• ลิขิตฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 3538
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
more
ลิขิตฟ้า
ลิขิตฟ้า สามารถแปลความหมายได้ 2 มุม หากมองทั่ว ๆ ไปแล้วอาจแปลความหมายไปทางด้าน โชคชะตา ฟ้าลิขิต (ปลงซะ กับเหตุการที่เกิดขึ้น) หรืออีกมุมหนึ่ง ผู้กำหนด ขีด เขียน ชะตาฟ้าดิน (เป็นผู้กำหนดเอง ลิขิตเอง)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Bkot
วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม 2550
สำรวจคนที่คุณรัก วินิจฉัยด้วยตัวคุณเอง....
Posted by ลิขิตฟ้า , ผู้อ่าน : 116 , 18:02:50 น.  
พิมพ์หน้านี้


      

โรค Attention Deficit  Trait

โดย ผศ.ดร .พสุ  เดชะรินทร์     pasu@acc.chula.ac.th

ท่านผู้อ่านเป็นผู้หนึ่งที่ชอบทำงานในลักษณะของMultitaskingหรือไม่ค๊ะ ? คนกลุ่มนี้จะเป็นพวกที่สามารถหรือชอบที่จะทำงานหลาย ๆ  อย่างไปในขณะเดียวกันเช่นในขณะที่กำลังเช็คอีเมลทางคอมพิวเตอร์  ก็กำลังคุยโทรศัพท์สั่งงานกับลูกน้องพร้อมทั้งดื่มกาแฟไปพร้อมกัน  หรือในขณะที่กำลังนั่งประชุมก็สั่งงานพร้อมทั้งหาข้อมูลและตัดสินใจผ่านทางเครื่องโน้ตบุ๊คที่ตั้งอยู่ข้างหน้า

ในอดีตก็เคยชื่นชมคนพวกนี้นะ ว่ามีความสามารถมาก สามารถทำงานได้หลายอย่างในขณะเดียวกัน  สามารถทำงานได้ออกมาเยอะและดูยังสงบไม่ตื่นเต้นโวยวายเท่าใด

แต่ท่านผู้อ่านทราบไหม  ว่า การทำงานในลักษณะ Multitasking นั้นกลับเป็นสาเหตุประการหนึ่งของโรคร้ายใหม่ในที่ทำงาน  ที่เราเรียก Attention  Deficit Trait หรือ ADT  โรคนี้เป็นโรคที่เราจะเจอมากขึ้นเรื่อยๆ  ในที่ทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะแวดล้อมที่บังคับให้คนทำงานจะต้องทำงานด้วยความรวดเร็วมากขึ้นทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน  จะต้องตื่นตัวตลอดเวลาไม่มีเวลาหรือโอกาสได้สงบพัก

ท่านผู้อ่านลองพิจารณาตัวท่านเองหรือบุคคลรอบข้างนะค๊ะว่าเป็นโรคนี้หรือไม่?

อ่านพบเจอโรคนี้จากวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนมกราคม 2548 ในบทความชื่อ Why Smart  People Underperform เขียนโดย Edward M.  Hallowell ซึ่งเป็นจิตแพทย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในโรคที่เกี่ยวกับสมองและสมาธิทั้งหลาย คุณหมอท่านนี้ทำการรักษาอาการ Attention Deficit  Disorder หรือ ADD มากว่า 25 ปี และโรค ADD นี้เราเริ่มรู้จักกันมากขึ้นในเมืองไทย  โดยเฉพาะผู้ที่มีลูกอยู่ในวัยเรียนเรามักจะเรียกโรคนี้ว่าเป็นโรคสมาธิสั้น

ผู้เขียนบทความนี้เขาพบว่าในช่วงหลังๆ  เริ่มมี ผู้ใหญ่เข้ามารับการรักษาในอาการที่คล้ายกับโรคสมาธิสั้นกันมากขึ้น แต่เมื่อวินิจฉัยดูก็ไม่ได้เป็นโรคสมาธิสั้น  แต่เป็นโรคอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอาการคล้ายกับโรคสมาธิสั้น คุณหมอท่านนี้เลยตั้งชื่อใหม่ว่าเป็น Attention  Deficit Trait หรือ ADT โดยสาเหตุของ ADT จะต่างจากโรคสมาธิสั้นเนื่องจากโรคสมาธิสั้นจะมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมและสภาวะแวดล้อม  แต่ ADT นั้น  จะมาจากสภาวะแวดล้อมเป็นหลัก

ผู้ที่เป็นโรค ADT นั้น  มักจะมีอาการสมาธิสั้นไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่งได้นานๆ  ก็จะถูกดึงดูดด้วยงานอย่างอื่น มีความวุ่นวายอยู่ข้างใน (แต่มักจะไม่แสดงออกมาให้ผู้อื่นเห็น) ไม่ค่อยอดทนมีปัญหาในการจัดระบบต่างๆ (Unorganized) การจัดลำดับความสำคัญและการบริหารเวลา

โรค ADT นี้มักจะเริ่มก่อเกิดขึ้นเมื่อเราก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ การที่มีความรู้สึกว่ามีงานด่วนหรือสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วนที่จะต้องทำเข้ามาเรื่อยๆและท่านพยายามที่จะจัดการกับงานด่วนเหล่านั้นให้สำเร็จ  จะเป็นบ่อเกิดที่สำคัญของโรค ADT เพราะเมื่อเรามีงานที่เร่งด่วน  หรือจำเป็นเข้ามาเรื่อยๆ เราก็มักจะรับภาระความรับผิดชอบต่องานเหล่านั้น อีกทั้งไม่บ่นไม่โวยวายต่อภาระงานที่เพิ่มขึ้นเราจะก้มหน้าก้มตาพยายามทำให้งานสำเร็จ ทั้งๆ  ที่กำลังความสามารถและเวลาของเราไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณของงานที่เข้ามา    ดังนั้นเมื่อเจอกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและเร่งด่วนขึ้น เราก็มักจะอยู่ในอาการของความรีบร้อนตลอดเวลาพยายามทำงานให้เสร็จโดยเร็ว

การทำงานหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ  กันและขาดสมาธิต่อการทำงานๆ หนึ่ง (Unfocused) แต่ในขณะเดียวกันบุคคลเหล่านี้ก็จะไม่บ่นไม่โวยวายดูจากภายนอกแล้วเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

ทีนี้ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าโรค ADT จะก่อให้เกิดปัญหาอะไรขึ้น?ง่ายๆ  ก็คือทำให้สมองเราสูญเสียความสามารถในการคิด  วิเคราะห์และทำงานอย่างละเอียดลึกซึ้ง  จะส่งผลให้งานที่ออกมาเป็นงานที่เร็วแต่ไม่ลึก จะทำให้ความสามารถในการทำงานของเราลดน้อยลงการที่สมองเราจะต้องรับ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลต่างๆ  เพิ่มมากขึ้นความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ก็ลดลงอีกทั้งความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้มากขึ้น

โรคนี้ถือเป็นโรคใหม่ในที่ทำงานอย่างหนึ่งค่ะ เกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ต้องการความรวดเร็วและมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น  สมองเราจะต้องรับและประมวลผลข้อมูลต่างๆมากขึ้นกว่าเดิม  วัฒนธรรมในการทำงานในปัจจุบันก็เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดโรคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำคัญของความเร็วในการทำสิ่งต่างๆ ในปัจจุบันดูเหมือนว่าเราต้องการความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ (เรามักจะคิดว่าในเมื่อคนทุกคนมีเวลาเท่ากัน  ดังนั้นผู้ที่มีความเร็วมากกว่าจะทำงานได้มากกว่า )

ท่านผู้อ่านลองสังเกตซิค๊ะเวลาท่านขึ้นลิฟต์ปุ่มไหนที่ท่านจะกดบ่อยที่สุด  ปุ่มนั้นก็คือปุ่ม " ปิดประตู" เนื่องเพราะทุกคนเป็นทาสของความเร็ว  ไม่สามารถรอให้ลิฟต์ปิดได้เอง

***ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านเป็นโรค ADT กันบ้างไหม ถ้ารู้สึกว่าตนเองเป็น ADT เนื่องจากคนแต่ละคนจะมีวิธีการในการบริหารและจัดการกับโรค ADT ที่ต่างกัน (เนื่องจากสมองของคนแต่ละคนต่างกัน)***


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
chalee วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

เกือบจะเป็นรึเปล่านี่ ADT เป็นโรคที่ต้องระวังเชียว

แต่ปกติ เป็นคนที่ทำอะไรทีเดียวหลายอย่างไม่ค่อยได้นะ

ทำได้ทีละอย่างค่ะ ประเภทให้จบไปเป็นอย่าง ๆ น่ะค่ะ

อึม อย่างนี้ อาจรอดนะนี่ (หวาด ๆ แฮะ)

"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 8
ลิขิตฟ้า วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 23.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Bkot

เช็กตัวเองให้ดีค่ะ

อิ อิ
ความคิดเห็นที่ 7
paedophile วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

ทดสอบ

ทดสอบ

อ้อใช้ได้
ความคิดเห็นที่ 6
ใช้ชีวิตด้วยจิตวิญญาณ วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 09.08 น.
http://www.oknation.net/blog/ashleynan

อืม!! ดีดีค่ะ ตอบนะคะ รักจริงๆ ไม่ติงนัง มีนะคะ แต่ต้องผ่านการพิสูจน์ด้วยเวลามั้งคะ เราคิดว่าเราก็คงจะเริ่มเป็นโรคนี้บ้างแล้วหล่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 19.06 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

Thanks !!
ความคิดเห็นที่ 4
ITGLOBAL วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/global
โลกใบนี้มีแต่รัก

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ลิขิตฟ้า วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/Bkot

amalit1990 :: ไม่น่าจะเกี่ยวน๊ะค๊ะ

โรคนี้ต้องดูว่า มีสมาธิจดจ่อกับงานได้นานหรือเปล่า
ถ้าไม่นานก็แสดงว่าเป็นเข้าแล้วหล่ะค่ะ


supameeh ::

การฝึกสมาธิน่าจะช่วยได้น๊ะค๊ะ
ความคิดเห็นที่ 2
supameeh วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 18.21 น.
http://www.oknation.net/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

ผมชักกลัว ADT ซะแล้วสิ เพราะผมต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นหลักซะด้วยสิครับ
ความคิดเห็นที่ 1
amalit1990 วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/amalit1990
ศานติ เพื่อ แสวงหา

ผมชอบ สั่นขา ไม่รู้เป็นด้วยรึเปล่า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31