พิมพ์หน้านี้
|
เป็นที่เข้าใจในแง่หนึ่งว่าถ้าดาวเคราะห์ทุกดวงหมุนรอบตัวเอง และโคจรไปรอบดาวฤกษ์นั้นจะทำให้เกิดการขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นและก็จะมีบริวารเป็นดวงจันทร์เกิดขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระยะเวลาหนึ่งที่จะได้กลายเปลื่ยนไปเป็นดาวฤกษ์ดวงต่อไป และมีดวงจันทร์ก็เปลื่ยนเป็นดาวเคราะห์ขึ้นด้วย ในระบบก็จะมีดาวฤกษ์หลายดวงอาศัยอยู่รวมกัน ดาวเคราะห์ที่ได้ขยายตัวเป็นดาวฤกษ์ก่อนก็จะมีผลต่อดาวเคราะห์ดวงข้างๆ อย่างรีกไม่พ้นสมดุลย์ของดาวเคราะห์ข้างเคียงอาจเสียสมดุลย์ไปชั่วขณะหนึ่ง เป็นไปไม่ได้เลยว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมไปได้อีกในเมื่อมีดาวฤกษ์มาอยู่ใกล้ๆ จะเป็นไปได้หรือเปล่าที่ดาวเคราะห์จะจับคู่กันสองดวงโดยการหมุนรอบกันเอง คือดาวพฤหัสและดาวเสาร์จะโคจรรอบดาวเคราะห์ด้วยกันเองแล้วพากันออกนอกระบบสุริยะ เพื่อรอที่จะเปลื่ยนเป็นดาวฤกษ์ภายนอกระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆที่อยู่ข้างเคียงจะได้ไม่ขาดสมดุลย์ไปด้วยจะยังคงดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ ดาวเคราะห์จะมีแรงดึงดูดระหว่างกันได้มากพอหรือไม่ การหมุนรอบตัวเองไม่ได้หมายถึงการที่โลกหมุนเท่านั้นแต่หมายรวมถึงการมีดวงจันทร์โคจรอยู่โดยรอบแรงที่เกิดก็ต้องรวมชั้นบรรยากาศเข้าไปด้วย ดวงจันทร์มีผลต่อโลกเมื่อเคลื่อนไปที่ใดน้ำก็จะขึ้นตามไปทุกที่ แรงดึงดูดระหว่างกันก็มีผลต่อทุกสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องจริง ดาวพฤหัสและดาวเสาร์มีดวงจันทร์เป็นบริวารจำนวนมาก แรงดึงดูดที่เกิดขึ้นก็ต้องรวมไปถึงบริวารของดาวเคราะห์ด้วยเช่นกัน ดวงจันทร์จำนวนมากก็ต้องมีแรงดึงดูดมากเช่นกัน แรงดึงดูดจะพอที่จะดูดดาวเคราะห์ด้วยกันหรือไม่ ถ้าพอจะเกิดเป็นแรงคู่ควบทันที่ แรงคู่ควบระหว่างดาวพฤหัสกับดาวเสาร์จะพอพากันให้หลุดออกจากนอกระบบสุริยะได้ และเมื่อดาวพฤหัสกับดาวเสาร์ออกนอกระบบสุริยะแล้วแรงดึงดูดระหว่างกันก็จะทำให้ดาวเคราะห์ทั้งสองเปลี่ยนเป็นดาวฤกษ์ได้อย่างสมบรูญ์ต่อไป โดยจะส่งผลกระทบให้ดาวเคราะห์ข้างเคียงน้อยกว่า |