วันหยุดยาวอย่างนี้ จริงๆ แล้วฉันน่าจะเริงรำอยู่กับสังคมในเมือง ขับรถกินลมตอนกลางคืนแล้วก็งัวเงียในเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันเพิ่งรู้ว่าการตื่นแต่เช้ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่นี่ วันนี้คนน้อย สงบดี เพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ถ้าเป็นช่วงปีใหม่ก็คงจะได้เห็นภาพ ผากล้วยไม้เต็มไปด้วยเต็นท์ คนเดินไปมา
ถัดจากเต็นท์ฉันไปไม่ไกลมีอีกเต็นท์หนึ่งดูเหมือนว่าเขามาคนเดียวเหมือนกัน แต่ยังไม่เห็นหน้าค่าตากันเลย
เก็บเต็นท์ก่อนดีกว่า ฉันจัดการกับสัมภาระของตัวเองทีละอย่างทีละอย่าง
เดินเอาไปเก็บที่รถ แล้วค่อยมาจัดการกับกองไฟเมื่อคืน
โชคดีที่จุดกางเต็นท์ ไม่ไกลจากถนนมากนัก มันเป็นถนนราดยางบนเขา ไหล่ทางตอนที่ขับขึ้นมามีแต่ป่า กับป่า ก็อุดมสมบรูณ์ดี
ฉันเดินกลับมาที่เดิม จัดการเก็บกลบกองไฟ เต็นท์ข้าง ๆตื่นแล้ว เป็นผู้ชาย กำลังก้มๆเงยๆ เก็บเต็นท์อยู่
ที่นี่ อากาศดีนะคะ
อ๋อ ครับสดชื่นดี
เมื่อหันมาเจอหน้ากันตรงๆ ฉันก็ต้องตกใจ เราร้องออกมาแทบจะพร้อมกันว่า
เฮ้ย
จากนั้นต่างคนก็ต่างหัวเราะออกมา
ตลกจัง กางเต็นท์อยู่ข้างๆกันแท้ ๆกลับไม่เห็นกัน
ก็ไม่ได้สังเกตน่ะ เลยไม่เห็นว่าเป็นใคร
กัลป์ ยังชอบไปไหนมาไหนคนเดียว เหมือนเดิมเลยนะ
อืม! ใช่ ก่อก็ยังอัธยาศัยดีกับคนอื่นเหมือนเดิมเลย
มานานหรือยัง แล้วเดี๋ยวไปไหนต่อเนี่ย
มาเมื่อวาน เดี๋ยวไปทานข้าวก่อน ไปด้วยกันไหม
เอ่อ.... ก็...ดีเหมือนกัน"
เขินชะมัดแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเขินทำไม เรื่องตอนนั้นมันก็นานมาแล้ว ฉันควรจะเกลียดเขาด้วยซ้ำ แต่ฉันคิดว่าเราควรจากกันด้วยดี ถ้าเจอกันอีก อย่างน้อยก็ยังทักทายกันได้ เหมือนกับวันนี้
ท่าทางของกัลป์ ยังเหมือนเดิม ดูขรึมๆ ใครไม่รู้ก็จะนึกว่ากัลป์เป็นคนดุ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย
เมื่อสมัยเรียนเป็นที่รู้กันดีในคณะว่า ผู้ชายทีใจกว้างที่สุดก็คือ นายกัลป์ ไม่ว่าเพื่อน รุ่นน้อง รุ่นพี่ หรือใครมาขอให้ช่วยอะไร กัลป์ช่วยเต็มที่ไม่มีบ่น
วันนี้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เจอกันนาน 1 ปีเต็มตั้งแต่เรียนจบ ฉันไม่เคยติดต่อกับเขาเลย ตอนนี้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ใจอยากจะถามถึงผู้หญิงคนนั้น แต่คงไม่ดีหรอก จะดูว่าเราฝังใจจำกับเรื่องเก่ามากเกินไป อาจจะสร้างความอึดอัดกันทั้งสองฝ่าย
เราไปทานข้าวกัน ร้านอาหารตามสั่งธรรมดา ธรรมดาคุยกันถึงเรื่องราวเก่าๆสมัยเรียน คุยถึงเพื่อนคนโน้น เล่าเรื่องเพื่อนคนนี้แต่ไม่ยอมเล่าถึงเรื่องของตัวเองเลย กัลป์ไม่เอ่ยถาม ฉันก็ไม่พูด ฉันไม่เอ่ยถาม กัลป์ก็ไม่พูด ถ้าเขาถามขึ้นมา ฉันจะกล้าตอบเขาไหมว่าช่วงหนึ่งปีเต็ม ที่ไม่มีเขาอยู่นั้น มันเหงาแค่ไหนช่วงหนึ่งปีเต็มที่ฉันไม่เปิดใจให้ใครมันนานแค่ไหน ใจอยากจะพูดแรงๆให้เขาได้รู้ว่าทำชีวิตผู้หญิงคนนึงเปลี่ยนไปแค่ไหน เพื่อให้เขาได้สำนึกเสียใจแต่มันเป็นการ
เรียกร้องความสนใจซะมากกว่าและก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา
ฉันจะไม่ทำแบบนั้นหรอก
เดี๋ยวกัลป์จะเดินไปน้ำตก ไปด้วยกันไหม
กำลังจะไปเหมือนกันเลย
งั้นเดี๋ยวเดินไปพร้อมกันสิ
เขาลุกขึ้นหยิบเป้ใบใหญ่สะพายหลังเดินนำหน้าออกไป
เดี๋ยวก่อน ก่อว่าเดี๋ยวกัลป์เอาของไปเก็บไว้ที่รถก่อดีไหมเอาไปแต่ของที่จำเป็น จะได้ไม่ต้องแบกไปเยอะ
เขายิ้มพยักหน้า
