พิมพ์หน้านี้
|
เลาะขอบลาวเหนือ ตอน 1 บก.จิ๊บ
พวกเราเริ่มต้นทริปนี้กันที่ชายแดนอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย กับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากเพื่อนเก่า เคยร่ำเรียนด้วยกันมา คนหนึ่งมาเป็นแม่พิมพ์ของชาติ อีกคนหนึ่งเป็นนายตำรวจประจำอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจากบ้านมาครึ่งค่อนวัน อาหารมื้อเย็นที่นากุ้งในอำเภอเทิงจึงเป็นมื้อที่แสนอร่อย กุ้งเป็นๆ ตัวโตๆ ทั้งเต้นทั้งดีดในถังถูกสั่งมาเพื่อเผากันสดๆ ไม่มีใครกล้าจัดการกับกุ้งที่ยังเต้นอยู่ในถัง จนต้องเรียกหาพนักงานประจำร้านมาช่วยจำมันลงตะแกรง กว่าจะอิ่มหนำสำราญกันก็เล่นเอาพลบค่ำ คณะจึงมุ่งหน้าไปยังริมโขงที่เชียงของ เพื่อหาที่พัก
ทริปนี้มีความพิเศษที่เราได้ผู้นำทางพิเศษเป็นผู้กองหนุ่มรูปงามทีนำทีม พอมาถึงฝั่งลาวที่จังหวัดบ่อแก้ว ก็เช่าเหมาลำตุ๊กๆ เพื่อเที่ยวรอบเมือง เยี่ยมชม โรงพยาบาล วัด ตลาด ช่วงเวลานี้มีทั้งความสุขและความรู้สึกหดหู่ ภาพโรงพยาบาลที่ได้เห็นจะบอกว่าเหมือนย้อนยุคไปสัก 50 ปีผู้เขียนเองก็ไม่ได้เห็นโรงพยาบาลบ้านเราเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แต่เท่าที่จำความได้ สภาพของสถานพยาบาลที่เคยผ่านสายตามายังไม่เคยเห็นสภาพเช่นนี้ ในความรู้สึกหดหู่ก็แฝงไว้ด้วยความยินดีที่มีตึกใหม่ทันสมัยตั้งอยู่คู่กับตึกเก่าเจ้าหน้าที่เล่าว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างตึกผู้ป่วยใหม่ให้กับโรงพยาบาลบ่อแก้วนั่นคือที่มาของความปลื้มปิติยินดี ซึ่งอาคารทั้งหมดได้สร้างเสร็จสิ้นแล้วรอการย้ายเพื่อเข้าไปให้บริการเท่านั้น
จบจากการเที่ยวรอบเมืองแวะก็ให้โชว์เฟอร์เที่ยวตลาดสดซึ่งทุกทริปการท่องเที่ยวของผู้เขียนจะไม่พลาดโอกาสที่จะชมตลาดเลย ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ วันนี้ก็เช่นกัน สิ่งที่เห็นอยู่ทุกมุมของตลาดคือกะละมังขนาด ต่าง ๆ ที่ ใส่แป้งข้าวจ้าวทิ้งไว้ให้แข็งตัว สอบถามได้ความว่า นั่นคือแป้งข้างจ้าวที่นำมาทำให้สุก และทิ้งไว้ให้เป็นก้อนก่อนนำมาตัดเป็นชิ้น ๆ นำไปทำเป็นส่วนประกอบหลักของข้าวแรมฟืน ส้มหนังควาย เป็นอาหารแปลกอีกชนิดหนึ่งที่มีวางขายแทบทุกร้านค้าที่จำหน่ายอาหาร เหนื่อยจากการชมเมือง ท้องเริ่มร้อง เลยชวนกันไว้ว่าวันนี้ต้องได้ลิ้มรสข้าวแรมฟืนให้ได้เพราะไม่อย่างนั้นคงรู้สึกเหมือนหนึ่งว่ามาไม่ถึงเมืองลาว มื้อเที่ยงของวันนี้เราเริ่มต้นและจบลงที่ร้านเฝอ... เฝอน่ารับประทานอย่างมากผักสดถูกส่งมาเป็นเครื่องเคียงพร้อมน้ำจิ้มเฝอที่เน้นถั่วเป็นเครื่องปรุง แต่ไม่สมใจทีมงานเพราะร้านนี้ขาดข้าวแรมฟืน เลยทำให้ต้องเดินไปหาเป้าหมายข้าวแรมฟืนจากร้านข้าง ๆ มาร่วมแจม เฝอนั้นคงไม่ต้องเอ่ยถึงเพราะเป็นอาหารที่ชาวไทยคุ้นหูคุ้นรส แต่ข้าวแรมฟืนน่าจะเป็นอาหารแปลกชนิดเดียวที่ มีจำหน่ายแทบทุกที่ ในบ่อแก้ว และหลวงน้ำทา เหมือนเราพบร้านก๋วยเตี๋ยวที่บ้านเลยก็ว่าได้ รสชาติเปรี้ยวได้มาจากน้ำซุปสีชมพูที่ต้มด้วยส้มป่อย เส้นของข้าวแรมฟื้นนั้นเป็นแป้งข้าวจ้าวที่เราเห็นในชามที่ตลาดสด นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ หรือนำมาทำเป็นเส้นเหมือนเส้นขนมจีนบ้านเรา จุดเด่นอยู่ที่เครื่องปรุง เพราะนอกจากจะมีเส้น น้ำซุปส้มป่อย แล้ว ยังมีน้ำจิ้มที่ทำด้วยถั่วเน่า เป็นตัวชูโรง รสชาติจะออกรส เผ็ด เปรี้ยว เค็ม ไม่เน้นหวาน มื้อแรกในลาวพวกเราได้อิ่มอร่อยกับเมนูพื้นบ้านกันจนพุงกาง แล้วเริ่มเดินทางมารอรถตู้ที่เช่าเหมาคันเพื่อเดินทางไปหลวงน้ำทา จังหวัดชายแดนลาวจีนกันต่อ |
| เสน่ห์เมืองน่าน | ||
หนังสือสำหรับคนรักธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |