พิมพ์หน้านี้
|
ใครที่ใช้บริการรถไฟฟ้า สถานีอ่อนนุช ตอนดึก ๆ สัก 3 - 4 ทุ่ม คงคุ้นตากับภาพยายแก่ ๆ คนหนึ่งที่บันไดรถไฟฟ้า กับกระด้งเก่า ๆ ใบหนึ่ง บนกระด้งมีขนม ของดอง และพวงมาลัยไม่กี่พวงอยู่ ทุกครั้งที่ผ่านไป ยายมักก้มหน้าร้อยพวงมาลัย ท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ชวนสงสาร สำหรับหนุ่มสาวชาวคอนกรีต ที่เร่งรีบกับเวลา ไม่เว้นแม้แต่ตอนสามสี่ทุ่ม อาจจะไม่สังเกตเห็นภาพเหล่านี้ ฉันเองก็อาจเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น กระทั่งวันนึง หลังจากตรากตรำทำงานจนดึก ด้วยความเร่งรีบอยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจใช้บริการรถไฟลอยฟ้า แล้วมาต่อรถที่ป้ายใต้สถานี ระหว่างรอรถเมล์ ซึ่งดึก ๆ แบบนี้ กว่าจะมาสักคัน ก็นานแสนนาน แต่ช่วงระยะเวลานั้น กลับทำให้เห็นภาพที่ไม่เคยสังเกต... ยายแก่ ๆ นั่งร้อยพวงมาลัย บางครั้งก็นั่งหาว แต่แกก็ไม่ย่อท้อ ค่อย ๆ ร้อยมะลิลงไปทีละดอก ๆ หลังจากเต็มพวง ก็ใช้มีดตัดเชือก แล้วค่อย ๆ มัดเข้าด้วยกัน หนุ่มสาววัยทำงานที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครสักคนที่จะแวะซื้อพวงมาลัยหรือขนมของยายเลย นั่นแหละ จุดเริ่มต้นของเรื่อง ทุกครั้งที่เห็นยาย ฉันจะต้องแวะซื้อพวงมาลัยบ้าง ขนมบ้าง ของดองบ้าง บางทีก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะซื้อไปทำไม เพราะขนมเหล่านั้นก็ไม่ได้อร่อยอะไรนักหนา เมื่อเทียบกับขนมที่ขึ้นห้างขายกันเกลื่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันได้ ได้มากกว่าเงินค่าขนมหรือดอกไม้ที่เสียไป นั่นคือ รอยยิ้ม... ทุกครั้งที่ได้รับเงินจากลูกค้า มุมปากที่เคยเม้มเหยียดตรง จะยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเล็ก ๆ เกิดขึ้น พร้อมกับคำ "ขอบคุณ" เบา ๆ ยายไม่เคยเงยหน้าขึ้นมามองเลยว่า ลูกค้าคนนั้นสูงต่ำดำเตี้ยยังไง จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ฉันเห็นยายอยู่ตรงนั้นประจำ กระทั่งหลัง ๆ ไม่ค่อยได้กลับบ้านทางนั้น เลยไม่ได้อุดหนุนยาย แต่ถ้านั่งรถผ่าน เป็นต้องมองหายายอยู่เป็นประจำ ถึงฝนจะตก หรืออากาศหนาวแค่ไหน ยายก็นั่งอยู่ตรงนั้น ยังนึกเสียดายที่ช่วงหลังไม่ได้กลับรถไฟฟ้า เลยไม่ได้เป็นลูกค้าของยายเลย กระทั่งศุกร์ที่แล้ว เพิ่งสังเกตเห็นยายมานั่งอยู่ที่อีกฝั่งของตอนดึก ๆ ยายมานั่งขายขนมสารพัด ไม่ว่าจะเป็น โดนัต ขนมปังหมูหยอง