|
รำลึกถึง"คุณแม่"  คุณแม่ของผม
ปกติผมจะเดินทางลงไปไชยา(โมถ่าย)บ้านเกิดปีละครั้ง เราจะเลือกเอาวันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เป็นวันพบปะพี่น้อง ลูกๆหลานๆ และญาติสนิท เพื่อร่วมรดน้ำขอพรจาก"แม่" หรือ ย่า ยาย(แม่เฒ่า)และทวดของหลาน ๆ ซึ่งท่านมีอายุ 93 - 94 ปี แม้หูจะไม่ค่อยได้ยิน สาย ตาจะฝ้าฟางมองไม่เห็น และลุกเหินไปไหนไม่ได้ แต่"สัญญา"ความจำของแม่ยังนับว่า ยอดเยี่ยมมาก ๆ สังเกตได้ว่าท่านจะอวยพรให้แต่ละคนที่มาร่วมรดน้ำได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนเลย
 ภาพหลานย่า คนหนึ่งรดน้ำขอพรย่าเมื่อ 14 เม.ย.51
ปีนี้ ผมเดินทางลงไปไชยาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากลงไปในช่วงสงกรานต์กลับมาแล้ว ครั้งแรกไปรดน้ำขอพรจากคุณแม่ .....แต่ครั้งนี้ไปเพื่อรดน้ำเนื่องในการจากไปของคุณแม่อย่างไม่มีวันกลับ


 ภาพการแวดล้อมปรนนิบัติดูแลก่อนแม่จากไป
ผมและน้องชายซึ่งอยู่ไกลถึงศรีราชาและกรุงเทพฯ รับทราบข่าวจากน้องสาวว่าอาการของแม่ ไม่สู้จะดีนักจึงรีบเดินทางโดยรถไฟ(สปริ๊นเตอร์)ไปถึงไชยาในเช้าวันที่ 2 พ.ค. 51 โดยมิชักช้าผมและน้องเข้าไปบอกกล่าวข้างหูแม่ว่าผมและน้องมาแล้ว..นะแม่ แม่เอ่ยชื่อผมและน้องเป็นการรับรู้ สังเกตดูสีหน้าท่านยินดีไม่น้อยทีเดียว ทราบจากพี่สาว น้องสาวและญาติ ๆ ว่าตลอดเวลาหลายวัน หลายคืนที่ผ่านมา จะมีคนคอย ปรนนิบัติดูแลแม่อย่างใกล้ชิดมิได้ขาด บางคืนมีคนมานอนเป็นเพื่อนถึง 20 คน ได้ยินแล้วก็ รู้สึกอบอุ่นและซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีของแต่ละท่านไม่หาย  นี่แหละ หลานสะใภ้ที่ดูแลแม่ (แม่เฒ่า) เป็นพิเศษ
นอกจากพี่สาว น้องสาวที่คอยดูแลใกล้ชิดแม่แล้ว คนที่เว้นจะกล่าวถึงไม่ได้คือ หลานสะใภ้ ที่คอยอุ้มแม่เข้าห้องน้ำ เช็ดอึ เช็ดฉี่ให้อย่างไม่รังเกียจเลย ซึ่งหลายคนทำไม่ได้เหมือน

ในที่สุด....แม่ก็จากพวกเราไปเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2551 เวลา 15.10 น. ด้วยอาการ"สงบงาม" (ขอยืมสำนวนที่น้องชายเขียนในหนังสือแจกงานศพ) ท่ามกลางการ แวดล้อมของลูกหลาน ญาติมิตรอย่างอบอุ่นกว่า 20 คน ผมอดที่จะหลั่งน้ำตาอาลัยในการ จากไปของคุณแม่ไม่ได้ ทั้งที่ทราบว่าเป็นธรรมดาของเหตุ-ปัจจัยของสังขารซึ่งจะต้อง ถึงกาลแตกดับไปก็ตามที
 กำหนดการ สวดพระอภิธรรมศพ
 5 พี่น้อง ลูกแม่ที่มีชีวิตอยู่
 ลูกชายแม่ 3 คน
 ลูก หลาน จากศรีราชา
 สะใภ้จากศรีราชา
 ถือหรีดถ่ายภาพก่อนไปวัด
วันที่ 10 พฤษภาคม 2551 เวลา 13.00 น. เป็นวันที่ผมอดใจหายไม่ได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อร่างไร้วิญญาณของแม่ถูกนำสู่เมรุและถูกเผาเป็นเถ้าถ่านให้รอเก็บกระดูกที่หลงเหลือใน เช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้( 11 พ.ค.51)
ผมเอง หลานชาย และญาติอีก 2 คน ไปร่วมเก็บกระดูกแม่ตอน 6 โมงเช้า วันที่ 11 พ.ค. ท่ามกลางสายฝนพรำ เห็นแล้วแทบไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากอังคาร เถ้าถ่าน และกระดูก บางส่วน ...เห็นแล้วทำให้นึก"ปลง" ถึงชีวิตร่างกายคนเรา...สุดท้ายก็แค่นี้เอง สิ่งที่เหลือคือ "ความดี-ความชั่ว" ของแต่ละคนมากกว่า ( แล้วไฉนนักการเมืองจึงยังกอบโกย โกงกินกันไม่หยุดหย่อน ) "ตลอดชีวิตเมื่อพูดถึงแม่ คำนิยามที่คู่ควร ได้แก่ ขยันอย่างยิ่งในการงาน เมตตาเอื้ออารี ต่อผู้อื่นอย่างไม่มีประมาณ และ สุดยอดแห่งการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี คำกล่าวนี้ก็ล้วนประจักษ์ แจ้งในใจลูกหลานญาติมิตร และผู้คนที่ได้สัมผัสใกล้ชิดแม่ การรักผู้อื่น แม่แสดงให้เราได้เห็น เป็นแบบอย่างชัดเจนที่สุด" ขอให้บุญกุศลที่แม่สร้างสมมาตลอดชีวิต จงเป็นผลานิสงส์ นำพาดวงวิญญาณของแม่ไปสู่สุคติ ในสัมปรายภพด้วยเทอญฯ .....................................................................................................................
|