พิมพ์หน้านี้
|
ผ่านพ้นมาแล้ว 5 วันสำหรับเหตุการณ์ 7 ตุลาฯตำรวจฆ่าประชาชน แต่สิ่งที่สื่อสารกลับมาจากรัฐบาล ตำรวจและแนวร่วมที่สนับสนุนรัฐบาล ทั้ง นปก สื่อที่สนับสนุนรัฐบาลจนเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง กลับเป็นการเพิ่มอุณภูมิการเมืองและชี้ชัดว่าบ้านเมืองไทยวันนี้มันยากแล้วที่จะสงบสุขได้ด้วย วิธีสันติ สถานณ์การณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในวันนี้ของมวลชนพันธมิตรฯและรัฐบาลนายสมชาย ตัวแทนระบอบทักษิณจะดูเหมือนว่ามาถึงทางตันโดยสมบูรณ์แล้วว่า การต่อสู้จะต้องจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่มีทางที่น้ำกับน้ำมันจะผสมกันได้แล้วในวันนี้ เพราะดูท่าทีทั้งสองฝ่ายแล้วเลยจุดเจรจาสมานฉันท์ที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยต้องการให้เกิดขึ้น แต่ผู้คนจำนวนมากในสังคมไทยที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารอย่างครบถ้วนใกล้ชิดหรือมีความเข้าใจสิ่งที่เกิดมาทั้งแบบมองภาพด้านเดียว ดูไม่ครบถ้วนของภาพรวมทั้งหมด เสพข้อมูลข่าวสารแบบฉาบฉวย หรือด้วยเหตุผลนานาประการ เช่น เรื่องการเมืองฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วย ใครเป็นรัฐบาลก็เลวเหมือนกันหมดชีวิตฉันไม่ได้ดีขึ้น โอ้ย..มันก็แค่แย่งอำนาจกันเดี๋ยวมันก็เลิกแล้วมาแบ่งผลประโยชน์เชื่อเถอะ ฉันไม่สนใจหรอกทำงานหากินดีกว่า อ้อ..ผมไม่พูดเรื่องการเมือง คนที่คิดแบบนี้ผมอยากจะบอกว่าถ้าประเทศจะพินาศล่มจมท่านก็มิอาจหลี่กเลี่ยงได้หรอกว่าท่านมีส่วนร่วมและต้องได้รับผลจากเหตุการณ์ไปด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะนิ่งเฉยอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่คนเหล่านี้จะพูดแนน่อนหลังจากเหตุการณ์เหล่านี้แล้วเมื่อมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะ ก็จะเหยียบยำอีกฝ่ายที่แพ้แน่นอน ตามสันดานผู้เป็นกลาง รัฐบาลในวันนี้เป็นผู้ที่สามารถกำหนดสถานการณ์ได้มากกว่ากลุ่มพันธมิตรฯ แต่สิ่งที่รัฐบาลแสดงและกระทำในวันนี้ไม่สอเจตนาที่จะให้บ้านเมืองสงบสุข แม้พยายามออกมาแก้ตัวจากทั้งรัฐบาลหรือตำรวจผู้กระทำการปรามปรามจนเป็นการเข่นฆ่าประชาชนให้บาดเจ็บล้มตาย แถมยังกระทำการต่างๆนานาไปในทางเพิ่มข้อขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งการคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจัดตั้ง ส.ส.ร ขึ้นมาแก้ไข ไม่มีคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่ตนทำ ตำรวจทำตัวไร้ศักดิ์ศรีไม่สมเป็นลูกผู้ชาย ซ้ำยังกระทำเยี่ยงโจรออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าตนเองทำเหมาะสมแล้ว คนตายคนเจ็บนำอาวุธร้ายแรงและระเบิดมาระเบิดตนเอง รัฐบาลมีการจัดฉากมากมายว่าจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยการให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุหน้ารัฐสภาและลานพระรูปหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว 3 วัน แถมพื้นที่เหล่านั้นได้ถูกปัดกวาดทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างในเช้าวันที่ 8 ตุลา เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ภาพเหตุการณ์ที่สื่อมวลชนและผู้ชุมนุมบันทึกไว้นั้นมันเกินจะพอแล้ว