• แค่คนอีกคน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bigism_anthropology@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-29
  • จำนวนเรื่อง : 41
  • จำนวนผู้ชม : 10414
  • จำนวนผู้โหวต : 142
  • ส่ง msg :
MICRO
เรื่องเล็กน้อยของชีวิตอาจจะไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ไพศาลกว่าชีวิตของเรา แต่เรื่องที่ไพศาลกว่าเรา คนที่เขาอยู่ตรงนั้น ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจคนอย่างเราๆซักกะที มันน่าเบื่อไหมล่ะ ที่เห็นใครก็ไม่ได้เรื่อง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Bigism
วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม 2551
แค่เก้าบาทถือว่าไม่พอเพียงต่อพี่น้องแรงงาน!
Posted by แค่คนอีกคน , ผู้อ่าน : 94 , 15:27:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


แค่เก้าบาทถือว่าไม่พอเพียงต่อพี่น้องแรงงาน!

     ในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมาไม่นานมานั้น ทางพี่น้องผู้ใช้แรงงานชาวไทย (หรืออาจจะมีแรงงานชาวต่างชาติด้วย) ได้ขอร้องวิงวอนให้รัฐช่วยเหลือค่าแรงงานขั้นต่ำที่พวกเขาต้องใช้ประทังท้องและการอยู่กับสิ่งของจำเป็น ขึ้นค่าแรงงานจากปกติเพียงเก้าบาท (9 บาท) หากจะคิดแบบสามัญสำนึก ผมเชื่อว่าใครก็คิดว่าการขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเพียงเก้าบาทเป็นจำนวนเงินที่น้อยไป (ข้าวจานเดียวก็ยังไม่ได้!) ซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้และในช่วงยุคที่รัฐกล่าวว่าเป็นช่วงที่ไทยประสบภาวะเงินเฟ้อ

       การมีคำกล่าวอ้างของรัฐบาลหรือพวกนักเศรษฐศาสตร์แบบเสรีนิยมสุดโต่งที่เชื่อมั่นในระบบตลาดอย่างเป็นที่สุดนั้น ซึ่งกล่าวไว้ว่าการเพิ่มน้ำหนักกระเป๋าสตางค์ของประชาชนนั้นไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจที่เงินกำลังเฟ้อๆอยู่ พวกเขาเกรงว่าภาวะเงินเฟ้อจะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคมีจำนวนสูงเกินกว่าที่สินค้ามีขายอยู่ กลัวภาวะเศรษฐกิจเกิดการชะงักงันและกลัวนักหนาว่าประชาชนจะใช้จ่ายไม่บันยะบันยัง

     ความเป็นจริงในมาตรฐานที่พวกนักพัฒนาเศรษฐกิจที่อยู่ในบ่วงวาทกรรมการพัฒนากระแสหลัก เป็นการประเมินและการมองสถานการณ์เศรษฐกิจที่รัฐตั้งใจที่จะ "ละเลย" หรือ "ไม่ใส่ใจ" ภาระอันหนักอึ้งในชีวิตประจำวันของประชาชนที่จำเป็นต้องมีเงินในกระเป๋าเพื่อสร้างความอยู่รอดของชีวิตภายใต้เศรษฐกิจแบบทุนนิยม พูดง่ายๆก็คือว่ารัฐบาลไม่ฉลาดพอที่จะมองว่าปัญหาความทุกข์ยากของแรงงานไทยหรือแรงงานต่างชาติ มิได้มีมิติเศรษฐกิจครอบคลุมปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ เพียงแต่วิธีคิดของรัฐเป็นการคิดแบบเสี้ยวๆที่เอาเศรษฐกิจจนขาดการเชื่อมโยงมิติอื่นๆที่เกี่ยวกับปัญหาแรงงานในสังคมไทย เช่น มิติทางด้านสังคม มิติทางด้านวัฒนธรรม ฯลฯ เป็นต้น

