พิมพ์หน้านี้
|
ในประเทศของคุณ กระทั้งสัตว์และพืชยังมีค่า แต่ที่บ้านผมเราไม่มีค่าเลย ทั้งที่พวกเราก็เป็นมนุษย์ คุณคงไม่เข้าใจ เพราะคุณไม่ได้เกิดในที่ที่แม้แต่ชีวิตของเด็กคนนึงก็ไม่มีค่า ฉันได้เจอเขาในวันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว วันที่ฝนตกหนักไม่หยุดทั้งวัน ฝนทำให้ฉันต้องติดอยู่ในร้านกาแฟตั้งครึ่งค่อนวัน และทำให้ฉันได้รู้จักกับเขา ไอ ลี ชายชาวม้ง จากอเมริกาที่เลือกมาเรียนต่อที่เมืองไทย เรารู้จักกันเพราะกาแฟ วันฝนตกคนเลือกที่จะมานั่งจิบกาแฟรอฝนกันเยอะมาก วันนั้นคนจึงแน่นร้าน เขาจึงขอนั่งร่วมโต๊ะกับฉันซึ่งฉันก็ยินดี ฉันไม่เคยได้ยินชื่อ ชนชาติของคุณมาก่อนเลย ถูกต้องแล้วที่คุณจะไม่เคยได้ยินชื่อชนชาติของผมมาก่อน เพราะว่าเราไม่ได้เป็นชาติ เราเป็นสิ่งที่พวกคุณและคนอื่น ๆ เรียกกันว่า ชนกลุ่มน้อยเท่านั้น วันนั้น เราเริ่มการสนทนากันด้วยเรื่องการเมืองระหว่างประเทศอันหนักหน่วงและเข้มข้น ไอ ลี เป็นชายชาวม้งที่รอบรู้ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง รวมไปถึงเรื่องยุทธวิธีทางการทูตอย่างลึกซึ้ง ในใบหน้าที่กลบไปด้วยรอยยิ้มนั้น เล่าเรื่องราวทุกเรื่องออกมาอย่างชาญฉลาดและรอบรู้ ภาษาอังกฤษของเขาดีมาก ฉันสืบถามจึงได้รู้ว่า เขาโตที่อเมริกา และ เรียนจบ High school ที่นั่น ครอบครัวของเขาก็อพยพไปอยู่ที่นั่นด้วย เหมือนชาวม้งหลาย ๆ คนที่ได้ไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น แล้วทำไมคุณถึงเลือกมาเรียนที่เมืองไทย ในเมื่อที่อเมริกาก็มีมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งที่คุณสามารถเลือกเรียนได้ เหตุผลเดียวที่ผมเลือกมาเรียนที่เมืองไทย เพราะ ผมชอบเมืองไทย เมืองไทยสวย และคนไทยก็มีจิตใจที่ดีงามและเป็นมิตร มากกว่าในประเทศอื่น ๆ ที่ผมเคยไป คนไทยมีจิตใจที่ดีงาม ฉันไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกันตรงไหน การเลือกเรียนนั้นเราควรจะสนใจในเรื่องหลักสูตร และ ระบบการเรียนการสอนไม่ใช่หรือ ถูกต้องอย่างที่คุณพูดทุกอย่าง สำหรับการศึกษาหาความรู้เราควรจะสนใจในรายละเอียดเรื่องหลักสูตร และ ระบบการเรียนการสอนมากกว่าสิ่งอื่น เพราะสิ่งเหล่านั้นคงจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอนาคตของเราในภายภาคหน้าได้ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าระบบการศึกษาของประเทศไทยจะไม่ดีที่ตรงไหน ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ อาจารย์ที่มาสอนก็จบจากต่างประเทศในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอยู่มาก ความรู้ระบบคิดที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์เหล่านั้น ก็คงจะไม่ผิดกันกับระบบคิดของต่างประเทศเท่าไหร่นัก ตรงนี้ก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เราจะได้เพิ่มมาจากการเรียนในประเทศไทย นั่นก็คือ อุปนิสัยและค่านิยมแบบไทย ๆ ที่ผมชื่นชอบเป็นอย่างมาก คนไทยให้ความสำคัญกับจิตใจเป็นเรื่องสูงสุด อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลจากพระพุทธศาสนาก็ได้ จะบอกว่าผมเลือกมาเรียนที่เมืองไทยเพราะความชอบส่วนตัว ก็ไม่ผิด คุณมาอยู่เมืองไทยได้นานหรือยัง สองอาทิตย์เท่านั้นเอง ผมเพิ่งจะจัดการเรื่องที่พักและเรื่องเรียนเสร็จ และจะเริ่มเรียนในเดือนหน้า
ผมศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ จากการอ่านหนังสือต่าง ๆ คุณจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงคุยเรื่องราวของประเทศคุณได้มากมาย หากคุณได้ไปเห็นห้องสมุดในบ้านของผมที่อเมริกา ผมมีหนังสือเกี่ยวกับประเทศของคุณมากมายเต็มไปหมด ผมชอบประเทศของคุณเหมือนผู้หญิงที่ชอบแฟชั่น ก็จะสรรหาแบบต่าง ๆ มาลองมาใส่ ผมก็เหมือนอย่างนั้น ผมชอบเมืองไทย ผมก็ไปหาเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองไทยมาเก็บสะสม ไว้อ่าน ไว้ดู ไว้โชว์เฉย ๆ ก็มี แล้วชนชาติของคุณล่ะ คุณไม่ภูมิใจบ้างเหรอ
ไม่นะ ฉันไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกความรู้สึกของคุณ ฉันคิดว่าภาษาอังกฤษของฉันคงจะไม่ดีพอ คุณอาจจะไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่ฉันพูดก็ได้ ฉันขอโทษที่ทำให้คุณคิดเช่นนั้น ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ ถ้าผมบังเอิญไปเจอคนซักคนนึงที่มาหลงไหลในประเทศของผมโดยที่ไม่พูดถึงประเทศของตนเองบ้างเลย ก็คงเป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกัน มีประชาธิปไตยก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่ฉันเองกลับรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ การเมืองก็มีแต่การแสวงหาผลประโยชน์ ความขัดแย้ง เรื่องวุ่นวาย คอร์รับชั่น ไม่จบไม่สิ้นซะที เปลี่ยนรัฐบาลกี่ยุคกี่สมัยก็ยังเหมือนเดิม ฉันเองเลยไม่ค่อยสนใจค่ะ เบื่อ!
คุณเป็นมองโลกในแง่ดีเหลือเกิน มิสเตอร์ลี แต่ฉันอยากจะบอกคุณว่าบางทีสิ่งที่คุณเห็นมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดหรือที่คุณเคยเคยอ่านมาก็ได้นะคะ บางทีฉันยังเคยคิดเลย ว่าประชาธิปไตยที่ประเทศเราได้มานั้นมันดีจริง ๆ หรือ แม้แต่จุดเริ่มต้นของมันก็ได้พาเอาชีวิตผู้คนไปไม่น้อย ซ้ำร้ายมันยังนำพาเอาของที่เรียกว่า การเมือง เข้ามาในประเทศของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ เพื่อนต้องทะเลาะกัน พี่น้องไม่มองหน้ากัน เพียงเพราะอุดมการณ์ในด้านการเมืองไม่ตรงกัน นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย คือสิทธิในการแสดงออกการแสดงความคิดเห็น ออกเสียง และเลือกข้างที่จะยืน ส่วนสิ่งที่คุณเรียกว่าความขัดแย้งที่มีที่มาจากการเมือง ผมว่านั่นเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก และเป็นเรื่องธรรมดา ในสายตาของผม มันเป็นการดีเสียอีกที่ทุกคนโต้เถียงกันโดยเสรี และขัดแย้งกันโดยสันติ ใครอยากคิดอยากทำอยากเชื่อสิ่งใดก็ทำไป โดยทุกคนมีกติกาว่าจะไม่ทำร้ายกันและที่สำคัญ คนไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คนที่อยู่ในประเทศที่มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัติรย์เป็นประมุขนั้น ผมว่า ควรจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุด อย่างเช่นคุณ คุณเคยได้ยินเรื่อง การปฏิวัติสยามในปี 2475 บ้างไหม หรืออย่างเช่น กรณี 6 ตุลา หรือ 14 ตุลา
