณ์มากระทบจิตใจหรือจิตใจกระทบอารมณ์เรียกว่ามีอารมณ์

ฉะนั้น

จึงเรียกกันเป็นภาษาไทยว่ามีอารมณ์

ชอบบ้างชังบ้าง  อารมณ์ดีบ้างไม่ดีบ้าง

ดังที่พูดกันก็คือว่ามีอารมณ์

แปลว่า

ใจถูกกระทบแล้ว

เป็นสัมผัสแล้ว

ก็เป็นสุขเป็นทุกข์หรือเป็นกลาง ๆ ไม่ทุกข์ไม่สุข

แล้วก็เป็นปัจจัยให้เกิดตัณหาเป็นต้นดังกล่าว

นี้เป็นการปฏิบัติป้องกันกิเลสระงับกิเลสทางปัญญา

จะกล่าวว่าปัญญานำสมาธิก็ได้

เพราะจิตที่ไม่มีอารมณ์ไม่รับอารมณ์นั้น

กล่าวได้ว่าเป็นจิตที่เป็นสมาธิ

สัมมัปปัญญาย่อมนำให้เกิดสมาธิได้ดังนี้

ก็เป็นสัมมาสมาธิ  สมาธิชอบ

ปรากฏเป็นอุเบกขาความเข้าไปเพ่งพินิจ

ซึ่งวางการปรุงแต่งทั้งหลาย

จะเรียกว่าวางสัมผัสวางเวทนาก็ได้

และเฉยคือไม่ดิ้นรนไม่กวัดแกว่งไม่กระสับกระส่าย 

สงบ

เพราะเมื่อวางสัมผัสวางเวทนาได้ไม่เกิดตัณหา

ก็ย่อมจะมีความสงบ

ตรงกันข้ามกับตัณหา

ซึ่งเป็นความดิ้นรนกวัดแกว่งกระสับกระส่าย

สงบได้ดังนี้คือเฉย

          

          

 

ขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพทุกภาพค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 25/09/2022 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....



ความคิดเห็นที่ 8 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
soultraveller วันที่ : 23/09/2022 เวลา : 03.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Digital Nomad Accommodation

🙏

ความคิดเห็นที่ 7 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/09/2022 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


😸😊

ความคิดเห็นที่ 6 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/09/2022 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


🙂🙏🍀

ความคิดเห็นที่ 5 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/09/2022 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


🙂🙏🙏🙏

ความคิดเห็นที่ 4 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/09/2022 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


🙂🙏🙏🙏

ความคิดเห็นที่ 3 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/09/2022 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


🙏🙏🙏

ความคิดเห็นที่ 2 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/09/2022 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


🙏🙏🙏

ความคิดเห็นที่ 1 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อักษราภรณ์ วันที่ : 20/09/2022 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


อนุโมทนาสาธุทุกท่านค่ะ
_/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2022 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]