       ผู้บริหารบ้านเมืองอย่างนักการเมืองในรัฐบาลชุดลอกคราบทักษิณบริหารบ้านเมืองไม่เป็น ไม่เข้าใจกับปัญหาของบ้านเมืองที่กำลังดำรงอยู่มาอย่างสืบเนื่อง แต่มองปัญหาเรื่องราวที่เป็นแผลเน่าอยู่นั้นเป็นเพียงความโง่เง่าของประชาชนที่รอรัฐมาอุปถัมภ์และคอยช่วยเหลือ ป้อนข้าวป้อนน้ำให้ในเรื่องที่ประชาชนไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ แม้กระทั่งเรื่องง่ายๆในชีวิตประจำวัน เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ก็คือพวกสามานย์ครองเมืองเพียงเท่านั้นเอง

       การขึ้นแรงงานขั้นต่ำให้พี่น้องชาวแรงงานเพียงเก้าบาทนั้นเป็นแรงงานที่อยูทำงานในเขตโรงงานหรือไม่ รัฐมองแรงงานที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งทำงานอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนหรือมิได้อยู่ไกลบ้านเกิดของตนมากนัก เช่น แม่บ้านกลุ่มเย็บปักถักร้อย ที่นายทุนจ้างให้ชาวบ้านทำผ้าด้วยมือ ซึ่งแรงงานเหล่านี้ทำงานอยู่กับบ้านกับเรือน ไม่รู้จักหน้าคาดตาผู้จ้างตนแต่อย่างใดหรืออย่างที่บ้านผมพวกนายทุนที่ต้องการผ้าไปขายได้จ้างพวกกลุ่มผู้หญิงในละแวกหมู่บ้านใกล้เคียงมาเป็นแรงงานทำงานเย็บผ้ากับเครื่องจักร พวกเขาทำงานปากกัดตีนถีบอยู่ทุกวี่ทุกวัน เคยได้รับสวัสดิการสังคมจากรัฐหรือไม่หรือรัฐเข้าถึงแรงงานกลุ่มนี้หรือไม่ หรือตั้งใจเข้าถึงเฉพาะแรงงานที่ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่เพียงเท่านั้นเองหรือ!

      สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลชุดปัญญานุ่มนิ่มได้ละเลยคือมิติของ "พื้นฐานครอบครัว" ซึ่งเป็นสถาบันทางสังคมกลุ่มแรกๆที่มนุษย์จำเป็นต้องมี ทางรัฐเคยมองหรือไม่ว่าค่าแรงงานที่ขึ้นเพียงเก้าบาทนั้น คิดในฐานเชิงปัจเจกบุคคลหรือคิดในฐานเชิงกลุ่มสังคม ผมคิดว่าพวกรัฐน่าโง่หรือกลุ่มแรงงานที่ไม่กล้าเรียกร้องค่าแรงให้มากขึ้นกว่านี้ ประเมินรายได้ของตนต่ำอย่างสุดขีด ดังว่าค่าแรงงานที่คุณได้มานั้นมีไว้เก็บเพื่อเลี้ยงตัวเองเพียงเท่านั้น ครอบครัวย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่แรงงานจากไกลปืนเที่ยงย่อมปรารถนาให้ครอบครัวเป็นสุข ให้มีข้าวในท้องอิ่มหมีพีมันเหมือนพวกคนรวยที่ชอบรับประทานอาหารแพงๆตามร้านภัตตาคารชื่อดังและให้ลูกหลานของตนหรือคนแก่ที่นอนรอคอยอยู่บ้านนอกได้มีเงินหยิบจับใช้สอยเหมือนคนอื่นบ้าง

     จะบอกให้เอาบุญว่าค่าแรงงานที่ขึ้นเพียงเก้าบาท จากเดิมสองร้องสามบาท (203 บาท) เป็นสองร้อยสิบสี่บาท (214 บาท) (เอามาตรฐานกรุงเทพฯวัด) อย่างไรก็ไม่พอค่ากับข้าวที่ต้องรับประทานอยู่ทุกวันอย่างแน่นอน หากว่าเขามาเป็นแรงงานเพียงตัวคนเดียว ครอบครัวไม่ได้มาด้วย แต่อย่างไรไหนจะค่าอย่างอื่นที่จำเป็น เช่น ผงซักผ้า น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ของพวกนี้ไม่จำเป็นหรือ! (ชมพู่!ปากหมาและไอ้หน้าลิงรัฐมนตรีฯพาณิชย์ฯ) รวมทั้งเงินเก็บหอมรอบริบเพื่อส่งเสียเงินส่วนหนึ่งไปที่บ้านเกิดหรือหนี้ที่หอมรอบริบมานมนาน