ฉันเข้าใจค่ะ ว่าคุณกำลังพยายามจะบอกอะไรฉัน แต่ก่อนอื่นคุณต้องรู้อย่างนึงว่า ไทย เราผ่านยุคสมัยแห่งการแสวงหามานานเต็มทีแล้ว ประชาธิปไตยของเรากำลังถึงจุดเสื่อม และ ถดถอยอย่างมากที่สุด ด้วยอะไรก็ตาม ความเห็นแก่ตัวของนักการเมือง การใช้ช่องโหว่ของกฏหมายหาผลประโยชน์ การใช้อำนาจในทางที่ผิด การหลอกลวงประชาชน การสร้างภาพเพื่อปกปิดความผิด ความชั่วร้ายที่ตนเองกระทำต่อบ้านเมือง หลายสิ่งหลายอย่างที่คนไทยในชนชั้นระดับล่างไม่รู้ และถูกหลอกลวงด้วยนโยบายหาเสียงของคนบางกลุ่ม ฉันสะอิดสะเอียนกับการกระทำแบบนี้ มันไม่ทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเลย มีแต่ตกต่ำลงไปทุกวัน ค่านิยมที่ผิด ๆ ก็ฝังรากลงไปในตัวลูกหลานของเราเพิ่มขึ้นทุกวัน ประเทศคุณได้มาแล้วซึ่งประชาธิปไตย คุณจะกลัวอะไรกับคนที่ใช้อำนาจอย่างผิด ๆ ซึ่งในประวัติศาสตรของคุณผู้นำหลายคนที่ทำเช่นนั้น สุดท้ายก็ถูกพลังประชาชนโค่นลงมาได้ กี่ยุคกี่สมัยก็เป็นเช่นนั้น ผมเชื่อว่า คนไทยเป็นคนที่ฉลาดมาก และไม่มีทางที่ตกอยู่ใต้ภาวะการเมืองอย่างที่คุณพูดได้ตลอดไป สักวันหนึ่งจะมีคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงมัน เหมือนภาษิตไทยที่พูดว่า กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ยังไงล่ะ อย่างน้อยคุณก็มีสิทธิที่จะเลือกผู้นำของคุณเองด้วยวิธีการออกเสียงเลือกตั้ง การเลือกตั้งไม่ช่วยอะไรมากมายเลย คุณลี ฉันไม่รู้ว่าคุณจะได้ยินเรื่องการซื้อเสียงบ้าง หรือปล่าว คนไทยในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่ได้รับการศึกษา เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร แล้วนักการเมืองอาชีพเจ้าเล่ห์ ก็มักใช้จุดนี้เป็นเครื่องมือ คุณก็รู้ว่าคนไทยใจดี เมื่อใครทำดีกับเรา เราก็มักจะหาทางตอบแทน คนเหล่านี้เมื่อถึงคราวหาเสียง ฤดูกาลเลือกตั้ง ก็จะแสร้งทำเป็นดีกับชาวบ้าน และเกริ่นทำทีเรียกร้องขอคะแนนเสียง ชาวบ้านเห็นเขามาทำดีกับตัวหลายคนก็อยากจะตอบแทน บางทีก็ทำไปในฐานะคนที่รู้จักกัน เหมือนการล๊อบบี้นั่นแหละ ผลสุดท้าย คนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติก็ได้เข้าไปมีอำนาจในสภา ฝนไม่หยุดซักที เอาอย่างนี้ เพื่อเป็นการฆ่าเวลา ผมจะเล่าเรื่องชะตากรรมของม้งให้คุณฟัง ดีไหม ชาวม้งคือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เดินทางอพยพจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนมายังลาว ตั้งแต่เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ ๑๙ เราเป็นกลุ่มชนที่มีความสามารถทางการสู้รบมาก
****************************************************************************************************
================================= |
| อช.ทับลาน 1 | ||
อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา |
||
|
View All |
||
| ภูหลวง & นาแห้ว | ||
บันทึกแผ่นดิน |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |