• แค่คนอีกคน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bigism_anthropology@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-29
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 10721
  • จำนวนผู้โหวต : 144
  • ส่ง msg :
MICRO
เรื่องเล็กน้อยของชีวิตอาจจะไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ไพศาลกว่าชีวิตของเรา แต่เรื่องที่ไพศาลกว่าเรา คนที่เขาอยู่ตรงนั้น ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจคนอย่างเราๆซักกะที มันน่าเบื่อไหมล่ะ ที่เห็นใครก็ไม่ได้เรื่อง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Bigism
วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม 2551
นางทาสกับการเมืองไทยยุคลูกกรอกหนึ่ง
Posted by แค่คนอีกคน , ผู้อ่าน : 134 , 14:10:05 น.  
พิมพ์หน้านี้


นางทาสกับการเมืองไทยยุคลูกกรอกหนึ่ง

       ละคร "นางทาส" ทางช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณเพิ่งลาจอไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12/05/2551) ผู้ชมหรือแฟนละครเรื่องนางทาสคงจะได้รับความบันเทิงเริงใจแบบฉบับประวัติศาสตร์ไทย สมัยยุคศักดินารัตนโกสินทร์ตอนต้นและช่วงยุครัตนโกสินทร์เข้าสู่ความทันสมัย ที่มีไพร่ทาสเกลื่อนกลาดเต็มอยู่ไปทั่วในแว่นแคว้นไทย ซึ่งผมเชื่อว่าตัวละครที่น่าสงสารที่สุดคงเป็นตัวเอกของเรื่องอย่าง "อีเย็น" (แสดงโดย สุวนันท์ คงยิ่ง) และตัวละครที่แฟนละครควรหมั่นไส้หรือเกลียดเข้ากระดูกดำ คือ "แม่สาลี่" (แสดงโดย จีระนันท์ มะโนแจ่ม) จนตอนอวสานแม่สาลี่ก็โอดครวญพิษไข้ไม่ไหวแล้วตรอมใจตายอยู่ที่กระท่อมโทรมๆแห่งหนึ่งของผู้รับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่าง "อีแอบ"

       ส่วนละครตัวอื่นๆนั้นก็มีตัวสำคัญอยู่มากน้อยเช่นกัน แต่อยากให้ท่านผู้อ่านย้อนมองกลับไปตามช่วงประวัติศาสตร์การเมืองไทยกับประวัติศาสตร์ละครไทยทางสื่อโทรทัศน์ ไม่รู้ว่าอะไรจะ "บังเอิญ" ซะขนาดนี้ คือว่า ละครนางทาสที่เพิ่งจบไปหมาดๆถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่เท่าที่ผมจำได้ในยุคร่วมสมัยของผมคือว่านางทาสเวอร์ชั่นแรกฉายตอนปี 2537 หากจะเทียบเวลาระยะห่างการนำมาผลิตซ้ำละครใหม่ คือ 2537-2551 เท่ากับ 15 ปี เช่นกัน รัฐประหารที่เกิดขึ้นล่าสุดโดยพวกรักความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 ซึ่งพวกคอการเมืองไม่ยักอยากเห็นแล้วว่ายุคประชาธิปไตยเสรีเช่นนี้รัฐประหารจะผลุดโผล่ขึ้นมาอีก ซึ่งกลุ่มคนที่น่าผิดหวังที่สุดคงเป็นพวกนักวิชาการทั้งหลาย เพราะว่าระยะห่างของรัฐประหาร 2534 จะให้ชัดเจนคือการยึดครองอำนาจของทหารช่วงยุคพฤษภาทมิฬเมื่อปี 2535 บังเอิญติดการเมืองว่าระยะห่างของเวลารัฐประหารในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเท่ากับ 15 ปีเช่นกันของละครนางทาส

     นั่นคือ "ความบังเอิญ" เพียงเท่านั้นเอง ลองหันมาทบทวนขบคิดกับการสร้างสรรค์ละครไทยหรือละครชาติอื่นบ้างว่าเขามักจะสร้างละครหรือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งขึ้นมาตามกระแสสังคมขณะนั้นที่กำลังดำรงอยู่อย่างเกลื่อนกลาด เช่นกันพวกฉลาดแกมโง่หรือพวกฉลาดแกมเฉลียวมักจะวิจารณ์ละครไทยว่าเป็นประเภท "น้ำเน่า" (ให้ไปดูบทความก่อนหน้านั้นของผมที่ชื่อว่า "ลักษณะร่วมละครไทยสมัยใหม่") อันเป็นการตีแผ่สังคมและวัฒนธรรมที่กำลังดำรงอยู่อย่างแท้จริง เพียงแต่ผู้สร้างสรรค์ละครนำเผยแพร่หรือแสดงออกอย่างมีศิลปะเพียงเท่านั้น (ไม่ใช่พูดตรงไปตรงมาเหมือนเรา) และละครเป็น "กระจกส่องสะท้อน" สังคมได้เป็นอย่างดี (อย่างที่อาจารย์ ดร. วสันต์ ปัญญาแก้ว กล่าวไว้ในหนังสือชื่อดังของตนที่มีชื่อว่า "ชีวิตข้างถนน")

      ท่านผู้ชมคงจำได้ว่าเมื่อสองสามปีที่แล้ว (ประมาณปี 2548) ทางช่องเจ็ดสีได้ผลิตละคร "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นพวกคนที่โกงบ้านกินเมือง ฉกฉวยทรัพย์สมบัติของแผ่นดินเพื่อนำไปเสวยสุขให้กับตน แน่นอนครับว่าเรื่องนี้เขากำลังด่าใคร? หากจะพิจารณาบริบททางการเมืองยุคนั้นเป็นยุคเริ่มขาลงของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังถูกคนในก๊วนแก้เผ็ดกันเองและกลุ่มที่ขัดแย้งผลประโยชน์กับพวกชินคอร์ปอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เกิดอาการบ้าแฉไต๋คุณทักษิณแบบเผาผีเผาคน จนประชาชน (คนชั้นกลาง) เกิดอาการสงสัยกับความชั่วของคุณทักษิณที่ใครๆก็รู้ว่าเขาเล่นไม่จ่ายภาษีให้กับรัฐ เนื่องจาก คุณทักษิณใช้มนตร์สะกดแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง

     ที่กล่าวมาข้างต้น ผมพยายามจะสะท้อนให้เห็นเป็นนามธรรมว่าการเมืองไทยยุคนี้เป็นไปอย่างคำกล่าวของนักวิชาการหลายท่านว่าเป็น "การเมืองของไพร่ทาส" (ซึ่งผมได้ยินมาจาก ดร.วสันต์ ปัญญาแก้ว) ช่วงนี้ไพร่ทาสหรือพวกทาสกสิกรรม (serf) อยู่ในช่วงดิ้นรนชีวิตตนเองให้อยู่รอดด้วยการพึ่ง "ผู้มีบุญ" แต่ว่าปัญหาคือผู้มีบุญมิได้มีอยู่คนเดียวนะสิ พูดง่ายๆก็คือว่าพวกชนชั้นรากหญ้าก็มีผู้มีบุญสถิตอยู่ในดวงใจคนหนึ่ง ส่วนคนชั้นกลางก็มีผู้มีบุญอีกชุดหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นการชูอุดมการณ์อะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ถือว่าเป็น "สิ่งต้องห้าม" ในประเทศไทย ถึงอย่างไรผู้มีบุญที่แท้จริงมีเพียงคนเดียวเพียงเท่านั้นเอง เพียงผู้มีบุญเขาไม่ได้มาเล่นละครทางการเมืองแบบเต็มตัวด้วยเท่านั้นเอง

      จะเห็นได้ชัดว่า ผู้มีบุญได้สั่งสอนพวกผู้พิพากษาที่ทำงานศาลไขฟงว่าท่านควรจะเป็นอย่าง "เปาบุ้นจิ้น" ซึ่งเป็นความไม่เอาถ่านของพวกผู้พิพากษาเก่งๆทั้งหลาย ด้วยการละเลยพวกที่โกงบ้านกินเมืองว่าให้เขาไปโกงการเลือกตั้งแบบนั้นได้อย่างไร จนตาหนุ่มเสื้อกั๊ก อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี วิเคราะห์การเมืองตอนนั้นว่าเป็น "ตุลาการภิวัฒน์" นี่แหละคือความสืบเนื่องของการเมืองไทยที่มอบอำนาจไว้ให้ศาลมากจนเกินไป จนรัฐบาลลูกกรอกหนึ่งก้นร้อนและอยู่ไม่เป็นสุขไปตามๆกัน ซึ่งถ้าชมข่าวการเมืองไทยยุคนี้คือเป็นการแก้เผ็ดพวกนักการเมืองด้วยกันเอง

