พิมพ์หน้านี้
การเข้าล้อมรอบเขตรัฐสภาของพันธมิตรคืนวันที่ 6ตุลาคม นั้นสำหรับผมคือการรุกฆาตของพันธมิตรในการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลนอมินีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ท่าทีของแกนนำนั้นแสดงให้เห็นถึงการกดดันแตกหักกัอำนาจรัฐ จากกรณีตำรวจเข้าจับกุมแกนนำทั้งสองคือลุงจำลองและอ.ไชยวัตน์ ดูโดยภาพรวมพันธมิตรเหมือนจะได้เปรียนในเชิงความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ พร้อมกระแสการเข้าร่วมของมวลชนอย่างมากหลังจากแม่ทัพสำคัญอย่างพลตรี จำลอง ถูกตำรวจจับตัวไปแต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเช้าตรูวันที่ 7ตุลาคม อีกวันหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติสาสตร์การเมืองไทยว่ารัฐบาลทรราชของนายสมชาย ตัวแทนของทักษิณผู้เป็นพี่เขยได้สั่งการให้ตำรวจเข้าสลายผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงและโหดเหี้ยม ใช้อาวุธสงครามยิงผสมเข้ามากับแก๊สน้ำตาจนทำให้เกิดการสลายการชุมนุมทั้งวันถึง 5ครั้ง ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียชีวิต 2บาดเจ็บ 300กว่าคนของฝ่ายพันธมิตร โดยการบัญชาการของ ผบ.บช.น เหตุของการสลายหรือการเข่นฆ่าประชาชนนั้นเพียงเพื่อ ต้องการเข้ารัฐสภาเพื่อแถลงนโยบาลของรัฐบาลเห็นกระดาษเพียง 30หน้าและเวลาไม่กี่ชั่วโมงสำคัญกว่าเลือดเนื้อที่ต้องหลั่งชโลมดิน แต่สิ่งนั้นคือกลลวงจากเหตุผลที่แท้จริงที่เพียงต้องการกำจัดศัตรูทางการเมืองและเป็นเหตุก่อความวุ่นวายเพื่อเอาเหตุนี้ไปให้อาชญากรโกงบ้านกินเมืองไปเป็นเหตุผลการลี้ภัย หลบหนีอาญาแผ่นดิน โดยการดำเนินการเข่นฆ่าประชาชนโดยรัฐตำรวจที่ยอมสยบต่อผลประโยชน์ อำนาจและเงินทอง จนหลงลืมความถูกต้อง กระทำการอย่างเหิมเกริม ทั้งผู้นำและตำรวจยังมีหน้ามาบิดเบือนความจริงหน้าซื่อ ทั้งที่เขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าเป็นการที่รัฐบาลและรัฐตำรวจฆ่าประชาชน การต่อสู้ยังไม่จบถ้าพันธมิตรชนะก็ต้องเช็คบิลกลุ่มคนเหล่านี้ ถ้าคนเหล่านี้ลอยนวลหลังการต่อสู้จบ แกนนำพันธมิตรคือผู้ที่ต้องจัดการเช็คบิลแทนประชาชนที่สูญเสีย แต่การเคลื่อนไหวกดดันของพันธมิตรในวันนี้ทั้งวันก็เกิดจุดอ่อนขึ้นเหมือนกันเพราะการโอบล้อมรอบอาคารรัฐสภานั้นเกิดความหละหลวมกว่าการเคลื่อนไหวใหญ่ในครังก่อนหน้านี้ การกระจายคนไปหลายจุดแต่ขาดแกนนำคนสำคัญควบคุมอย่างเข้มแข็ง การตั้งแนวป้องกันไม่แน่นเหมือนเคย แต่ที่สำคัญการโจมตีที่หนักหน่วงของตำรวจทำให้มวลชนเกิดการบาดเจ็บสาหัสนั้นทำให้ขวัญและกำลังใจของมวลชนสูญเสียและขาดความมั่นใจอย่างมากจะเห็นว่าเมื่อโดนโจมตีและกดดันอย่างหนังจะถอยหนีทันที ไม่สามารถกดดันตำรวจนานๆได้เลย เพราะในจิตใจของมวลชนเกิดความหวาดกลัวอยู่ลึกๆขึ้นแล้ว และแกนนำหน้าอาคารรัฐสภาก็ไม่รู้จังหวะการรุกการถอยเหมือนลุงจำลอง เพราะจังหวะบุกกลับถอย จังหวะถอยกลับสั่งให้บุกและไม่ยอมระดมคนมาเพื่อกดดันที่รัฐสภาเพียงจุดเดียว แต่แบ่งคนรักษาทำเนียบกับแกนนำที่ถูกหมายจับเลยขาดพลังที่แท้จริง อีกทั้งทั้งสองฝ่ายอาจแสดงให้เห็นว่าความต้องการนั้นเหมือนกันที่ต้องการกองทัพออกมาช่วยเหลือตน ทางระบอบทักษิณใครทำก็ได้เพราะต้องการรัฐประหารอยู่แล้วในการอ้างขอลี้ภัยแต่พันธมิตรต้องการออกมาให้อยู่ฝ่ายตนเท่านั้น กองทัพก็ไม่แสดงออกมาว่าเป็นกลางเสียอีก มีคนเจ็บคนตายแล้วแต่ก็ยังหน้ามึนไม่ทำอะไร ผมอยากให้เข้าข้างรัฐบาลไปเลยจะได้จับอาวุธสู้กับรัฐบาล ตำรวจและกองทัพมันเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่แกนนำก็ควรจะมั่วแต่รอกองทัพมาช่วยเสียจนลืมมวลชนใช้มวลชน เรียกทหารออกมานะครับเพราะมันเป็นเหมือนการใช้ประชาชนเป็นเพียงเบี้ยในเกมแย่งชิงอำนาจ เพราะมันจะเป็นกรรมที่จะติดตัวท่านไป เพราะไอ้การประกาศชัยชนะอย่างพรำเพรือนั่นบ้างที่มันก็หน้าเบื่อครับ แถมออกมาแถลงก็ไม่ยอมเคลื่อนไหวอะไรต่อ ถอยทัพกลับมาทำเนียบ มานั่งบนว่าทหารเข้าไม่ออกมาช่วย ทั้งที่ประชาชนก็สู้ได้เหมือนกัน ต้องแก้ไขครับไม่เช่นนั้นจะยืดเยื้ออีกแน่ ยิ่งนานยิ่งอ่อนแรงครับเชื่อผม รุกฆาตแล้วต้องจบอย่าหวังทหารมาปิดเกมให้อย่างเดียว ต้องพึ่งพาตัวเองก่อนครับ เพราะสิ่งที่คุณทำในวันนี้ วันข้างหน้าความจริงก็จะปรากฎนะครับ ทำดี ทำชั่ว ใครมีวาระแอบแฝงเดี๋ยวก็รู้กัน แกนนำต้องรวบรวมศักยภาพและสติและต้องรุกครับ เดี๋ยวรุก เดี๋ยวถอยมานั่งรับอยู่ในทำเนียบแพ้แน่ รุกฆาตแล้วต้องจบ เขื่อผมเถอะ *** บทความนี้แก้ไขใหม่*** สุดท้ายนี้ ของแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน ด้วยจิตคารวะ
|