แล้วเราจะสามารถจะวางใจเชื่อการสอบสวนของหน่วยงานรัฐบาลและตำรวจที่กระทำการทำร้ายประชาชน ตั้งคนของตัวเองมาสอบสวนหรือ ใช่หลักฐานทางนิติเวชนั้นสำคัญ แต่เวลาที่ควรออกมาเก็บหลักฐาน ไม่ยอมออกมา ออกมาเมื่อหลักฐานถูกทำลาย หลักการนี้สากลเข้าใช้กัน ดูหนังแนวสืบสวนสอบสวนเขาก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้นที่ห้ามเข้าไปวุ่นวายกับสถานที่เกิดเหตุ ผมว่าคำพูด" ความยุติธรรมที่มาอย่างล่าช้า นั้นก็คือความอยุติธรรมนั้นเอง "นั้นสามารถใช้ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้ได้ดี
รถน้ำทำความสะอาดบริเวรลานพระรูปเช้าวันรุ่งขึ้นแต่วันที่ 7 ตุลาฯ ตำรวจกลับบอกไม่มีรถน้ำ
ขณะนี้ก็มีการประสานเสียงของแนวร่วมรัฐบาลทรราชออกมาในแนวทางยั่วยุ ท้าทายและขมขู่ ทางกลุ่มผู้ชุมนุนของฝ่ายพันธมิตรตลอดเวลาหลังวันที่ 7 ตุลาฯ ทั้งแนวร่วม นปก.ประกาศยึดทำเนียบคืนจากพันธมิตรให้รัฐบาล หรือ พล.ต.อ สล้าง บุญนาค อดีตอธิบดีกรมตำรวจออกมาแถลงว่า ตำรวจโดนกลั่นแกล้งจากสังคม แถมยังมีแนวคิด รวบรวมตำรวจนอกราชการที่อดีตเคยเป็นครู ตชด.ปจ.คอมมานโด กองปราบปราม จะตั้งกองกำลังกู้ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเสนอรัฐบาลว่าจะเข้าไปยึดทำเนียบคืนเอง สล้างยังบอกว่าเบื้องต้นรวบรวมตำรวจนอกราชการได้กว่า 1 พันนายแล้ว อีกทั้งลิ่วล้อ นปก.ที่รัฐบาลมิอาจปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องก็เริ่มเคลื่อนไหวไปในแนวทางเดียวกัน
สุดท้ายต้องพูดถึง บทบาทของกองทัพ หรือ ทหาร นั่นเองประเด็นสำคัญคงมุ่งไปที่ ตัว พล.อ อนุพงษ์ ผบ.ทบ ที่ออกมาบอกว่าตนเองเป็นกลางในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อกระแสสังคมออกมาโจมตี พร้องมีข่าวลือที่มีการรับเงินรับทองจากใครบางคน ก็ออกมาแก้เกี้ยวว่าทหารอยู้ข้างประชาชน แต่พันธมิตรฯทั้งหลายเขาคิดว่าท่านนั้นแค่ ยืนข้างศพประชาชน และออกมาพูดว่าต้องการให้รัฐบาล หาผู้สั่งการและกระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ก็แค่คำพูดเท่านั้นการกระทำมันไม่ใช่ เพราะสิ่งที่ท่านมีนั้นเป็นเสมือนกับสัญลักษณ์ของชัยชนะของการต่อสู้ทางการเมืองของชาติไทยมาตลอด ทั้งแกนนำและมวลชนทั้งสองฝ่ายนั้นก็ต้องการให้ท่านมาเป็นพวกทั้งนั้น แม้ที่ผ่านมาตัวผมเองหรือแกนนำหรือพันธมิตรฯทั้งหลายจะมีแนวคิดว่า ชัยชนะพันธมิตรฯนั้นต้องได้แนวร่วมอย่างทหารเข้ามาร่วมต่อสู้และยืนข้างพันธมิตรเท่านั้นถึงจะเอาชนะรัฐบาบนอมินี่ทักษิณได้ แม้จะต้องแลกด้วยการปฎิวัติรัฐประหารก็ตาม เพื่อจัดการพวกโกงกินขายชาติให้หมดไป แต่วันนี้ผมว่ามันไม่ใช่แล้วเพราะมันจะเข้าทำนอง สมบัติพลัดกันชม อีกทั้งทหารในวันนี้ก็มิได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนที่บอกว่ายืนข้างประชาชนจริง ต้องยอมรับความจริงว่า อำนาจและผลประโยชน์นั้นสามารถทำให้คนดีหรือที่คิดว่าดี เปลี่ยนเป็นคนเลวหรือแสดงตัวตนที่แท้จริงว่าสิ่งที่กระทำไปนั้นมันก็เพื่อทำเพื่อตนเองเข้าสู่อำนาจและผลประโยชน์ที่จะได้รับเท่านั้น แต่สิ่งที่ทหารควรกระทำในวันนี้คืออย่ารัฐประหารรัฐบาล แต่ต้องแสดงตนอย่างชัดเจนและเข้มแข็งว่าไม่ยอมรับการกระทำที่ผิดพลาดของรัฐบาล และออกมาปกป้องประชาชนไม่ให้เกิดเหตุไทยฆ่าไทย อย่ายอมให้รัฐบาลแค่ ลาออก-ยุบสภา เพื่อฟอกตัวจากความผิดแล้วจบ ส่วนการบริหารบ้านเมืองมันมีทางออกครับถ้าทำจริง ปัญญาของผู้นำกองทัพอย่างท่านหรือคนที่ท่านสมควรปรึกษาของท่าน ถ้าจะทำก็คงทำได้แน่นอน เอาแบบไม่ต้องฉีกรัฐธรรมนูญหรือผิดกฎหมายด้วย เพราะดูเหมือนสิ่งต่างๆที่สังคมทุกภาคส่วนที่ไม่เห็นด้วยกระทำของรัฐบาลที่ปราบปรามประชาชน การแสดงตนต่อต้านแบบอารยะ กัปตันไม่รับขึ้นเครื่อง หมอไม่รับตรวจรักษา ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนและประชาชนไม่ต้อนรับหรือโห่ไล่ มันไม่กระทบต่อมจริยธรรมกับรัฐบาลและนักการเมืองหน้าด้านหน้ามึนเหล่านี้ได้ อีกทั้งข้าราชการก็สยบยอมรับใช้รับบาลเพราะกลัวโดนลงโทษหรือหมดความก้าวหน้า ข้าราชการที่โดนกดหัวกลั่นแกล้งโยกย้าย ถ้าทหารวางตัวและปฎิบัติผิดพลาดในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เหตุการณ์อย่าง 19 กันยา ที่ประชาชนนำดอกไม้ไปให้จะกลายเป็นก้อนอิฐแทน ดังจุดยืนที่เป็นกลางของท่านนะดีแล้วครับ แต่ต้องเป็นกลางอย่างถูกต้องชอบธรรมด้วย ไม่ใช้หลับหูหลับตาเป็นกลาง จะด่ากัน จะตีกัน จะฆ่ากัน ทหารต้องเป็นกลาง กลางกลวงแล้วครับท่าน
ในสถานการณ์การเมืองที่ส่อไปในทางรุนแรง เราต้องยอมรับความจริงว่าสังคมไทยวันนี้มันแบ่งแยก แบ่งฝ่ายนั้นเป็นเรื่องจริง ทั้งประชาชน สื่อมวลชน แถมยังเชื่อในความคิดของฝ่ายตนนั้นเป็นความถูกต้อง ประชาชนอย่างเราก็ต้องมีสติให้มากๆกันละครับว่าฝ่ายไหนมีความชอบธรรมมากกว่ากัน เพราะว่ามันมีทั้งผิดและถูกทั้งสองฝ่าย ต้องวัดกันที่ความชอบธรรมของการกระทำ ที่ต้องเอาคุณธรรมความดีมาเเป็นตัวประกอบการกระทำ จงมีสติและควรทำตนอย่างไร เมื่อเกิดความรุนแรงและความสูญเสีย เพราะวินาทีนี้สัญญาณต่างที่บอกว่าความรุนแรงมิอาจหลีกเลื่ยง ความเจ็บบวดและความคับแค้นต่อ ตำรวจและรัฐบาล ได้ก็ตัว บ่มเพาะขึ้นในใจคนที่รักความถูกต้องชอบธรรม หรือมวลชนของพันธมิตรฯจำนวนมากมาย แต่คนอีกกลุ่มก็ไม่น้อยที่ยืนอยู่บนฝากฝั่งของความคิดที่นิยมชมชอบระบอบทักษิณกลับยินดีและสะใจที่เกิดความสูญเสียล้มตายของฝ่ายตรงข้ามและพร้อมที่เข้าห่ำหั่นที่จะเพิ่มจำนวนและปริมาณความสูญเสียให้เพิ่มขึ้น โดยใช้ความรุนแรงเพื่อตอบสนองตันหาแก่ผู้นำของพวกเขา เพื่อรักษาอำนาจ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ที่ได้มาด้วยการโกงกิน เพื่อให้ตนเองอยู่รอดไม่ต้องถูกดำเนินคดีที่ตนเองก่อไว้ หรือเพื่ออะไรก็ตาม สถานการณ์และจูงใจในวันนี้ ควันไฟของความรุนแรงมันประทุ จนก่อสะเก็ดไฟแล้วครับ รอวันลุกลามใหญ่โตเพราะเชื้อไฟที่ดูเหมือนฝ่ายรัฐบาลและแนวร่วมทั้งหลาย ขยันโยนเข้ากองไฟ และฝ่ายรัฐดูจะพยายามโยนมากกว่าฝ่ายสูญเสียอย่างพันธมิตรฯ ผมยังหวังลึกๆว่าเลือดคงไม่ต้องเสียเพื่อสนองนักการเมืองชั่ว แต่ความหวังมันดูเลือนลางเหลือเกิน
***** ฝากถึงคนที่บอกว่าเป็นกลาง แต่ขอให้ท่านทั้งหลายนั้น เป็นกลางโดยยืนอยู่บนความถูกต้องชอบธรรมและความ มีเหตุ มีผลจะแสดงความคิดเห็นหรือการแสดงออกนั้นควรจะมีข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน ครบถ้วนและมีความจริง ความชัดเจนของข่าวสารก่อนที่จะแสดงความคิดต่อสาธารณะ
การที่มนุษย์จะเข้าเข่นฆ่ากันนั้น ไม่ใช่ฟ้ากำหนด แต่มนุษย์นี่แหละเป็นผู้กำหนดเอง
**** ขอขอบคุณรูปประกอบจากอินเตอร์เน็ต |