ขนมปังกระเทียม และอื่น ๆ แต่ด้วยความเร่งรีบของเวลา ทำให้ไม่ได้ไปอุดหนุนยาย แต่แล้ววันนี้ฟ้าดินเป็นใจ ลงจากรถเมล์ ก็เดินย้อนกลับไป เพื่อซื้อขนมกับยาย วันนี้ตั้งใจจะยิ้มให้ยายอย่างสวย ๆ แล้วเลือกเอาโดนัตเป็นสินค้าของเช้าวันนี้ พร้อมกับยื่นแบงก์ร้อยให้ ยายก็ยังคงก้มหน้าเหมือนเดิม แล้วพูดเบา ๆ ว่า "ไม่มีแบงก์ย่อยเหรอ" ด้วยความฉงนว่า เอ๊ะ ขนมแค่ห่อละ 20 ทำไมยายไม่มีเงินทอน แต่แล้วทุกอย่างก็กระจ่าง ยายหยิบเงินทั้งตัวออกมา พบว่า มีแบงก์ยี่สิบ 2 ใบ กับเศษเหรียญสิบอีก 2 เหรียญ ยายเงยหน้ามองหน้าฉัน แล้วถามเบา ๆ ว่า "เงินทอนไม่พอ เลือกขนมอีกสักอย่างได้มั้ย" ฉันไม่ลังเลที่จะหยิบขนมปังกระเทียมอีกห่อใส่ถุง พร้อมรับเงินทอน ยายก็ยังยิ้มน้อยๆ เหมือนเดิม ไม่รู้ว่า คิดไปเองหรือป่าว วันนี้ฉันเห็นยายยิ้มกว้างกว่าทุกวัน เอาล่ะสิ ขนมสองห่อนี้ ทำไงดี ตอนซื้อน่ะไม่ได้คิดอะไร กระทั่งสักพัก ก็แวบภาพคนสองคนขึ้นมา... พอถึงบริษัท ฉันยื่นขนมปังกระเทียม ให้กับ คุณลุงรปภ.จอมขยัน ที่มักส่งยิ้มทักทายให้พนักงานในบริษัทตลอดเวลา ไม่ว่าเช้า สาย บ่าย หรือเย็น คุณลุงยิ้มดีใจปากกว้าง พร้อมเอ่ยปากขอบคุณ และเมื่อถึงชั้นที่ทำงาน ก็เจอเป้าหมายที่สอง คุณป้าพนักงานทำความสะอาด ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน คุณป้าดูเป็นสาวต่างจังหวัด ด้วยสำเนียงเหน่อ ๆ ไม่ชัด ที่พยายามชวนใครต่อใครคุย คุณป้าทำงานขยันขันแข็งตลอดเวลา และด้วยท่าทางที่พร้อมจะเรียนรู้งาน ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจอยู่นิด ๆ เมื่อเทียบกับเด็กรุ่นน้องในออฟฟิศที่คิดว่า เกียรตินิยมที่ตัวเองได้มา เป็นเครื่องประดับบารมีและใหญ่คับฟ้า จนใครแตะไม่ได้ คุณป้าพนักงานทำความสะอาด ยอมให้เพื่อนทำงานรุ่นน้องสอนงาน ด้วยท่าทางอยากรู้และพร้อมเรียนรู้ ฉันยื่นโดนัตให้คุณป้า คุณป้าทำท่าตกใจมาก พอฉันเน้นย้ำอีกครั้งว่า ซื้อมาฝากป้าค่ะ เอาไว้กินให้อร่อยนะคะ เท่านั้นแหละ ป้าฉีกยิ้มกว้าง แบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วยกมือไหว้ พร้อมกล่าวคำของคุณ ไม่น่าเชื่อว่า เงิน 40 บาท ที่ดูเล็กน้อยมาก กลับทำให้เกิดรอยยิ้มของคน 3 คน กับหัวใจเล็ก ๆ ที่พองโตขึ้นมาได้ ภูมิใจชะมัด วันนี้ใครที่ผ่านไปผ่านมาที่โต๊ะทำงานอาจรู้สึกประหลาด ที่เจ้าของโต๊ะนั่งยิ้มกับอะไรไม่รู้ ไม่รู้ล่ะ วันนี้ รู้สึกเหมือนเป็นฮีโร่ เป็นสุดยอดอัศวินเลยแหละ หุหุ |