• แค่คนอีกคน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bigism_anthropology@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-29
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 8656
  • จำนวนผู้โหวต : 140
  • ส่ง msg :
Bigman
Bigman คือ ผู้ปราบเหล่าร้ายด้วยการบรรยาย อธิบาย เป็นตัวอักษรให้ท่านอ่าน เพื่อเปิดมุมมองให้ท่านได้คิดว่าเบื้องลึกความชั่วร้ายของคนในบ้านเมืองนี้ แท้จริงแล้วเบื้องหลังหน้ากากนั้น มันคืออะไร ?
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Bigism
วันพุธ ที่ 16 เมษายน 2551
อย่าให้มันตายเปล่า!
Posted by แค่คนอีกคน , ผู้อ่าน : 64 , 13:21:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


อย่าให้มันตายเปล่า!

       ในช่วงวันที่ผ่านมาไม่นาน ผมได้เขียนบทความเกี่ยวกับความอิ่มตัวของพลังทางวิทยาศาสตร์ในสังคมไทย ซึ่งมีนักวิพากษ์วิจารณ์หลายท่าน กล่าวว่าผมประเมินพลังทางวิทยาศาสตร์อย่างผิดมหันต์และในความคิดของผมเองนั้น ผมกำลังสร้างฝัน "ลมๆแล้งๆ" ว่าสักวันวิชาของผมที่ได้ร่ำเรียนมานั้น จะได้เติบใหญ่เสียที ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นแทบจะกล่าวได้ว่ายิ่งกว่า "งมเข็มในมหาสมุทร" แต่ผมก็เชื่อว่าพลังงานเพียงเล็กน้อยก็สามารถที่จะชี้ให้สังคมเห็นได้ว่าอีกหน่อยเราต้องพบพานกับ "ความไม่รู้" และ "ความหวาดระแวง" อยู่ทุกทั่วหัวระแหง จึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แบบเข้มข้นพกติดตัวไว้เป็นอาวุธทางความคิด

      แต่เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา หากใครดูข่าวตามสื่อต่างๆอย่างจริงจัง ก็คงได้ยินหรือพบเห็นข่าวที่หัวหน้าอุทยานป่าไม้แห่งหนึ่ง ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถูกชาวม้งสองคนฆาตกรรมอย่างอุกอาจ จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามนั้น พวกนักฟังข่าว นักดูข่าวจำเป็นต้องถอดรหัสข่าวกันเอง เพราะว่า สื่อที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการฆาตกรรมของหนุ่มชาวม้งสองคนนั้น เหมือนว่า "ชาวเขา" (หรือคนชายขอบ) อยู่ดีดีเกิดผีเข้า แล้วเกิดการฆาตกรรมหัวหน้าอุทยานป่าไม้อย่างเลือดเย็น โดยที่ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

      ผมไม่ทราบว่าพวกผู้บริโภคข่าวจะถอดรหัสข่าวนี้ได้แหลกละเอียดเลยหรือเปล่า ซึ่งผมจะไม่ถอดรหัสข่าวนี้ว่ามีที่มาที่ไปกันอย่างไร แต่ผมคิดว่าการที่สื่อนำเสนอข่าว "แบบเลือกข้าง" หรือ "กลัว...ขายข่าวไม่ได้" ด้วยการสร้างข่าวให้ภาพลักษณ์พี่น้องชาวเขาเป็นผู้ผิดอยู่ทุกครั้งทุกครา (ก็ผิดตั้งแต่ที่ไม่มีสัญชาติแล้ว) และความยุติธรรมในเรื่องการฆาตกรรมนี้ไปซุกหัวนอนอยู่ตรงไหนกันเล่า? เมื่อทุกครั้งทุกคราฝ่ายอำนาจรัฐมักกุมความได้เปรียบของความถูกต้องอยู่ทุกครั้งทุกครา ส่วนชาวบ้านกลับกลายสถานะเป็น "แพะ" อยู่ทุกครั้งทุกคราเช่นกัน (เช่นเรื่องหมอกและควัน ที่รัฐมักโทษชาวบ้านอยู่เสมอ เพราะความงี่เง่าหรือการไม่เข้าไปสอบถามชาวบ้านเลยสักคำ)

      การป้ายสีว่าหนุ่มชาวม้งสองท่านที่ฆาตกรรมหัวหน้าอุทยานป่าไม้ที่ตายไปแล้วนั้น หากเราจะกล่าวกันในแง่ขื่อแปของบ้านเมืองแล้ว การฆ่าคนนั้นย่อมผิดอยู่สม่ำเสมอ แต่หากจะกล่าวในเรื่องของศีลธรรมอีก พ่อหนุ่มชาวม้งเขาก็ผิดอยู่เต็มประตูอยู่ดี แต่เหตุไฉนเล่า?ที่หัวหน้าอุทยานป่าไม้ถึงถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อครั้งได้ฟังข่าวนี้ครั้งแรก พวกสื่อก็นำเสนอว่าหัวหน้าฯที่นอนในโลงกลายเป็นที่รักของชาวบ้าน (ซึ่งน่าจะเป็นชาวบ้านที่เป็นม้ง) ถ้าท่านเป็นที่รักของชาวบ้านอย่างแท้จริง เหตุใดจึงถูกพ่อหนุ่มฆ่าตายและเมื่อวานนี้ที่ทางพวกพิทักษ์ความยุติธรรมจับพ่อหนุ่มชาวม้งได้ หลังจากไปกบดานแหล่งใดมิได้ทราบ ชาวบ้านที่เป็นชาวม้งถึงแห่แหนไปให้กำลังใจให้กับพ่อหนุ่มชาวม้งสองคนนี้นับจำนวนร้อยคน!

      แน่นอนครับว่ามิใช่ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์อย่างแน่นอนหรือเป็นความเลวของผู้ใด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นและการเมืองระดับรัฐที่ไม่เคยแยแสหรือใส่ใจกับวัฒนธรรมท้องถิ่นเลย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือวัฒนธรรมการอนุรักษ์ป่าไม้ของชาวบ้าน รวมทั้งพี่น้องชาวม้งที่ขึ้นชื่อว่ามีที่พำนักอยู่ในป่าใหญ่ พวกม้งย่อมรักษาสืบสานภูมิปัญญาการดูแลพื้นที่ป่าไม้ได้มากกว่าพวกเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งลงมาทำหน้าที่ตามคำสั่งของรัฐในบริบทของทุนนิยมเพียงเท่านั้น ใครเล่าจะรู้คุณค่าและความหมายของ "ป่าไม้" มากกว่ากัน

      การหันสมาทานวัฒนธรรมแบบตะวันตก โดยที่ไม่ทราบว่า "ความเป็นตะวันตก" คืออะไรนั้น เราเห็นว่าการตามก้นความเจริญในความหมายแบบตะวันตกถือว่าเป็น "ความสุข" แต่นั้นเป็น "ความสุข" จริงหรือ! เมื่อสังคมไทยกำลังล่มสลายเกือบจะทุกระดับและมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ฯลฯ เมื่อคืนนี้ (15/04/2551) ผมดูรายการ "ตาสว่าง" ทางรายการได้เชิญ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ส.ศิวรักษ์) มาพูดอธิบายเกี่ยวกับความสุขว่าที่เราหันไปมุ่งหาความสุขในบริบทของทุนนิยมนั้น เป็นความสุขแบบ "เทียมๆ" และสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขได้นั้นก็คือการเปลี่ยนวิธีคิดที่เผื่อแผ่และเห็นใจผู้อื่นกันมากขึ้น ไม่ใช่หลงระเริงเอาตนดีทัดเทียมกับคนอื่นที่เขาดีกว่าเราหรือถีบตนให้ดีกว่าเขา ซึ่งเขาคนนั้นด้อยกว่าเรา