       ถ้าเรามองการเมืองภาคประชาชนสามารถเห็นได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองกันอย่างที่สุด พวกกสิกรรมหรือเกษตรกรต่างพากันไม่พอใจกับพวกนายทุนที่ไร้จริธรรมทั้งหลาย ดังจะเห็นได้จาก การประท้วงปิดถนนสายหลักของพี่น้องชาวนาคนเชียงรายว่าขอเรียกร้องขึ้นราคาข้าวตามกลไกราคาตลาด เพื่อมิให้การทำนาขาดทุน  เช่นกันพี่น้องชาวใต้ที่ปลูกต้นปาล์มที่ไม่พอใจกับราคาปาล์มที่ถูกกระหน่ำชีวิตเกษตรกรรมอย่างหนักหนาที่สุด ประชาชนจึงร่วมใจปิดคมนาคมสายหลักของภาคใต้จนการจราจรเกิดอาการวุ่นวายและอัมพาตเต็มที่ ดังนั้น รัฐบาลลูกกรอกจึงพากันกุมขมับกันใหญ่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี สุดท้ายนั้น การเจรจาต่อรองผลประโยชน์ของนายทุนกับพี่น้องกสิกรรมหรือเกษตรกรได้ผลบรรลุเป็นที่น่าพอใจไปชั่วระยะหนึ่งเพียงเท่านั้นและเป็นการต่อลมหายใจของพวก Serf ไปช่วงหนึ่งเพียงเท่านั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนแต่อย่างใดเลย

      หากพิจารณาจากความสัมพันธ์การผลิตในระบบเศรษฐกิจไทย ยังคงยืนอยู่บนศรีษะของระบบทุนนิยมอย่างสุดโต่ง พวกนายทุนที่ไหนที่มีคุณธรรมบ้าง ไม่เคยเอาเปรียบผู้คนหรือกรรมมาชีพที่มอบส่วนเกินให้ หวังกอบโกยเอาแต่กำไรแต่เพียงอย่างเดียว แล้วกลับไม่สนใจคุณภาพชีวิตของกรรมมาชีพ พวกเขาจึงยอมก้มหน้ารับกรรมนี้ไปชั่วชีวิตอย่างนั้นเองหรือ คนรวยเอาก็รวยเอาๆ คนที่ถังแตกก็ยิ่งจนลงๆ อะไรคือความยุติธรรมหรือความเสมอภาคหรือคุณพี่ นี่หรือที่ใครหลานท่านเรียกว่าเป็น "เวรกรรม" หรือเป็นการ "ทำนาบนหลังคน" กันแน่

      เพราะฉะนั้น พื้นที่ถนนคือพื้นที่การแสดงการเคลื่อนไหวทางการเมืองในระดับหนึ่ง จนพวกลูกกรอกหรือพวกชนชั้นปกครองก็น่าจะกระอักเลือดไปหลายหยดเลยทีเดียว ถนนเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญอย่างหนึ่ง คืออำนาจของการดึงดูดให้คนรู้จักเข้าถึงการพัฒนาแบบตะวันตก แต่พวกเขาใช้สัญลักษณ์ความเจริญเป็นพื้นที่การแสดงออกทางการเมืองด้วยการปิดถนน หวังก่อให้เกิดความวุ่นวายและสร้างความเห็นใจให้ชนชั้นปกครองหันมาเหลียวมองบ้าง เพราะว่าพวก serf งอมพระรามมาเต็มทนเต็มแก่อยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงพวกเขาน่าจะเรียกร้องความเสมอภาคและเคลื่อนไหวให้สังคมเกิดการกระตุ้นความคิด เพื่อแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อเขาเกรงอกเกรงใจ จะหันหน้าพึ่งใครราวกับว่าเสียศักดิ์ศรี เขาจึงยอมทนงอมพระราม หวังว่าบุญจะส้มหล่นมาสักครั้งหนึ่ง