ระหว่างเดินไปฉันรู้สึกแย่มาก ไม่คิดว่าพูดไปได้ยังไงกำลังจะไปเหมือนกันเลย จริง ๆ แล้ว กำลังจะกลับกรุงเทพต่างหาก ทำไงล่ะทีนี้พูดอะไรออกไปไม่คิด ก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ต้องเดินป่ากับคนที่เคยทำให้ฉันเสียใจ นี่ฉันกำลังทำอะไรลงไปเนี่ย
ในใจยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ กัลป์คือคนที่ฉันอยากจะเจอแต่ก็อยากหลบหน้าในเวลาเดียวกัน แต่เมื่อเอ่ยปากออกไปแล้วก็ต้องไปโชคดีที่ตอนนี้ฉันเข้มแข็งขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว จากที่เคยร้องไห้ฟูมฟาย เก็บตัวเองอยู่แต่ในห้อง และทำใจไม่ได้เมื่อเห็นสิ่งของอะไรที่จะสื่อความหมายถึงเรื่องเก่า
แต่การเจอคนรักเก่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ตอนนี้ฉันเดินอยู่ข้าง ๆ เขา ด้วยความรู้สึกใหม่ ถึงแม้เราจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ความรู้สึกแย่ๆ ในอดีต และความเศร้า ความแค้นในใจฉัน เหมือนว่าฉันจะลืมไปหมดและดูเหมือนว่าฉันคิดและจินตนาการทุกอย่างให้มันแย่ไปเอง บางทีกัลป์อาจพูดถูก เราเหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่า ได้อยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ นึกเสียดายเวลาที่ทิ้ง เพื่อน ไปหนึ่งปีเต็ม
ตลอดทางเดินในป่าร้อนชื้นแห่งนี้ เราปล่อยให้เสียงป่าได้พูดคุย มันเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง โดยเราไม่ได้จับมือกันอย่างเคย
"ก่อ เสียงแรกที่เขาเรียกฉัน
หือ
ตอนนี้...ชีวิตเป็นไงบ้าง
สันโดษแต่ไม่เหงา มีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องมีใคร แล้วกัลป์ล่ะ
กำลังฝึกตัวเองให้คุ้นเคยกับความเหงา เผื่อว่าซักวัน จะเข้มแข็งได้อย่างก่อบ้างเวลาไม่มีใคร รู้ไหม กัลป์ชักจะเชื่อเรื่องอาณาจักรของก่อแล้วล่ะ
อาณาจักร
ใช่ อาณาจักร ก่อเคยพูดให้ผมฟังเมื่อสมัย....เอ่อ
ก่อเคยพูดให้ผมฟังไว้ว่า คนเราทุกคนย่อมมีอาณาจักรของตัวเองอยู่ในใจที่ไม่ยอมให้ใครเข้าไปถึง มันเป็นที่ที่เราจะเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด เพราะ คนอื่นไม่สามารถรุกล้ำเข้าไปในอาณาจักรของเราได้ สิ่งเดียวที่จะ
เป็นกุญแจคือ....
ความรัก เราตอบออกมาพร้อมๆกัน
เขายังจดจำคำพูดของฉันได้ ฉันดีใจเหลือเกิน ความรู้สึกคนเรามันเปลี่ยนกันเร็วมาก ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ถ้าฉันได้ยินใครพูดเรื่องของเขา หรือแค่นึกภาพเขา ฉันจะกำหนดสถานะของเขาและจำไว้ในใจว่าเขาคือ คนรักเก่า ไม่เคยนึกถึงคำว่าเพื่อนมาก่อน
ความจริงก็คือ เขาเป็นเพื่อนที่ดี
แม้เราไม่สามารถรวมอาณาจักรของเราสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้ แต่แค่อาณาจักรของเรา ได้เชื่อมโยงถึงกัน นั่นก็น่าจะเพียงพอ
ถึงน้ำตกแล้ว มีลำธารไหลผ่าน น้ำแค่เข่า แต่เย็นเฉียบเราถลกขากางเกงขึ้น เดินลุยน้ำขึ้นไปบนโขดหินใหญ่กลางน้ำ
แสงแดดอ่อนๆ เสียงน้ำเอื่อยๆ ผีเสื้อบินเป็นฝูงบนผิวน้ำ ปีกเล็กๆสีขาวๆ พออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ มองดูคล้ายกับกลีบกุหลาบขาวที่ปลิวมากับสายลมกลางฤดูหนาวเขาเตรียมอุปกรณ์ที่จะเขียนภาพ ท่าเขานั่งขัดสมาธิมีกระดานวางอยู่บนตัก เป็นภาพที่ชินตาสำหรับฉันเมื่อสมัยเรียนมหาลัยจนถึงวันนี้ ฉันไม่เคยลืมว่าจะต้องเงียบ ในขณะที่เขาเขียนรูป
เรานั่งหันหลังชนกันไม่มีคำพูดใดๆ
ฉันกำลังยิ้ม และฉันเชื่อว่าเขาจะต้องยิ้มด้วย
***********************************************************