พิมพ์หน้านี้
|
เช้านี้ ฉันตกใจตื่นขึ้นมาด้วยเสียงดังปังๆ คล้ายเสียงปืน พาลให้คิดว่าใครมาถล่มยิงกันแถวนี้ แต่พอได้สติ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ 13 เมษายน วันปี๋ใหม่ของคนเมืองน่าน เสียงปัง ๆ ก็ไม่ใช่เสียงปืนที่ไหน แต่เป็นเสียงสะโป๊กไล่ปู่สังขารย่าสังขารนั่นเอง ฉันรีบลุกจากที่นอน อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดไทยประยุกต์ที่ตัดจากผ้าลายน้ำไหล เพื่อออกไปรับปี๋ใหม่เมืองกับญาติพี่น้องที่ป่านนี้คงรวมตัวกันอยู่ที่บ้านแม่เรียบร้อยแล้ว ในรอบหนึ่งปี คนไทยเรามีเทศกาลสำคัญอยู่หลายเทศกาล ไม่ว่าจะเป็น วันขึ้นปีใหม่ เข้าพรรษา ออกพรรษา ลอยกระทง หรือวันสงกรานต์ ในบรรดาเทศกาลเหล่านี้ วันที่คนไทยภาคเหนือให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือ วันสงกรานต์ หรือที่ชาวล้านนาเรียกกันว่า ปี๋ใหม่เมือง นั่นเอง วันปี๋ใหม่เมืองของชาวน่านถือเป็นวันที่รวมเอาวัฒนธรรมหลายๆ อย่างของล้านนาตะวันออกมาไว้ในวันเดียวกัน เช่นการรดน้ำดำหัว หรือที่เรียกกันว่าการ สูมาการะวะ การถวายเจดีย์ทราย การทำบุญตักบาตร สะเดาะเคราะห์ วัฒนธรรมการแต่งกายพื้นบ้านของแต่ละชุมชน รวมไปถึงการสังสรรค์ในหมู่ญาติพี่น้องที่นับเป็นวันรวมญาติแห่งปี ซึ่งคนในครอบครัวไม่ว่าจะไปทำงานอยู่ที่ไหน เมื่อถึงวันปี๋ใหม่เมืองพวกเขาจะพยายามกลับมาบ้านเกิดเพื่อพบปะครอบครัวอย่างน้อยปีละครั้ง คนเหนือโดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนจัดว่าวันนี้เป็นวันเทศกาลที่มีความสำคัญที่สุดในรอบปี คล้ายวันคริสต์มาสของฝรั่ง หรือวันตรุษจีนของชาวจีน เทศกาลปี๋ใหม่เมืองของชาวน่านจะเริ่มต้นตั้งแต่ วันที่ 13 เมษายนไปจนถึงวันที่ 18 เมษายนของทุกปี ในวันที่ 13 เรียกกันว่า วันสังขารล่อง โดยเชื่อกันว่าในวันนี้ปู่สังขาร ย่าสังขารจะล่องมาตามลำน้ำโดยจะนำสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ติดตัวมาด้วย ชาวบ้านจะถือเอาวันนี้เป็นวันเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายให้ล่องไปตามปู่สังขาร ย่าสังขารให้หมด และจะมีการยิงพลุ จุดประทัด หรือยิงสลุตที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง โดยทำจากท่อไม้ไผ่ขนาดใหญ่บรรจุดินปืน เวลายิงจะทำให้เกิดเสียงดังมาก ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า สะโป๊ก เพื่อเป็นการขับไล่ความชั่วร้ายที่มากับปู่สังขาร ย่าสังขารไม่ให้ตกอยู่ในหมู่บ้านของตนเอง พอถึงวันที่ 14 เรียกว่า วันเนา หรือวันเน่า วันนี้ทุกคนต้องปฏิบัติในสิ่งที่เป็นมงคลเท่านั้น ห้ามด่าทอหรือทำในสิ่งที่ผิดเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดี เพราะเชื่อกันว่าถ้าใครทำสิ่งที่ไม่ดีในวันนี้ก็จะพบกับสิ่งไม่ดีไปตลอดทั้งปี ดังนั้น ในวันนี้ผู้ใหญ่จะไม่ดุด่าว่ากล่าวลูกหลานกันเลย นอกจากนี้จะมีการเตรียมอาหารคาวหวานเพื่อนำไปทำบุญในวันรุ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนช่วงบ่ายจะมีการนำเอาทรายมารวมกันที่วัด เพื่อเตรียมทำบุญทานเจดีย์ทราย ซึ่งภายในวัดจะประดับประดาด้วยดอกไม้ และตุงอย่างสวยงามเพื่อเตรียมรับวันเปลี่ยนศักราชใหม่ วันที่ 15 หรือที่เรียกกันว่า วันพญาวัน จะมีการทำบุญตักบาตร ทานตุง ถวายภัตตาหารอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เช้าของวันนี้ทุกครอบครัวจะมุ่งหน้าเข้าวัดเพื่อทำบุญครั้งใหญ่ในรอบปี ในช่วงบ่ายจะมีการสรงน้ำพระพุทธรูปประจำวัด จากนั้นก็จะรวมตัวกันตระเวนรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนของตนด้วยน้ำขมิ้นส้มป่อย และดอกไม้ธูปเทียน โดยจะแต่งกายตามประเพณีท้องถิ่นและสรวลเสเฮฮากันอย่างสนุกสนาน ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะจัดเตรียมอาหารว่างไว้ต้อนรับอย่างอบอุ่น ถึงวันที่16 เรียกว่า วันปากปี วันนี้จะมีการสะเดาะเคราะห์ บูชาเทียนเพื่อเป็นสิริมงคล และถ้าครอบครัวใดยังไม่ได้รดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ก็จะทำกันในระหว่างวันที่ 15 ถึงวันที่ 18 ตามแต่สะดวก การรดน้ำดำหัวนั้น ตามประเพณีจะต้องมีการขออนุญาตผู้ใหญ่ แล้วจึงนำน้ำขมิ้นส้มป่อยที่เตรียมมาวางไว้ตรงหน้าผู้ใหญ่ และกราบขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จากนั้นผู้ใหญ่จะใช้มือกวักน้ำขมิ้นส้มป่อยมาลูบที่ศีรษะของตนเองซึ่งเป็นวิธีการรดน้ำดำหัวแบบดั้งเดิม แต่ในปัจจุบันวิธีการได้ถูกปรับเปลี่ยนไปบ้าง จะโดยตั้งใจหรือด้วยความไม่รู้จริงของผู้ปฏิบัติก็ไม่ทราบได้ แต่ความหมายของการรดน้ำดำหัวก็ยังคงเป็นความหมายที่แสดงถึงความเคารพ และความกตัญญูต่อผู้ใหญ่อยู่ดังเดิม การเล่นสาดน้ำในวันสงกรานต์ที่เราได้พบเห็นกันในปัจจุบันก็เป็นการพัฒนาปรับเปลี่ยนมาจากการรดน้ำดำหัว แต่นำมาปฏิบัติกับผู้คนทั่วไป และกลายเป็นการละเล่นประจำเทศกาล โดยส่วนมากจะเล่นกันในระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน การเล่นน้ำสงกรานต์เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจนกลายเป็นจุดเด่นของสงกรานต์ภาคเหนือที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ถ้ามองในแง่ของความสนุกสนานและการท่องเที่ยวแล้วก็นับว่าเป็นสิ่งดีที่ทำให้ประเพณีปี๋ใหม่เมืองได้รับความสนใจ และถ้าอยู่ในขอบเขตของความพอดี ไม่มีความรุนแรงก็ถือเป็นการปรับเปลี่ยนประเพณีไปตามยุคตามสมัย แต่ก็ยังมีชาวน่านอีกจำนวนไม่น้อยที่พยายามอนุรักษ์ประเพณีอันเก่าแก่ให้คงอยู่ โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมปัจจุบัน จึงเป็นความหวังว่าปี๋ใหม่เมืองของชาวน่าน และชาวล้านนาตะวันออกจะยังทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมล้านนาเอาไว้ให้ลูกหลานได้ปฏิบัติ และให้ความหมายของปี๋ใหม่เมืองเป็นปี๋ใหม่เมืองที่แท้จริงคู่กับชาวน่านสืบต่อไป สงกรานต์ปีนี้ หากคุณอยากเห็นบรรยากาศแบบชาวล้านนาที่ไม่ยิ่งใหญ่อลังการนักแต่น่ารักอยู่ในที ก็ขอเชิญแวะมาที่เมืองน่าน ร่วมฉลองสงกรานต์กับเราสิคะ สะโป๊ก |
| เสน่ห์เมืองน่าน | ||
หนังสือสำหรับคนรักธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||