       ขอให้ย้อนไปในวันแรงงานที่ผ่านมาว่าพี่น้องผู้ใช้แรงงานขอให้รัฐช่วยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพียงเก้าบาท ผมกล่าวไปแล้วว่าแค่เก้าบาทถือว่า "ไม่พอเพียง" และอีกหลายประการที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานควรได้รับสวัสดิการจากรัฐให้มากขึ้น โดยเฉพาะระดับคุณภาพชีวิต เช่น สุขภาพ ครอบครัว ฯลฯ เป็นต้น อีกทั้งผมเข้าใจว่าแรงงานส่วนมากเป็น "เพศแม่" พวกท่านจะกดขี่ขูดรีดกำลังของผู้หญิงที่ได้สร้างความมั่งคั่งแก่ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างเติบใหญ่เลย หลังจากที่สูญเสียที่ดินทำกินหรือภาคเกษตรกรรมล่มสลาย จึงเข้ามาอพยพหาฝันในเมืองศิวิไลซ์ว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ส่วนมากลับไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคาดคิดเลย มิหนำซ้ำชีวิตจึงถูกงอมพระรามไปชั่วนาตาปีอย่างไม่มีวันสิ้นสุดด้วย

      ส่วนคนที่ไม่สนใจข่าวสารหรือความเป็นไปของบ้านเมือง ก็คอยนั่งกระดิกตีนสบายๆไปวันๆ แค่จะคิดสักหน่อยก็ยังไม่คิด เช่น เพื่อนนักศึกษาหลายท่านก็เรียนๆรอๆวันรับพระราชทานปริญญาบัตร  เด็ก ม.6 มีความสุขที่สอบติดเข้ามหาวิทยาลัยได้  พวกไฮโซเอาแต่เดินแบบตามงานรื่นเริงต่างๆ โชว์สวยโชว์หล่อให้ชาวบ้านดูจนตาแฉะ แต่มันรับประทานลงท้องไม่ได้และอีกมากมาย เป็นต้น ขนาดว่าตัวผมก็ยังคิดว่าเป็นตัวถ่วงในบ้านเมืองแล้ว แต่อย่างน้อยผมก็คิดมากและพูดแบบมีสาระมากกว่าคนอื่น ไม่ใช่ดื่มด่ำความไร้ประโยชน์ไปวันๆ มันช่วยใครไม่ได้หรอกและไม่ช่วยตัวคุณเองด้วย

      ดังนั้น ผมไม่อยากให้ประชาชนเป็นแบบ "อีเย็น" ในยุคนี้เลย พวกขุนนางจะว่าเยี่ยงไร จะชื่นชมอย่างไร จะถูกทำร้ายอย่างไร ก็ได้แต่ยอมก้มหน้าผงกหัวอย่างยินยอม เป็นแค่ "บ่าว" หรือ "ทาส" อย่าริมาเถียงไม่ตบฟากกับ "นาย" เขาสั่งอย่างไรก็ให้ทำเช่นนั้น ใครจะมาทำร้ายถึงขั้นชีวิตก็ยังมาถนอมทำตนให้เป็นผู้มีศีลธรรม โดยไม่เคยเรียกร้องหรือฟ้องร้องต่อนายแต่อย่างใด ผู้คนรอบข้างอย่างพวกทำครัว เช่น ยายฟัก (แสดงโดย ดวงดาว จารุจินดา) คอยนั่งน่าเวทนาสงสารอีเย็นและร่วมเศร้าเล่าเรื่องเคล้าน้ำตา

     ในเรื่องนางทาสคนที่เป็นตัวร้าย ก็คือ ร้ายแบบสุดๆ ชั่วไม่เลือกกาลเทศะ นั่นคือ สาลี่กับแม่บุญมี (จีระนันท์ มะโนแจ่ม และ อรวรรษา ฐานวิเศษ) ส่วนแม่แย้ม เมียหลวงของเจ้าคุณ (ปิยธิดา วรมุกสิก และ วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) คอยกีดกันไม่ให้พวกเมียน้อยอย่างสาลี่กับบุญมีมาคอยรังควานท่านเจ้าคุณได้ นี่คือ ความต้องการมีอำนาจของชายที่แสดงให้เห็นว่าหญิงเป็นที่มาของอำนาจ ด้านหนึ่งฝ่ายหญิงต่างใช้ระบบอำนาจชายเป็นใหญ่มาเถลิงความเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ใหญ่ที่สุด ด้วยการแสดงออกจากพื้นที่เหย้าเรือนว่าเรือนแม่แย้มใหญ่กว่าเรือนแม่สาลี่และแม่บุญมีหลายเท่าตัวนัก ที่สำคัญคือการมีลูกมอบให้ท่านเจ้าคุณ ซึ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำความชอบธรรมให้ตนว่าใครครองใจเจ้าคุณได้มากกว่ากันหรือเล่นมนต์สะกดให้ท่านเจ้าคุณมาร่วมหลับนอนด้วยทุกวัน

