พิมพ์หน้านี้
|
ความประทับใจในปารีส ทำไมต้องเป็นปารีส....เมืองหลวงของฝรั่งเศสในการเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนอันแสนไกลในครั้งแรกของชีวิต? เป็นคำถามที่ตั้งขึ้นหลังจากการถูกชักชวนให้ไปเที่ยว ก่อนตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับปารีสหลายเล่มถูกซื้อมาอ่านเพื่อหาข้อมูล รหัสลับดาวินชี คือหนังสือเล่มสุดท้ายที่ประทับใจและทำให้ตัดสินใจนั่งเครื่องบินนานกว่า 14 ชั่วโมง เพื่อไปเยือนปารีส และไปสัมผัส ลูฟวร์(Musee du Louvre)สถานที่ที่แสนจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนและน่าค้นหา บนเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ มีจอComputer บอกเส้นทางการบินให้เห็นตลอดเวลา ขณะที่บินอยู่เหนือยอดเขาหิมาลัยอยู่ๆ ก็มีอาการกระตุกของเครื่องอย่างแรง ประกาศจากพนังงานสายการบินให้รัดเข็มขัดจนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง ทำเอาตื่นเต้นตกใจหวาดกลัวปนกันไปหมด ในใจภาวนาเอาไว้ว่าถ้าดวงชะตาต้องมาตายจากเครื่องบินตกก็ขอให้เป็นขาบินกลับก็แล้วกัน ขอไปชมความงามของปารีสก่อน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีจนดีเหยียบ แผ่นดินยุโรปครั้งแรกที่สนามบินชานเดอร์โก การไปครั้งนี้ไม่มีทัวร์นำทาง เป็นการลุยแบบตะลอนทัวร์ช่วยตัวเอง การเดินทางออกจากสนามบินทุลักทุเลพอสมควร เพราะหาป้ายทางออกไม่เจอ แค่หาทางออกจากสนามบินให้ได้ก็สนุกกันแล้ว แต่ก็ไม่เกินความสามารถ ไม่นานพวกเราก็นำพาตัวเองมาถึงที่พักย่านมงมาร์ตกันจนได้ ด้วยน้ำใจของชาวปารีเชียนสองสามีภรรยาผู้น่ารัก ที่ต้องบันทึกเอาไว้เป็นความประทับใจแรก ความงามของสองฟากฝั่งแม่น้ำเซนที่มองจากเรือเป็นภาพของยุโรปที่แสนหรูหรา คล้ายกับว่าเรามาล่องเรืออยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เรือลอยลอดข้ามสะพานโค้งที่ตกแต่งด้วยรูปปั้น มองเห็นความโรแมนติกของบรรยากาศสองฝากฝั่งแม่น้ำเซน ทอดสายตามองไปที่ริมฝั่งน้ำมีคู่รัก หนุ่มสาวมานั่งพลอดรักกันเป็นคู่ๆ ทำให้จินตนาการไปว่าเรือลำนี่มีเราและคนรักอิงแอบ อยู่บนเรือ ชมความงามของธรรมชาติเพียงสองคน แต่พอถึงฝั่งต้องรีบขึ้นจากเรือ เพื่อไปชมมหาวิหารวิหารโนตเตรอดาม (Notre Dame de Paris)ภาพ ความโรแมนติกเลือนหายไปเหลือแต่ความตื่นตาตื่นใจ ในความงามและความอลังการณ์ของมหาวิหาร เหมือนต้องมนต์สะกดสายตาจับจ้องไปที่ยอดของมหาวิหารสองท้าวก้าวเดินพาตัวเองเข้าไปใกล้ประตูทางเข้าแล้วก็หยุดอยู่เพียงเท่านั้นแหงนคอมองดูยอดหอคอยความรู้สึกขณะนั้นเหมือนหนึ่งยืนอยู่ภายใต้ภูผาที่สูงใหญ่แต่หน้าผาถูกและสลักเอาไว้เป็นประวัติของพระผู้เป็นเจ้า ความอลังการณ์ของมหาวิหารถูกลดความน่ากลัวลงด้วยความงดงามของรูปปั้นที่ให้ความรู้สึกลึกลับและอบอุ่น ผู้คนเรือนหมื่นที่เดินทางมาชมมหาวิหาร ก็เหมือนหนึ่งว่าถูกสาปเพราะภายในที่จุผู้คนมากมายนั้นกลับเงียบจนได้ยินแต่เสียงหายใจกับเสียงเท้ากระทบพื้นเบาๆ เท่านั้นโดยไม่มีใครคอยบอก คอยเตือนให้เงียบเลยแม้แต่คนเดียว และแล้วก็จะคงต้องมาถึงคิวที่จะต้องพูดถึงลูฟวร์สิ่งดึงดูดใจที่ไห้ต้องมาเยือนปารีส ความอลังการณ์ของตึกฝรั่งใหญ่โตโอ่อ่าสำหรับจัดแสดงงานศิลปะสร้างล้อมรอบพีรามิดแก้วแทนการสร้างกำแพง เพียงก้าวแรกก็ต้องร้องอุทานออกมาว่าคุ้มจริงๆ เสียยิ่งกว่าคุ้มแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจในลูฟวร์นอกจากสถานที่แสนสวยงามแล้ว ความงามของศิลปะจากหลากหลายทวีปที่มารวมกันอยู่ที่นี่เหมือนได้เดินชมงานศิลป์ทั่วโลก แม้ใจหนึ่งจะนึกค้านว่าทำไมวัตถุโบราณอันล้ำค่าของที่ต่างๆ รอบโลกถึงถูกชาวฝรั่งเศสเอามาเป็นจุดขายทั้งที่เขามิใช่ผู้สร้าง แต่พอนึกไปอีกมุมหนึ่งก็คิดว่ามันเป็นไปตามวิถีของสังคมที่ในยุคก่อนการล่าอาณานิคมเป็นเรื่องจำเป็นของการอยู่รอดของชนเผ่าผู้แข็งแรงกว่าคือผู้ที่จะไม่ถูกรังแก บรรทัดฐานของความยุติธรรมในยุคแต่ละยุคย่อมแตกต่างกันออกไป ศิลปะเหล่านี้ก็เช่นกันแม้จะถูกสร้างโดยชนชาติอื่นแต่ เมื่อวันหนึ่งเขาอ่อนแอเป็นผู้แพ้ ผู้ชนะก็ได้ครอบครองไปตามยุคสมัย คิดแบบนี่ค่อยให้รู้สึกสบายใจและชมความงามของศิลปะอย่างไม่รู้สึกกระอักกระอวนเท่าไหร่นัก เลยแวะไปทักทายคุณโมนาลิซ่าตัวจริงมราอยากเจอมานานสมใจนึก
อึกมุมหนึ่งของความประทับใจในลูฟวร์คือลานกว้างรอบพีระมิดแก้วที่เป็น เสมือนถนนแฟชั่นอีกสายหนึ่งเลยทีเดียว การเดินชมความงามของแฟชั่นชั้นนำของโลกในปารีสบนลานลูฟวร์ก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจไปอีกแบบ ภาพของหญิงสาวชาวปารีเชียนคนหนึ่ง ใส่เสื้อขนสัตว์สีแดงเพลิงกับรองเท้าส้นสูงสีแดงสดปลายแหลม พร้อมหมวกขนสัตว์ที่มีระบายฟู่ฟ่องผ้าพันคอขนสัตว์สีขาวตัดกับชุดสีแดงดูดีเหลือเกินบนลานแห่งนี้ แต่ถ้าแต่งตัวแบบนี้ในฤดูหนาวที่บ้านเมืองเราคนคงเหลียวมองแล้วแอบนินทาในใจว่า ยายคนนี้สงสัยจะบ้า แต่ที่นี่ ผู้คนชายหญิงแต่งตัวกันสวยงามตามแฟชั่นฤดูหนาวไม่ต่างจากนางแบบที่ใส่โชว์บนแคทวอร์ค เลยทีเดียว ในมุมกาแฟความกลมกล่อมรสกาแฟกลางตึกใหญ่ในลูฟวร์ที่มีแสงแดดอุ่นๆ สาดส่องเข้ามามีผู้คนที่แต่งตัวสวยงามตามแฟชั่น นั่งจิบกาแฟอาบแดดอุ่นทอดสายตาดูความงามของลูฟวร์ ภาพเหล่านี้มีให้เห็นเป็นระยะขณะที่เดินชมพิพิธภัณฑ์ และวันนั้นก็ได้ลิ้มกาแฟหอมในบรรยากาศลูฟวร์เพื่อเก็บความทรงจำที่แสนงามของชีวิตไว้อีกมุมหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนๆ ของปารีสความประทับใจที่รับได้ครั้งแล้วครั้งเล่า คือการดูแลเอาใจใส่ คนพิการเช่นคนสำคัญพิเศษที่ไม่มีการเคลือบแฝงความรู้สึกเอ็นดูหรือดูแคลนแม้แต่น้อย มีแต่การให้เกียรติและแววตาที่ชื่นชมประหนึ่งว่าคนพิการคือคนเก่งที่สามารถยืนอยู่บนสังคมของคนปกติได้อย่างภาคภูมิ การอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการจึงเป็นการอำนวยความสะดวกที่ทั้งช่วยเหลือและให้เกียรติยิ่ง ซึ่งความรู้สึกแบบนี้หาสัมผัสได้ยากยิ่งในสังคมบ้านเรา ถ้าจะเขียนความประทับใจในปารีสให้หมดก็คงจะเขียนได้อีกเป็นร้อยๆหน้า เอาเป็นว่าฝากความประทับใจ ไว้เพียงแค่นี้ยังมีความประทับใจดีๆอีกหลากหลายมุมให้ไปค้นหาใน ปารีส ................................................. เป็นบทความตอนหนึ่งที่เขียนฝากไว้ในหนังสือ 10 วัน เที่ยวปารีส แบบติสท์ๆ โดย...อนันต์ ประภาโส ซึ่งจะวางแผงอีกไม่นานค่ะ
|
| เสน่ห์เมืองน่าน | ||
หนังสือสำหรับคนรักธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||