     ดังนั้น การมองพื้นที่ป่าไม้ของรัฐกับการมองพื้นที่ป่าไม้ของชาวบ้านนั้นเป็นความคิดในระดับนามธรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การมองพื้นที่ป่าไม้ของรัฐเป็นการมองพื้นที่แบบ "แยกส่วน" ส่วนการมองพื้นที่ป่าไม้ของชาวบ้าน (ซึ่งรวมไปถึงชาวม้ง) เป็นการมองพื้นที่แบบ "องค์รวม" ที่ธรรมชาติล้วนมีการโยงใยการเข้าหากันโดยที่ไม่สามารถที่จะแยกขาดจากกันได้ มีป่าก็ต้องมีน้ำ มีสัตว์ป่า มีสีเขียว มีฝนโปรยปรายลงมา อีกทั้งพวกชาวบ้านยังพิธีกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ด้วย ด้วยการเชื่อว่าพื้นที่ป่าไม้มี "ผี" สิงสถิตอยู่ (รวมทั้งทุกพื้นที่ด้วย) อันเป็นการสร้างหน้าที่ทางสังคมให้เด่นชัดขึ้นไป

     แต่เมื่อพวกรัฐหันมาใช้ระเบียบทางความคิดเข้ามาจัดการกับพื้นที่ป่าไม้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เน้นการแยกเศษส่วนและไม่ยอมเปิดหูเปิดตารับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ แค่นั้นไม่พอ พวกรัฐไทยยังเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมหรือทุนนิยมอย่างสุดขีด พวกนักการเมืองกับพวกนายทุนสมคบกันเพื่อขูดรีดทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้มาเป็นผลประโยชน์ในรูปของตัวเงิน ชาวบ้าน "ไม่มีสิทธิ์" ถือพื้นที่ป่าไม้ส่วนมาเป็น "ของชุมชน" อีกต่อไป

    เราจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการดำเนินชีวิตของชาวเขาที่มีพลวัตอย่างซับซ้อน จนเห็นได้ว่าชาวเขาบางหมู่บ้านหันมาเน้นการขายวัฒนธรรมของตนในรูปลักษณ์ของ "สินค้า" หรือถ้าจะเป็นสมัยแต่ก่อนก็ค้ายาเสพติด ซึ่งทุกชาติพันธุ์ก็ค้าขายยาเสพติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองแหละ แต่ชาวเขามีความเป็นอื่น "สูง" จึงโดนใส่ร้ายป้ายสีและกดทับแบบไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยว่าเป็น "ชายขอบ" อยู่ยันวันค่ำ

    เช่นเดียวกันกับในกรณีฆาตกรรมของพ่อหนุ่มชาวม้งสองคนที่ฆาตกรรมหัวหน้าอุทยานป่าไม้ ก็คงพอที่จะใช้คำอธิบายดังกล่าวให้ทุกคนพอเข้าใจได้ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของรัฐไทยที่ยัง "ไม่เคย" ที่จะเข้าใจและใส่ใจวัฒนธรรมท้องถิ่นในแง่ของการดำเนินชีวิตอย่างจริงจัง แต่รัฐไทยคงจะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นในเรื่องของการทำให้วัฒนธรรมเป็นสินค้าและเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพียงเท่านั้นเอง

    ไหนเล่าที่รัฐและประชาชน (ซึ่งมักเป็นคนชั้นกลางแบบดัดจริตมารยาสูง) หันมารณรงค์เรื่อง "ภาวะโลกร้อน" กันอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ไม่เคยเข้าใจว่าโลกร้อนที่เกิดขึ้นก็มีส่วนหนึ่งมาจากการทำลายล้าง "ความสมดุล" ของทรัพยากรธรรมชาติทุกประเภท รวมทั้ง "พื้นที่ป่าไม้" หากว่าข่าวนี้จะเป็นเรื่องของการ "ฆาตกรรม" ล่ะก็ ก็คงไม่พอที่จะทำข่าวเรื่องนี้ให้เป็นการชำแหละศพของคนเพียงท่านเดียว แต่ต้องชำแหละนโยบายและบรรทัดฐานของการมองพื้นที่ป่าไม้ของรัฐไทยด้วยว่า "ลำเอียง" และ "ปิดหูปิดตา" ต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น

    ผมจึงไม่สงสัยว่าชาติพันธุ์ที่มี "ความเป็นอื่น" จึงถูกเหยียบย่ำและถูกมันรังแกอยู่ทุกระดับโครงสร้างทางสังคม เพราะชาวม้งหรือชาวเขา "ไม่ใช่ไทย" นั่นเอง (ตามบริบทกึ่งเสรีนิยมและกึ่งศักดินา) อีกทั้งยังดูดกลืนผลประโยชน์ของพี่น้องชาวเขาด้วย พวกมักมากในผลประโยชน์จึงสูบเลือดสูบเนื้อพี่น้องชาวเขาทั้งขึ้นทั้งร่อง จนพวกชาวเขาหรือชาวบ้านที่อยู่ในชนชั้นรากหญ้าจึงกลายสถานภาพเป็น "ปู" ดังคำพังเพยที่ว่า "ขูดเลือดกับปู"

     การมรณกรรมของหัวหน้าอุทยานป่าไม้ก็เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของการศึกษา "นิเวศน์วิทยาการเมือง" ให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น อย่าให้ความตายของเขาเป็นการ "ตายเปล่า" แต่ควรเป็นการตายที่ต้องมา "ชำแหละ" ระบบโครงสร้างทางสังคมและความยุติธรรมภายในสังคมไทยกันขึ้นมาใหม่ ที่สำคัญที่สุด คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการรื้อถอนอย่างยิ่งใหญ่ และมองว่าการฆาตกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของคนเพียงไม่กี่คนแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบทางสังคมอย่างใหญ่หลวง

วิวัฒน์ สวาทชาติ

     

     


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
แค่คนอีกคน วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

เพลง ชีวิตสัมพันธ์

เจ้านกเอย
เจ้าเคย อยู่บนกอไผ่
กู่ขัน บทเพลงจากใจ
ชมไพร ชมพฤกษ์พนา
ส่งสำเนียง
เสียงธรรมชาติ สร้างมา
ผสมเสียงเพลง พฤกษา
ที่มา ของเสียงดนตรี

กู่เรื่องราว
บอกกล่าว ถึงความรู้สึก
เป็นเพียง สามัญสำนึก
แหละการ ห่วงหาอาทร
ตอนนี้เรา
สิ้นเงาไม้ ไม่เหมือนก่อน
ชุ่มชื่น กลับกลายเป็นร้อน
เป็นแรง ระแหงระเหิด

ความแห้งแล้ง ความชุ่มชื้น
อย่างไหน ที่เราชอบใจ
ความร่ำรวย ความยากจน
อย่างไหน ที่คนชอบกัน
มันอยู่ที่ความ สมบูรณ์
ของหมู่ แมกไม้
ต้นสาย ต้นน้ำลำธาร นะ
มาจากป่า สู่เมือง
จากเขา ทะมึน
หล่อเลี้ยง ผู้คน
ในแท่น คอนกรีต

(ยามนี้เรา จึงมาร้องเพลง เพื่อบอก บรรเลง เสียงเพลง จากใจ
เมืองนั้นมี ความศิวิไลซ์ เมื่อมี ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร
มีนกกา หากิน บินว่อน เหลือแม่ ลูกอ่อน มีนม ให้ลูกกิน)
คนหากิน สัตว์หากิน
(เราไม่เบียด เบียนกัน และกัน)
ต้นไม้งาม คนงดงาม
(งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้)
มีสัตว์ป่า

...ความสมดุล
คือคุณ ตามธรรมชาติ
ดินน้ำ ลมฟ้า อากาศ
เติมวาด ชุบชีวิตชน
หมู่ไม้พันธุ์
อยู่กัน มาหลายชั่วคน
ให้ใบ ให้ดอก ให้ผล
ให้คน ได้ผลประโยชน์

กู่เรื่องราว
บอกกล่าว ถึงความ รู้สึก
เป็นเพียง สามัญสำนึก
และการ ห่วงหาอาทร
ตอนนี้เรา
สิ้นเงาไม้ ไม่เหมือนก่อน
ชุ่มชื่น กลับกลายเป็นร้อน
เป็นแรง ระแหงระเหิด

ความแห้งแล้ง ความชุ่มชื้น
อย่างไหน ที่เราชอบใจ
ความร่ำรวย ความยากจน
อย่างไหน ที่คนชอบกัน
มันอยู่ที่ความ สมบูรณ์
ของหมู่ แมกไม้
ต้นสาย ต้นน้ำลำธาร
มาจากป่า สู่เมือง
จากเขา ทะมึน
หล่อเลี้ยง ผู้คน
ในแท่น คอนกรีต
(ยามนี้เรา จึงมาร้องเพลง เพื่อบอก บรรเลง เสียงเพลง จากใจ
เมืองนั้นมี ความศิวิไลซ์ เมื่อมี ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร
มีนกกา หากิน บินว่อน เหลือแม่ ลูกอ่อน มีนม ให้ลูกกิน)
คนหากิน สัตว์ก็หากิน
(เราไม่เบียด เบียนกัน และกัน)
ต้นไม้งาม คนก็งดงาม
(งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้)
มีสัตว์ป่า

(ยามนี้เรา จึงมาร้องเพลง เพื่อบอก บรรเลง เสียงเพลง จากใจ
เมืองนั้นมี ความศิวิไลซ์ เมื่อมี ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร
มีนกกา หากิน บินว่อน เหลือแม่ ลูกอ่อน มีนม ให้ลูกกิน)
คนหากิน สัตว์หากิน
(เราไม่เบียด เบียนกัน และกัน)
ต้นไม้งาม คนงดงาม
(งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร)
ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน
มีคน มีต้นไม้
มีสัตว์ป่า

ความแห้งแล้ง ความชุ่มชื้น
อย่างไหน ที่คนชอบใจ
ความร่ำรวย ความยากจน
อย่างไหน ที่คนชอบกัน
(ความสมบูรณ์ ของหมู่แมกไม้ ต้นสาย ต้นน้ำลำธาร

มาจากป่า สู่เมือง จากเขา ทะมึน หล่อเลี้ยง ผู้คน

ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้)
มีสัตว์ป่า

คนหากิน สัตว์หากิน
(เรา ไม่เบียด เบียนกัน และกัน)
ต้นไม้งาม คนงดงาม
(งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้)
มีสัตว์ป่า มีสัตว์ป่า
(เรา ไม่เบียด เบียนกัน และกัน)
ต้นไม้งาม คนงดงาม
(งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้)
มีสัตว์ป่า



--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
หมะเมียะคณะสังคม วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/philosoanthro

คล้ายกับกรณีตันหยงลิมอตรงที่เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกทำร้ายจนตาย และมีสิ่งที่น่าคิดคล้ายกันก็คือชาวบ้านช่วยผู้กระทำความผิด น่าตั้งคำถามเหมือนกันว่าสิ่งที่สื่อนำเสนอบางครั้งสวนทางกับความเป็นจริง หากเจ้าหน้าที่คนนั้นเป็นที่รักของชาวบ้านจริง เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

แต่สิ่งที่ต่างก็คือ แม้จะชายขอบเหมือนกัน แต่ชาวม้งมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าเมื่อเทียบกับชาวมุสลิม

ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงต่อกัน แต่ควรทำความเข้าใจที่มาของการใช้ความรุนแรง และสื่อมวลชนที่ไม่ได้มีเสรีดั่งนกพิราบ ทำอย่างไรถึงจะทำให้คนเข้าถึงสื่อทางเลือกได้มากขึ้น ดูมุมมองที่ต่างออกไปจากสื่อที่ตกในอุ้งมือของทุนและรัฐ (ที่มันเป็นพวกเดียวกันด้วยสิ)

เป็นบทความที่ตั้งคำถามได้ดีนะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Jetman flying to help you

Jetman ขบวนปราบชาตินิยมจัด คอยพิทักษ์รักษาสังคมไทย ไม่ให้อยู่ภายใต้เงื้อมมือเหล่าร้ายที่กุมชะตาชีวิตพ่อแม่พี่น้องประชาชน วันนี้พวกเราพร้อมแล้วที่จะแปลงร่างเป็น Jetman ไปช่วยท่าน รอพวกเราได้เลย บินได้ๆ

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



คิดอย่างไรกับพวกชาตินิยมจัด ?
ปฏิรูปความรู้
2 คน
ให้โง่อยู่อย่างนั้น
0 คน

  โหวต 2 คน