       ในแวดวงแรงงานพวกนายทุนผู้ว่าจ้างบางคนกลับจ่ายค่าแรงงานไม่เต็มอัตรา แถมยังหลอกล่อให้ทำงานนอกเวลาจนร่างกายของแรงงานเสียสุขภาพ แน่นอนครับว่าเรื่องสุขภาพของแรงงานเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่แรงงานต้องเรียกร้องนอกจากค่าแรงงานขั้นต่ำก็คือ "ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต" เพราะว่าบางทีเมื่อคุณเกิดความเจ็บป่วยรบเร้าคุณ เงินค่าแรงงานเพียงเก้าบาทก็คงไม่พอหรอกนะ เพราะพวกแพทย์คงไม่ใจดีต่อคนไข้หรอก เห็นแต่จะแดกเงินแต่เพียงอย่างเดียวและผมคิดว่าแรงงานก็คงเรียกร้องและต่อรองเกี่ยวกับเรื่องนี้มานมนานแล้ว เพียงแต่รัฐไม่เคยเห็นความสำคัญเพียงเท่านั้น (แรงงานตายก็ปัดบอกไปว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นเอดส์ตาย!)

      ส่วนเรื่องของเพศสภาวะในพื้นที่ของกลุ่มแรงงาน ส่วนมากแรงงานที่ทำงานขลุกขลักอยู่ในโรงงานล้วนเป็นผู้หญิงที่ใครก็มองว่าพวกเธอเป็นผู้อ่อนแอ แต่ชีวิตการทำงานในโรงนรกนั้นก็ไม่ต่างกับการเอาชีวิตไปฝากใบมรณกรรมไว้หรือความทุกข์ยากเข็ญใจไว้ให้กับตนเองและบุคคลรอบข้าง พวกเธอเป็นผู้สร้างความมั่งคั่งให้กับระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล แต่เหตุไฉนเลยที่แรงงานหญิง (รวมทั้งแรงงานชาย) กลับถูกละเลยคุณค่าของมนุษย์คนหนึ่ง เพราะฉะนั้น บริบทเช่นนี้ถือว่าเป็นทาสเศรษฐกิจทุนนิยมที่ตรากตรำหลังอานไปทุกเมื่อเชื่อวัน

      เพราะฉะนั้นแรงงานต่างชาติจึงกลายเป็นแรงงานสำคัญของนายทุนไทย ไม่ว่าจะเป็นแรงงานจากประเทศพม่าหรือประเทศเพื่อนบ้าน พวกเขาตุกติกไม่ได้ หากแรงงานต่างชาติตุกติกเขากลัวถูกผู้จ้างไล่ออก ค่าแรงงานต่ำกว่าชาวไทยเท่าไหร่ก็ยินยอม เช่นว่า แรงงานจากพม่าเป็นคนที่ทำงานดีซื่อสัตย์ พวกเขาต่อล้อต่อเถียงไม่ได้ หากกระทำถูกเด้งแน่นอน ไปอยู่พม่าในยุคเผด็จการที่ร้ายที่สุด เขาก็ไม่อยากจะไปอยู่หรอก เป็นต้น ดังนั้น ผมไม่ใช่พวกชาตินิยมไทยหรือไทยจัดที่จะเอาแต่คนไทยรอดตัวไว้ก่อน แต่แรงงานไทยและแรงงานชาวต่างชาติควรได้รับความเท่าเทียมทางสังคมเช่นมนุษย์ผู้มั่งมีศรีสุขคนอื่นด้วย

       แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเมืองไทยเป็นการเมืองที่น้ำเน่าปล่อยให้พวกสามานย์ครองเมือง ประชาชนที่รักคุณทักษิณหรือพวกพลังประชาชนก็รักเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี ส่วนคนชั้นกลางบางท่านกลับไม่สนใจความน้ำเน่าของบ้านเมือง เอาแต่สนุกสนานและปลดปล่อยความเครียดในชีวิตประจำวันไปวันๆ ดังนั้น อำนาจทางการเมืองถูกรวบรัดอยู่ที่นักการเมืองเพียงเท่านั้น ประชาชนผู้มีปัญญาถูกกล่าวว่าเป็นพวกมือที่สาม ส่วนพวกที่ไม่รู้เรื่องการเมืองก็ไม่สนใจ ใครจะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ เพราะไม่ใช่เรา เพราเป็นเขาที่เป็นคนอื่น เอาแต่ตนเองให้รอด ไหนเลยนอกจากจะมีนักการเมืองที่สามานย์และในมหาวิทยาลัยของผมเองก็มีพวกผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่สุดสามานย์ไม่แพ้กัน นักศึกษาจะมองว่าเป็นแรงงานก็ยังได้ แต่ปล่อยให้แรงงานทางวิทยาศาสตร์เติบโต ด้วยการละเลยพวกแรงงานที่เข้าใจสังคมและมนุษย์

     ด้วยเหตุฉะนี้ พวกประชาชนจำเป็นต้องรื้อถอนวาทกรรมการพัฒนาของรัฐบาลชุดนี้ว่าการขึ้นค่าแรงงานเพียงเก้าบาทนั้นไม่ "พอเพียง" อย่างแน่นอน (แรงงานควรขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำจากค่าเดิมเพิ่มเป็นหนึ่งร้อยบาทหรือมากกว่านั้น เพราะผมไม่เห็นใจพวกนายทุนที่ไร้จริยธรรมหรอก)  ไม่เหมาะสมกับคำกล่าวอ้างของภาวะเงินเฟ้อและคำกล่าวอ้างของนายทุนที่บอกกล่าวไว้ว่าต้นทุนผลิตสินค้าสูงขึ้น หากจะปรับค่าแรงงานขั้นต่ำคงไม่เหมาะสมนัก เดี๋ยวเศรษฐกิจไทยไม่เติบโต ตัวเลขจีดีพีไม่เติบโต แรงงานตายก็ช่างปะไรหากว่าตัวเลขสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น กำไรงอกงามดังเมล็ดรวงข้าว แต่ละเลยคุณภาพชีวิตแรงงานตาดำๆยาจกผู้น่าสงสารและถูกย่ำยีตลอดมา โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง!

วิวัฒน์ สวาทชาติ

      

     


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
หมะเมียะคณะสังคม วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 23.06 น.
http://www.oknation.net/blog/philosoanthro


โดนใจ...ชนชั้นกรรมาชีพ

นักศึกษาเองก็คล้ายกับอาชีพรับจ้างเรียนหนังสือไปวัน ๆ
การที่ชนชั้นกลางสนใจแต่เรื่องที่จะคลายเคลียด อันนี้ไปเจอมากับตัวเองถึงรู้
งานมันไม่มีอะไรหรอก แต่ใจมันไม่ไป หลายคนทนทำงานที่ไม่ได้อยากทำจริง ๆ เพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ และเหตุผลต่าง ๆ กันไป

ถ้าไม่มีเหตุผลทางจิตวิญญาณ...พี่คงไปนานแล้ว
ไม่ใช่งานไม่ดีนะ แต่ต้องทนฝืนอะไรหลายอย่าง
ทนเห็นการทำการศึกษาให้เป็นสินค้าต่อหน้าต่อตา โดยที่อยู่ในจุดที่ทำอะไรไม่ได้เหมือนตอนเป็นนักศึกษา
บุคลากรหลายคนที่อยู่ตรงนี้ก็คล้ายกับพี่ แต่เขาทนอีกไม่นานก็จะเกษียร ถ้าไม่มีพวกม.ถนนคนเดินอยู่เป็นขวัญกำลังใจกัน จิตใจของพี่ก็คงแย่

ถ้าไม่ได้เรียนสังคมวิทยา พี่คงไม่ได้เป็นอย่างนี้ บางทีก็สงสารคนรอบข้างเหมือนกัน ที่พี่เป็นพวกขวางโลก แต่เพราะเรารู้ว่าอะไรทำให้สังคมมันเกิดปัญหา มันแปลกนักหรือไง มันแปลกตรงไหนที่ออกมาเคลื่อนไหว ออกมาทำอะไรสักอย่าง

พี่เอง ก็ขี้ขลาดที่ไม่กล้าเผชิญกับความขัดแย้งกับคนรอบข้างตรง ๆ

ตอนที่เป็นนักศึกษาอยู่ พี่อยากให้เราใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวอะไร พี่คิดว่าเราคิดได้ว่าอะไรควรไม่ควรอยู่แล้ว มันเหลืออยู่ที่เราจะกล้าพอจะก้าวข้ามบางสิ่งที่อยู่ในใจเราได้หรือเปล่า ไม่งั้นพี่ก็คงโดนเก็บหรือเรียนไม่จบเพราะทำงานเคลื่อนไหวทางสังคมนานแล้ว (ไปทำอะไรบ้าง ว่าง ๆ จะเล่าให้ฟัง)

เพราะเมื่อถอดชุดนักศึกษาออก มันมีแต่อันตรายที่จะจ้องเล่นงานเราอยู่เสมอ พี่เองก็ยังไม่พร้อมที่จะรับมือมันได้มากนัก ไม่ได้สนับสนุนให้หัวรุนแรง แต่อยากให้หนุ่มสาวสมัยนี้คิดอะไรเพื่อคนอื่นมากขึ้น

พี่ไม่อยากให้คนรุ่นใหม่ด้านชากับความอยุติธรรมในสังคม ชนชั้นล่างมีรายได้แค่พอมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ไม่ต้องงอกต้องเงย ไม่ต้องมีเงิน มีเวลาไปพัฒนาตัวเอง ชนชั้นกลางก็เริงปอยกับการทำงานเพื่อการบริโภคดั่งหนูที่วิ่งในกงจักร ชนชั้นสูงอย่าไปอะไรมันเลย เคยเห็นคนมันเป็นคนเหมือนกันไหม

อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้คาดหวัง และไม่สามารถที่จะทำใครก็ต้องทำตามที่ขอได้ด้วย

แต่หากความงดงามของพวกเราที่เหลือยังจะต่อความหวังให้ป้าแก่ ๆ คนนี้ได้

ถ้าจากนี้ไป มหาวิทยาลัยไม่เหลือคนอย่างพวกเรา พี่ก็คงไม่อาจทนอยู่ได้เช่นกัน (จากนั้นคงเรียนต่อไม่ก็ไปทำงานเพื่อสังคมจริง ๆ จัง ๆ เสียที)

ไม่รู้เมื่อไรจะกลับมาพร้อมกับเสียงที่ดังพอที่จะบอกเล่าเรื่องราวหายนะของการศึกษาในปัจจุบันอ่ะนะ...เฮ้อ....

ป.ล.วันนี้มาบ่นมากกว่ามาเม้นต์แฮะ
ความคิดเห็นที่ 1
tiikpom วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 16.29 น.
http://www.oknation.net/blog/chaisrii

หักลบ กับค่าครองชีพปัจจุบันแล้วก็คงไม่ได้อะไรค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสี่ยวรำพึง : จากนอกสู่เมือง

จากวันนั้น แม้ว่าตัวฉันจะเคยผิดหวังแต่ฉัน มั่นคงในหัวใจใฝ่ฝัน สิ่งใด สิ่งนั้น สักวันจะมา ความผิดหวังครั้งเราผ่านมา สร้างสรรค์สร้างวันสดใส ให้คนเรียนรู้ตัวชั่วดี อย่างใด อย่างนั้นสักวันเจอะเจอ

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



คิดอย่างไรกับพวกชาตินิยมจัด ?
ปฏิรูปความรู้
3 คน
ให้โง่อยู่อย่างนั้น
0 คน

  โหวต 3 คน