     แต่ประเด็นสำคัญคือการที่อีเย็นยอมพร้อมใจให้ลูกที่กำเนิด (คือหนูแดงหรืออุ่นเรือน) ให้กับแม่แย้ม ช่วงหลังมาแม่แย้มจึงสงสารอีเย็นอย่างสุดขีดว่ามันรักลูกของมันมาก คอยติดตามเฝ้าดูหนูแดงตลอด ทำแบบนี้เท่ากับการเป็นการสร้างบาปเพราะแม่แย้มไปแย่งลูกของอีเย็นมาจนอีเย็นงอมพระรามไปนานปีอยู่เหมือนกันและสุดท้ายพวกนางร้ายก็ถูกเจ้าคุณจัดการเสียหมด ตัดทอนอำนาจออกไปและอีเย็นก็ได้กลับมาเป็นเมียเจ้าคุณอีกครั้งหนึ่ง

      เท่ากับว่าเรื่องนี้ยุยงส่งเสริมให้ชายเหนือกว่าหญิง ไม่เคารพผู้หญิง จะทุบตีหรือเฆี่ยนผู้หญิงที่เป็นเมียเมื่อยามใดก็ได้ ดังที่อีเย็นถูกใส่ร้ายจากบุญมี ซึ่งถูกกกล่าวว่า "อีเย็นมีชู้" แต่ทั้งนี้ละครอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้ชายเคารพและเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงในฐานะที่เป็น "เพศแม่" เลยแม้แต่นิดเดียว แน่นอนในเรื่องนี้เจ้าคุณไม่ใช่คนผิดในสายตาของสังคมยุคนั้นหรืออาจจะในสายตาของท่านผู้ชม นี่แหละคือการทำลายเพศแม่อย่างรุนแรงที่สุด อย่างที่เราเห็นสามีหรือผู้ชายหลายคนทุบตีภรรยาหรือผู้หญิงจนบวมช้ำกายและใจกันอย่างที่สุด

      ผมอยากจะเปรียบเทียบว่าเจ้าคุณคือคุณทักษิณ ชินวัตร แม่แย้มคือพจมาน สาลี่กับบุญมีคือพวกคณะความมั่นคงแห่งชาติ อีเย็นคือกรรมาชีพผู้คลั่งทักษิณ คนใช้อย่างอีป่วนคือพวกประชาชนที่ไม่สนใจการเมืองหรือสนใจแต่มิได้จริง จึงเปล่งวลีว่า "แต่...ก็มิได้นำพา..." อยู่เฉยๆแล้วคอยสั่งสอนดีกว่าการลงมือกระทำ ส่วนอีแอบคือพวกคอยยุยงส่งเสริมให้พวกคณะความมั่นคงบ้าอำนาจและหลงผิดทางการเมือง อีกทั้งในเรื่องจะเน้นประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยม ดังจะเห็นได้จากฉากที่ข้าราชาการทำหน้าซื่อตาใสประกาศพระราชโองการจากในหลวง (รัชกาลที่ 5- ปิยมหาราช) ทรงประกาศ "เลิกทาส" ผมตกใจมากเลยว่าพวกไพร่ทาสในละครแสดงได้สมจริงจนเกิดอาการปลาบปลื้มพระมหากรุณาธิคุณของผู้มีบุญ ไม่ใช่หรอก! นี่คือการคงอำนาจของศักดินาให้คงอยู่ต่อไปเท่านั้นเอง

