พิมพ์หน้านี้
|
พรหมจารี : สิ่งที่บุรุษเพศปรารถนา ?
ถ้าพูดถึงแม่พลอยแห่งสี่แผ่นดินก็คงนึกถึงชีวิตของหญิงไทยตามวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม การแต่งกายแม้จะเป็นโจงกระเบนคอกระเช้าหรือผ้ากระโจมอก แต่เมื่อประกอบกับอากับกริยาที่อ่อนหวาน นุ่มนวล ทำให้ภาพที่ออกมาดูเรียบร้อย ไม่วาบหวิวเซ็กซี่ส่อไปทางการยั่วยุทางกามารมณ์เลย เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของหญิงในยุคนั้นคงอยู่ที่พวกเขาเห็นว่าการรักนวลสงวนตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง นึกย้อนไปถึงนวนิยาย ในยุคก่อนปี พ.ศ. 2500 นางเอกเมื่อเพลี่ยงพล้ำเสียท่าแก่พระเอกแล้ว ผู้เขียนก็มักจะบรรยายบรรยากาศหลังการร่วมรัก ว่าต้องมีผ้าปูที่นอนเปื้อนเลือดแห่งพรหมจรรย์ แล้วพระเอกก็จะรู้สึกรักนางเอกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และลงเอยด้วยความสุขของทั้งคู่ เป็นอย่างนี้เสียแทบทุกเรื่อง นั่นเป็นเพราะสังคมยุคนั้นมองพรหมจารีผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญและเป็นตัวบ่งบอกค่าความเป็นหญิงที่ดี และเกือบจะร้อยทั้งร้อยของชายยุคนั้นปรารถนาที่จะเป็นชายคนแรกและคนเดียวของผู้หญิง ผู้หญิงเองก็เห็นคุณค่า อยากที่จะเก็บสิ่งที่มีค่าที่สุดของความเป็นหญิงไว้ให้ชายที่จะมาเป็นคู่ครอง พรหมจารีของหญิงไทยในยุคนั้นจึงเป็นเครื่องหมายแห่งศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นหญิงอย่างแท้จริงเลยทีเดียว ในสังคมปัจจุบันภาพของหญิงไทยได้เปลี่ยนไป คงไม่มีใครปฏิเสธว่าวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่และส่งผลให้ประเพณี วัฒนธรรมดั่งเดิมของไทยลดความเป็นไทยลงไป หญิงไทยใส่ผ้าถุง นุ่งโจงกะเบนไม่มีให้เห็นเป็นแน่ เหลียวไปทางไหนก็เห็นแต่ สายเดี่ยว เกาะอก เอวต่ำใต้สะดือจนบางครั้งมองแล้วเหมือนกับกางเกงจะหลุดจากสะโพกเสียให้ได้ ซึ่งแฟชั่นแบบนี้มีให้ดูทั่วทุกหัวระแหง ไม่ใช่เพียงในกรุงเทพฯ เมืองแห่งแฟชั่นแนวหน้าเท่านั้น มันระบาดเข้าไปแทบจะทุกสังคม แม้ชนบทไกลปืนเที่ยงเลยทีเดียว วิถีการดำรงชีวิต ประจำวันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู่เพื่อความอยู่รอดในสังคมปัจจุบันทำให้บทบาทของหญิงไทยที่ต้องเป็นแม่บ้าน อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เป็นช้างเท้าหลังของผู้ชายก็น้อยลงไป การออกมามีกิจกรรมที่ต้องใช้ความกระตือรือร้น ทำทุกอย่างแข่งกับเวลา ความงดงามของการเยื้องย่างอย่างหญิงไทยก็หดหายไปตามสภาพ กลายเป็น working woman ที่มีความมั่นใจดูแลตัวเองและครอบครัวได้ไม่แพ้ชายอกสามศอก เมื่อหลาย ๆ สิ่งของสังคมเปลี่ยนไป ค่านิยมหลายอย่างของสังคมไทยก็เปลี่ยนตามไปด้วยไม่เว้นแม้เรื่องความบริสุทธิ์ของหญิงสาว จากที่เคยคิดว่าความบริสุทธิ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้หญิงไทย ในยุคสมัยนี้ส่วนมากกลับมองว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญไปแล้ว ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือค่านิยมในวัยรุ่นที่เห็นการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมดาและในบางกลุ่มมองการมีเพศสัมพันธ์เป็นแฟชั่น ถ้าใครไม่เคยมีเพศสัมพันธ์อาจจะกลายเป็นคนที่แปลกในกลุ่มจนกลายเป็นเรื่องที่แกะดำและเข้ากับกลุ่มไม่ได้ เมื่อผู้หญิงมองเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมดา ผู้ชายมองความบริสุทธิ์เป็นเรื่องเล็กน้อย มันจึงเป็นความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากค่านิยมเดิมอย่างสิ้นเชิง ในแง่มุมของความสุขสมทางเพศกับการได้เปิดบริสุทธิ์ หลาย ๆ คนไม่ได้เห็นว่าความบริสุทธิ์จะเพิ่มรสชาติทางเพศสัมพันธ์ให้พวกเขาได้ เพราะด้วยสรีระร่างกายที่ใหม่ ไม่เคยผ่านประสบการณ์ อาจทำให้ไม่มีความสุขทั้งสองฝ่าย หรืออาจจะก่อให้เกิดความสุขได้เฉพาะฝ่ายชาย ซึ่งถ้ามองความสุขทางเพศระหว่างคนสองคนแล้วถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความสุขสมอยู่ฝ่ายเดียวถือว่ากิจกรรมในครั้งนั้นไม่น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้สุขด้วยกันทั้งเขาและเธอ เมื่อสังคมเปลี่ยนไป แนวคิดเรื่องเพศ พรหมจรรย์และความบริสุทธิ์ของหญิงสาว ในสังคมไทยก็เปลี่ยน ไปด้วย เพศศึกษาไม่ใช่ความลับที่ควรปกปิดอีกต่อไป ความสำคัญของพรหมจารีที่ผู้คนในสังคมยุคก่อนยึดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของผู้หญิงกลับกลายเป็นเพียงสรีระส่วนเล็ก ๆ ของหญิงที่ไม่ได้มีความสำคัญมากมาย ไม่ใช่ตัวชี้วัดความเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดอีกต่อไป แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงค่านิยมทั้งหมดของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่เราต้องยอมรับว่ามันเปลี่ยนไปมากแล้วจริง ๆ มากเสียจนบางครั้งเคยนึกว่า แล้วคุณค่าความสำคัญของพรหมจารีอยู่ตรงไหน ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน |
| เสน่ห์เมืองน่าน | ||
หนังสือสำหรับคนรักธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |