| ของฝากจากหลวงพระบาง | ||
Post Card จากฝีมืออีฉันค่ะ |
||
|
View All |
||
| PE SWU Vs OK #1 | ||
5:3 |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
พิมพ์หน้านี้
|
เดิมทีเดียวตัวเองมีความตั้งใจจะ Up Blog สัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย แต่นั่งคิดแล้วคิดอีกก็ไม่รู้ว่าจะเอาเรื่องอะไรมาเขียนดี...ครั้นจะบรรยายกิจวัตรประจำในชีวิตก็กลัวเพื่อน ๆ จะไม่อ่านล่ะสิค่ะ แต่พอเมื่อเย็นที่ผ่านมาพี่ธมลวรรณส่ง Tag เรื่อง รักครั้งแรก มาให้ก็ต้องร้องโฮเลยค่ะ...ตายแล้วฉันจะเล่าอย่างไรดีนี่...ก็รักครั้งแรกมันนานมาก ๆ เลยนี่ก็ 20 กว่าปีมาแล้วน่ะสิ (อย่าเดาอายุเด็ดขาดค่ะ...เยอะเอาการทีเดียว...อิอิ) และแทบจะจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ... ถ้าถามรักครั้งที่สิบหรือสิบเอ็ดก็ว่าไปอย่างจริงมั้ยค่ะ...555...เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ กาลครั้งหนึ่งนานมานาน (มาก ๆ) แล้ว มีเจ้าหญิงน้อยองค์หนึ่งนั่งอยู่ในกระท่อมปลายนาเธอกำลังเลือกชุดที่สวยที่สุดเพื่อจะให้เข้ากับงานเลี้ยงกับเจ้าชายน้อยสุดเท่ห์ของเธอตามคำเชิญของเจ้าชายนั้น แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถหาชุดที่เหมาะสมกับตัวเองได้...เพราะเธอเป็นแค่เจ้าหญิงน้อยจน ๆ ตกยากและพลัดถิ่นฐานมาอยู่ในชนบท...ไฉนเลยจะคู่ควรที่จะไปร่วมงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ที่เจ้าชายน้อยผู้เลอโฉมจัดขึ้น ณ คฤหาสน์แสนงาม...ไม่ทันที่จะได้ออกเดินทางเลยทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเพื่อทำลายของความหวังของเธอในการไปร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้... ตื่นลูกตื่น...วันนี้ไปโรงเรียนวันแรกนะจ๊ะ...ตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ได้ไปโรงเรียนสายกันพอดี แม่ของเจ้าหญิงน้อยองค์นั้นปลุกเธอตื่นจากหลับใหลในเวลาต่อไป โอย! แม่ก้อบ้านกับโรงเรียนอยู่ใกล้กันแค่นี้เองจะรีบปลุกหนูไปถึงไหนนี่... ฉันคิดในใจและบิดขี้เกียจไปมาหลายรอบก่อนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนวันแรกของนักเรียน ป.เตรียม (ปัจจุบันเรียกว่า อนุบาลแล้วค่ะ) ฉันไม่ใช่เจ้าหญิงน้อยอย่างที่เล่ามาตอนแรกหรอกค่ะ...คุณพอเดาได้ใช่มั้ยค่ะ...ฉันฝันน่ะ...ฝันว่าได้เจอกับเจ้าชายน้อยน่ารักเข้าแล้ว...ออกจะแก่ลมแก่แดดไปหรือเปล่านี่...555 แต่นั่นมันตอนเด็ก ๆ ค่ะ...คงดูการ์ตูนหรือละครทีวีเยอะไปหน่อยมั้ง ความรักครั้งแรกของฉัน...เกิดขึ้นที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อว่า มงคลศึกษา (ซึ่งพอฉันอยู่ ป.2 โรงเรียนนี่ก็ต้องปิดกิจการลงเพราะมีปัญหาทางด้านการเงิน) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่แถวบ้านค่ะ เดินไปไม่ทันพายลมหมดกลิ่น หรือที่เรียกว่า ตดไม่ทันหายเหม็นนั่นเอง (อธิบายให้เห็นภาพจะได้อินไปด้วยกันไงค่ะ) ก็ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ ขณะนั้นฉันอายุได้เพียง 6 ขวบเท่านั้น วันแรกของการเรียนฉันเดินไปโรงเรียนกับน้องสาวคนรองซึ่งเราอยู่ห้องเดียวกันพร้อมปิ่นโตใบโตเพื่อเป็นอาหารกลางวันของเราทั้งสองคนโดยไม่มีผู้ใหญ่ไปส่งอย่างคนอื่น ๆ ...