      ดังนั้น ละครการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมาก็คล้ายๆกับละคร "นางทาส" เป็นยิ่งนัก คนที่ทำผิดก็ไม่รับโทษทัณฑ์อย่างเจ้าคุณหรือแม่แย้ม มีคนแบบอีเย็นรักเจ้าคุณอย่างหน้ามืดตามัว ไม่แยกแยะความผิดชอบชั่วดี หาความถูกต้องไม่เป็นหรือกลัวหาเรื่องใส่ตัวเพราะการยินยอมว่าเป็นบ่าวหรือทาส ส่วนอีสาลี่กับอีบุญมีก็คอยแก้เผ็ด คอยเล่นงาน คอยฟ้องและโจมตีทำร้ายเอาทุกเรื่องให้แก่พวกท่านเจ้าคุณ จนเจ้าคุณไม่ปลื้มและผลักไสไล่ส่งไปตอนท้ายเรื่อง ส่วนคนแบบอีป่วนก็ "เฉยชา" อะไรๆก็เปล่งวลีมาว่า "แต่...ก็มิได้นำพา.." แล้วถ้าคุณมีความคิดดีๆทำไมไม่มาช่วยกันคนละไม้ละมือแก้ปัญหาหรือกล้าขยับปากหน่อยก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ส่วนคนอย่างอีแอบก็ช่วยพาบ้านเมืองฉิบหายกันถ้วนหน้าและนี่คือการเมืองของไพร่ทาสของการเมืองไทยยุคลูกกรอกที่อำนาจไปฝังแน่นอยู่ในมือของศาล ไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ นักการเมืองที่น้ำเน่าจึงแก้เผ็ดกันเอง ประมาณว่า "ขิงก็รา ข่าก็แรง" ส่วนผู้มีบุญก็ฉลาดมากที่ฉวยโอกาสภัยธรรมชาติพายุไซโคลนาร์กิสที่ถล่มพม่าและแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนในประเทศจีน คอยทำบุญสุนทานให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและใช้อุดมการณ์ที่สั่งสมมายาวนานจนสามารถครอบงำคนหลายชนชั้นได้คอยคงอยู่อำนาจต่อไป

     น่ากลัวมากเลยนะครับที่การเมืองไทยยุคนี้คือการแหย่สิ่งต้องห้ามในสังคมไทย อย่างคุณเสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวสก็โดนข้อครหานี้ คุณทักษิณ ชินวัตรถูกก่นด่าเรื่องชื่อท่านบนธงชาติ พูดง่ายๆก็คือว่าใครอยากมีอำนาจอยู่ในกำมือและต้องการกำจัดเขี่ยศัตรูทางการเมือง เขาจะใช้อุดมการณ์เจ้าสร้างความชอบธรรมให้กับพวกพ้องและใครที่ไม่จงรักภักดีจึงถูกฟ้องด่าเล่นงานเหมือนเราเล่นกันตอนสมัยเด็กๆ "เลิกคบกันไปเลย...เดี๋ยวก็มาคืนดีกันอีก"

       ในส่วนรัฐบาลลูกกรอกหนึ่งคือพวกที่ถูกคนสามานย์ชุบชีวิตขึ้นมาให้มีชีวิตโลดแล่นทางการเมืองอีกครั้ง รัฐบาลชุดนี้ต้องทำงานหนักจนหลังอาน (ทั้งยังทำงานไม่ได้เรื่องเลย)  เพราะว่าพิษเศรษฐกิจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ประชาชนต้องทนรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจไว้อย่างหนักหน่วง สินค้าขึ้นราคากันถ้วนหน้า พ่อแม่ผู้ปกครองคอยรับใช้อุดมการณ์ความเป็นระเบียบของโรงเรียนรัฐและเอกชนงี่เง่าทั้งหลาย จึงเสียเงินเป็นกอบเป็นกำในช่วงเปิดเทอมกันถ้วนหน้า แค่ภาระการใช้จ่ายซื้อชุดนักเรียนชีวิตผู้ปกครองอ่วมอรทัยไปอีกนาน ข้าวก็ราคาแพง พวก serf ต้องทนรับภาระเศรษฐกิจแบบนี้อย่างหนักบ่า เพื่อให้ตนและประชาชนมีข้าวและของต่างๆรับประทานไว้ ทั้งที่อาจจะรับประทานข้าวพร้อมหยดน้ำตาก็ได้และอื่นๆอีกมากมาย

   นอกจากนี้ ประชาชนยังต้องทนรับความงี่เง่าทางการเมืองไว้อีกต่อไป ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม-วัฒนธรรม ดังนั้น พวกท่านจะยอมก้มหน้ารับกรรมต่อไปหรือจะลุกขึ้นมาปลดแอกกับความไม่แน่นอนของบ้านเมืองกันแน่ คุณจะรอคอยผู้มีบุญอย่างนั้นเหรอ "แค่ฝันไป!" หรือจะยอมแช่แข็งแบบอีเย็น ยุคนี้คงทำแบบอีเย็นไม่ได้แล้วนะครับพี่น้องประชาชน เมื่อชนชั้นปกครองไม่เอาถ่าน การเมืองภาคประชาชนจึงเป็นความหวังที่จะแก้ไขปัญหาหลายประการในบ้านเมืองอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น สิ่งแวดล้อม การศึกษา ฯลฯ เป็นต้น พวกท่านไม่มีบุญอย่างในยุครัชกาลที่ห้าหรือยุคนางทาสหรอก ท่านนั้นแหละคือ "คนที่เลือกเอง"

วิวัฒน์ สวาทชาติ

  

    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
แค่คนอีกคน วันที่ : 29/06/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

http://my.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=351838&chapter=1045 Load songs clash
ความคิดเห็นที่ 6
แค่คนอีกคน วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 15.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

Dunk อัลบั้ม ดัง พันกร บุณยะจินดาpart1 http://www.uploadtoday.com/download/?8e414fb17b6bf1a8d5a154c28ee00410
part2 http://www.uploadtoday.com/download/?1a37d179ef1ce4849deb79ffe96e89ca
Dunk อัลบั้ม Absolute Dunkpart1 http://www.uploadtoday.com/download/?483eb5243e9fad8ed0f63af18e5276d7
part2 http://www.uploadtoday.com/download/?9e932bec4b35220fe3969872d1792172
Dunk อัลบั้ม Firepart1 http://www.uploadtoday.com/download/?cc214d96ff6433dd83b50f70fa273f3d
part2 http://www.uploadtoday.com/download/?0cf5680ca99b47d002faf21d5010bcec
Dunk อัลบั้ม Metro Sexualhttp://www.uploadtoday.com/download/?af4467d9d5d58db03e2104cbfc733ba7
Dunk อัลบั้ม Out of Controlpart1 http://www.uploadtoday.com/download/?0379bcbb67e98c672f03030a880ee00e
part2 http://www.uploadtoday.com/download/?71ef912a1b6a0bc9ddcba527b15ed8d7
Dunk อัลบั้ม Hi-Soulhttp://www.uploadtoday.com/download/?fb55305ba0c75886e0f809756fb102dd
ความคิดเห็นที่ 5
แค่คนอีกคน วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 15.42 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด


ความคิดเห็นที่ 4
แค่คนอีกคน วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

http://www.zidogang.com/webboard/?topic=17536.msg104206;topicseen Bird Thongchai
ความคิดเห็นที่ 3
แค่คนอีกคน วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 15.10 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

zidoupload for load my favourite songs.
ความคิดเห็นที่ 2
แค่คนอีกคน วันที่ : 02/06/2008 เวลา : 14.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

ช่วงนี้ยังนำไม่ได้พิมพ์บทความนะครับ อยู่ในช่วงปรับปรุง...อยู่ กะว่าจะเขียนบทความให้หลากหลายแนวและไม่เบาสมอง
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 15.11 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เสี่ยวรำพึง : จากนอกสู่เมือง

จากวันนั้น แม้ว่าตัวฉันจะเคยผิดหวังแต่ฉัน มั่นคงในหัวใจใฝ่ฝัน สิ่งใด สิ่งนั้น สักวันจะมา ความผิดหวังครั้งเราผ่านมา สร้างสรรค์สร้างวันสดใส ให้คนเรียนรู้ตัวชั่วดี อย่างใด อย่างนั้นสักวันเจอะเจอ

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



คิดอย่างไรกับพวกชาตินิยมจัด ?
ปฏิรูปความรู้
3 คน
ให้โง่อยู่อย่างนั้น
0 คน

  โหวต 3 คน