พอผ่านหน้าโรงเรียนก็จะมีคุณครู 1 ท่านรอรับเราอยู่หน้าโรงเรียน เธอชื่อคุณครู ฉนวน ซึ่งฉันก็ทราบต่อมาว่าท่านเป็นคุณครูประจำชั้นของฉันเองค่ะ แต่ที่น่าตื่นเต้นมากกว่านั้นก็คือ...ฉันเดินมาปะกับเด็กชายคนหนึ่งตัวเล็ก ๆ เท่าฉัน หน้าตาก็พอดูได้...ตัวขาวซีดเหมือนไก่ต้ม...หัวแหลม ๆ เล็ก ๆ แต่ตาคม ๆ ดีนะ...เขามากับคุณแม่ของเขาและคุณแม่หยุดสวัสดีคุณครูพร้อมกับฉันและน้องเหมือนกัน...แต่ความสนใจทั้งหมดของคุณครูกลับไปอยู่ที่ไอ้เด็กชายคนนี้หมดล่ะสิค่ะ...ส่วนฉันกับน้องก็ต้องเดินผ่านคุณครูไปสู่ห้องเรียนโดยไม่มีใครสนใจ...คิดในใจก็รู้สึกแค้นจริง ๆ แทนที่คุณครูจะทักทายเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ สองคนแต่กลับไปสนใจ...ไอ้เด็กจิ้งจกนั่นได้ไงนี่...คิดแล้วแค้นใจ 555 เมื่อถึงเวลายืนเคารพธงชาติตอนเช้าฉันก็พบว่า...ไอ้เด็กจิ้งจกคนนั้น...มายืนอยู่แถวเดียวกันกับฉันด้วยแหะ...อ้าว ! อยู่ห้องเดียวกันหรือนี่...ไม่ได้การล่ะ...ต้องมีมวยกันหน่อยถ้าทำให้ฉันไม่พอใจอีกล่ะนะ...อิอิ (นักเลงตั้งแต่เด็กนะจะบอกให้) ...หลังจากนั้นฉันก็ได้เรียนหนังสือร่วมกับ เด็กจิ้งจก คนนั้นเป็นต้นมา เขาชื่อ เด็กชายประทีป (ไม่บอกนามสกุลนะคะเดี๋ยวแม่เขาตามตีฉันค่ะ) ไม่มีชื่อเล่นค่ะ ประทีปเขาเป็นเด็กดีของคุณครูและเป็นคู่แข่งของฉันมาตั้งแต่วันนั้นเพราะผลการเรียนออกมาทีไร อีตาคนนี่มักจะครองความเป็นหนึ่งเสมอ นั่นก็คือเขาได้ที่ 1 ของห้องทุกครั้ง และฉันก็ได้ที่ 2 รองลงมาตลอดเวลา ซึ่ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวไม่มีใครสามารถแย่งเราสองคนไปได้...และฉันก็ไม่สามารถแย่งที่ 1 ไปจากเขาได้เช่นกัน ประทีปเป็นเด็กอัธยาศัยดี มีน้ำใจกับเพื่อน ๆ เขาทำงานช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานที่โรงไม้อัดตอนเช้าก่อนมาเรียนและกลับไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานที่โรงงานหลังเลิกเรียนทุกวัน...บางครั้งฉันก็ยังตามไปช่วยคัดไม้อัด...ล้างไม้ด้วยน้ำยาอะไรสักอย่างกับเขาด้วย...เราสนิทกันค่ะ...เป็นความรักที่บริสุทธิ์ใจ เอื้ออาทรต่อกัน ช่วยทำการบ้านกันตอนหลังเลิกเรียน ช่วยเหลือคุณครูทำความสะอาดห้องด้วยก่อนเข้าเรียนและตอนกลางวัน มีอะไรเราก็มักจะแบ่งปันกันเสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมที่พ่อกับแม่ฉันให้มาทานตอนกลางวันหรือขนมที่เราซื้อกันที่โรงเรียน ฉันประทับใจ ประทีป ที่เป็นเพื่อนซี้คนหนึ่งของฉัน แม้เราเป็นเด็กแต่เรามักจะคิดเรื่องต่าง ๆ นานาร่วมกันเพื่ออยากจะแบ่งเบาภาระของครอบครัว เราไปซื้อแผงน้ำเต้าปูปลามาขายเพื่อน ๆ แล้วกำไรเราก็แบ่งกัน ครอบครัวของเราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลยแต่เราสองคนรู้จักที่จะทำเพื่อครอบครัวอย่างจริงจังตั้งแต่เราเด็ก ๆ เพราะเรามาจากครอบครัวที่ไม่ค่อยมีฐานะเหมือนกันล่ะมัง...แต่พ่อกับแม่เราสองคนกลับส่งให้เรามาเรียนที่โรงเรียนเอกชนเพื่อความก้าวหน้าของพวกเรา...นั่นทำให้เราอยากจะแบ่งเบาพวกท่าน...และพวกเราก็คิดเกินเด็กแบบนี้มาเป็นเกือบ 3 ปีได้นับตั้งแต่สนิทกัน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงตั้งแต่เด็ก...อาจเป็นเพราะเวลาเพื่อนซื้อขนมแพง ๆ กินกันเราได้แต่มองพวกเขาเพราะเราไม่มีเงินแบบนั้นมั้ง จึงทำให้เกิดความทะเยอทะยานและอยากมีเงินซื้อขนมกินกันบ้างทั้งสองคน ฉันกับประทีปเราเป็นเพื่อนที่รักกันมาก...ถ้าจะบอกว่าเราอาจตายแท้กันได้ก็น่าจะเป็นแบบนั้น... แต่ช่วงเวลาของความสุขมักจะมีแค่สั้น ๆ เสมอ...ฉันไม่อยากเล่าตอนจบของความรักครั้งแรกของฉันให้ฟังเลย...เพราะมันเป็นความทรงจำที่ฉันไม่เคยลืมเลยและมันก็ไม่น่าภิรมย์สักเท่าไหร่ ฉันอาจไม่เข้าใจคำว่า รักแท้ รักครั้งแรก หรือ รักแรกพบ อย่างลึกซึ้งนัก แต่ฉันรู้แต่เพียงว่า ฉันรักและคิดถึงประทีปของฉันมาก ๆ เมื่อนึกถึงเขาทุกครั้ง ปลายเทอม ป.2 ฉันกำลังยืนเข้าแถวอยู่หน้าเสาธง เพลงชาติร้องจบไปนานแล้วแต่ฉันก็ยังไม่เห็นเพื่อนคนเก่งของฉัน ฉันเริ่มกระวนกระวายและคิดไปต่าง ๆ นานาว่า มันไม่สบายหรือเปล่าทำไมไม่มาเรียน มันลาคุณครูหรือเปล่าเนี๊ยะ เดี๋ยวถ้ามันไม่มาเย็นนี้ฉันจะไปเยี่ยมมันที่บ้าน สิ้นเสียงในความคิดของฉัน กลับมีเสียงประกาศของคุณครูวรรณนา คุณครูประจำชั้นคนสวยของฉันเปล่งขึ้น วันนี้ครูมีเรื่องที่จะประกาศให้นักเรียนของเราทุกคนได้ทราบว่าเมื่อวานตอนเย็นมีเด็กนักเรียนของพวกเราคนหนึ่งได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง คือ พลัดตกลงน้ำและหายไปซึ่งตอนนี้ยังไม่พบนักเรียนคนนั้นเลย โดยทางตำรวจเดาว่านักเรียนของเราอาจเสียชีวิตแล้วและตำรวจจะแจ้งให้ทางผู้ปกครองและทางโรงเรียนทราบต่อไป...ดังนั้นทางโรงเรียนจึงขอประกาศว่า...อยากให้นักเรียนทุกคนระมัดระวังในการไปยืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหรือบ่อน้ำอะไรก็แล้วแต่ เพื่อความปลอดภัยของตัวนักเรียนเอง...และทางโรงเรียนจึงขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้และหากเป็นไปได้ครูก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับนักเรียนคนใดของทางเราอีกเลย...แยกย้ายเข้าชั้นเรียนได้ค่ะ น้ำตาของครูวรรณนาไหลไม่หยุดแม้ว่าประกาศนั้นจะสิ้นสุดลงนานแล้ว... และไม่กี่นาทีต่อมาคุณครูก็เดินมานั่งยอง ๆ กอดฉันด้วยน้ำตาไหลพร้อมกับลูบผมฉัน ซึ่งฉันออกจะงง ๆ อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับใครกันแน่และนึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์ที่กำลังจะถูกบอกเล่าจากปากคุณครูวรรณนาจะทำให้ชีวิตฉันวูบดับไปด้วย คุณครูเอ่ยขึ้นว่า อย่าตกใจนะจ๊ะถ้าครูจะบอกว่านักเรียนคนนั้น คือ ประทีป หัวหน้าฉันของเรา... แม้ครูจะพูดต่ออีกหลายคำแต่ในหัวสมองฉันไม่รับรู้อะไรต่อไปแล้ว ฉันยืนอึ้งอยู่ต่อหน้าครูและเพื่อน ๆ ที่เข้ามาห้อมล้อมฉันและครู ครูวรรณนารู้ว่าฉันเป็นเพื่อนซี้ของประทีป เธอจึงเลือกที่จะเข้ามาบอกและปลอบฉันในเวลานั้น เพราะถ้าฉันมารู้ที่หลัง ครูจะเป็นห่วงฉันมาก ๆ ฉันกับคุณครูบ้านเราอยู่ใกล้กัน เราสนิทกันมาก และนี่คงเป็นเหตุผลที่ครูเขามาบอกฉันคนแรกแต่เวลานั้นฉันร้องไห้เป็นบ้าไปแล้ว ใครจะคิดว่าเพื่อนซี้ของเราเขาจะตกน้ำตายทั้ง ๆ ที่เขาทำงานกับพ่อแม่ที่นั่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขาจะตกน้ำได้ยังไง ถ้าไม่มีใครผลักหรือทำร้ายกัน ซึ่งต่อมาฉันกับคุณครูมาทราบว่าเขาน้อยใจที่แม่ไม่ยอมซื้อการ์ตูนพลาสติกสำหรับทอยเส้นให้ เขาน้อยใจมาก ๆ เลยไปกระโดดน้ำทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็นซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ใหญ่ทำงานอยู่ ไม่มีใครสักคนเห็นเขาตอนที่ตก เพียงแต่ได้ยินเสียงเหมือนคนตกน้ำ และด้วยกระแสน้ำที่แรงมาก ๆ จึงผลัดตัวของประทีปลอยออกไปใน แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างรวดเร็วและไม่สามารถช่วยเขาได้ทันท่วงที เหตุการณ์นี้ยังเป็นปริศนาอยู่จนถึงวันนี้ว่าแท้จริงแล้วเขาตายด้วยเหตุผลใดกันแน่... เย็นวันนั้นศพลอยมาติดที่ท่าวัด...ฉันวิ่งจากบ้านมาดูทันทีที่ทราบข่าวจากคุณครูวรรณนา...สภาพศพไม่มีรอยแผลหรือขีดข่วนใด ๆ ตัวที่แสนจะซีดเซียวอยู่แล้วกลับซีดลงยิ่งกว่าเดิม...ฉันเข้าไปหาเพื่อนรักทันทีที่ไปถึงศาลาวัดกอดเขาและร้องไห้ไม่หยุด...คุณครูและพ่อแม่ของเขาดึงฉันออกมาจากเพื่อนของฉัน...และบอกให้ฉันใจเย็น ๆ ...ฉันตะโกนบอกเพื่อนซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ว่า แกทำแบบนี้ทำไม...แกเป็นอะไรทำไมไม่บอกฉัน...ไอ้เพื่อนเลว...แกไม่มีหัวคิดหรือไง...ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วยังไปโดดน้ำทำไม...ไอ้บ้า...หือ หือ...แกมันไอ้เด็กบ้า...แล้วฉันจะเล่นกับใครเล่า...ไอ้เพื่อนบ้า ไม่ทันที่จะได้ตะโกนด่าเพื่อนอีก...ฉันถูกคุณครูจับออกมาระงับสติอารมณ์ข้างนอก...แม้มันจะเป็นอารมณ์ที่ไม่เหมือนเด็ก 8 ขวบเลยถ้าคนทั่วไปคิด แต่อยากบอกว่าถ้าใครไม่เคยอยู่ในภาวะแบบนั้นจะไม่รู้เลยว่ามันเป็นอย่างไร งานศพถูกจัดขึ้นเรียบง่ายตามประสาคนจน ๆ อย่างพวกเรา ฉันยังคงร้องไห้คิดถึงเพื่อนรักของฉันอยู่สักพักหนึ่งเมื่อคิดถึงเขา มันอาจไม่ใช่รักแรกแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่มันเป็น รักครั้งแรก ของฉันที่รู้ว่าการที่เราสูญเสียคนรักไปเป็นอย่างไร...มันปวดใจมาก ๆ ขนาดไหน ฉันจึงคิดว่าเขาคือ รักครั้งแรกของฉัน เด็กชายประทีป...ที่จะยังคง...ประทับอยู่ในใจฉันตลอดไป ปลายปี ป.2 ก่อนโรงเรียนปิดกิจการลง...ผลการเรียนประกาศออกมาซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของนักเรียนชั้น ป.2 เพราะคนที่ได้ที่หนึ่งนั้นไม่ใช่ใครไปได้...นอกจากฉันเอง...555...นี่ถ้านายไม่ตายฉันคงไม่มีหวังได้ที่ 1 ของห้องแน่ ๆ... ขอบใจนะเพื่อน Love...นายคือความสำเร็จของฉันจริง ๆ ...อิอิ
ขอบคุณภาพจาก siamzone ค่ะ ขอบคุณเพลงจาก ijigg.com |