|
เย็นวันนั้นฝนตกหนัก อรเดินย่ำไปริมถนนสายหนึ่งมือถือเสื้อคลุมยาวคลุมหัวเอาไว้ ถึงมันจะตัดเย็บขึ้นจากผ้าเพียงผืนหนึ่งแต่มันก็อาจช่วยคุ้มหัวเธอจากสายฝนที่กระหน่ำลงมาในขณะนี้ได้ รองเท้าผ้าของเธอเปียกและชุ่มไปด้วยน้ำที่ท่วมขึ้นมาถึงข้อเท้าของเธอในขณะนี้
เมื่อซัก 30 นาทีที่ผ่านมาเธอยังยืนอยู่ที่ชายคาแห่งหนึ่งมันห่างจากบ้านเธอประมาณ 300 เมตร ฝนเทลงมาหนัก เธอไม่กล้าเดินฝ่าออกไป เธอรออยู่นานฝนก็ไม่ทีท่าว่าจะหยุดซักที 30 นาทีผ่านไป เธอจึงตัดสินใจเดินฝ่าออกไป คิดเสียว่า อยู่ใต้ฟ้ากลัวอะไรกับฝน บ้านอยู่ห่างออกไปอีกนิดเดียว กลับไปถึงบ้านแล้วค่อยอาบน้ำสระผม ก็คงหายหนาว น่าจะดีกว่ายืนรอคอยให้ฝนหยุดอยู่ที่นั่น
อรเข้าบ้านถอดรองเท้าผ้าที่ชุ่มน้ำออก ล็อกประตู ถอดเสื้อผ้า แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำทันที พอคนเราตัวสะอาดก็จะนอนหลับสบาย
วันนี้งานยุ่งจนเธอหัวปั่น อรทบทวนคิดตั้งแต่ต้นสัปดาห์มาแล้วยังไม่มีวันไหนเลยที่เธอจะไม่ต้องกลับบ้านแบบสะบักสะบอมแบบนี้ ไม่ต้องเอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน ก็ต้องกลับจากที่ทำงานค่ำมืด โหนรถเมล์จนปวดระบมไปทั้งขา
ออกจากห้องน้ำ อรเดินไปหยิบชุดนอนตัวเก่งที่ใส่นอนมาตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมาสวมอีกครั้ง อรไม่ใส่อันเดอร์แวร์นอน เธอต้องการความสบายมากที่สุด คนเราถึงเวลาลำบากก็ต้องลำบาก ถึงเวลาจะสบายก็ต้องให้มันสบายทั้งกายทั้งใจเดินไปแกะห่อผัดไทยห่อไข่ที่แวะซื้อมาจากป้ายรถเมล์ออกมากิน มือคว้ารีโมตบนโต๊ะยิงเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องหาอะไรดูเล่น ๆ ตอนกิน
อิ่มแล้ว เดินเอาจานไปแช่ในอ่างล้างจาน ในนั้นมีซากของเมื่อวานคาอยู่
อรวางจานของวันนี้ลงไปอีกใบ ไม่ไหว ไม่ไหว วันนี้ไม่พร้อมจะล้างจานจริงๆ อรปิดไฟชั้นล่างเดินขึ้นชั้นบนเข้าห้องนอน เอนกายลงบนเตียงพร้อมบิดตัวไปมาอย่างอ่อนล้า
อรเคยอ่านหนังสือ ฮาวทู เล่มหนึ่ง เธอจำคำพูดในหนังสือนั่นได้แม่นยำ คนเราควรได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างน้อยวันละ ครึ่งชั่วโมง
สิ่งที่ตัวเองรัก ..... สิ่งที่ตัวเองรัก..... สิ่งที่ตัวเองรัก..... รัก รัก รัก ....
แม้ว่าวันแห่งการทำงานจะโดดเดี่ยว เหนื่อยยากและโหดร้ายเพียงใด
อรเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง ซุกหัวลงไปในผ้าห่มอุ่น มือคว้าหาหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่หัวเตียง
"คนเราควรได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างน้อยวันละ ครึ่งชั่วโมง"
เพื่อที่ชีวิตของเราจะได้ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป เพื่อที่จิตใจเราจะได้ผ่อนคลายบ้างในบางเวลา
อรเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง
.................
สิ่งใดมองไม่เห็น , หรือนั่นเป็นเพราะมันไม่มีอยู่? สิ่งใดเราเก็บซ่อนไว้ในความทรงจำ, หมายความว่าจะคงอยู่อย่างนั้นได้ตลอดไป? ทุกยามเย็นย่ำ ผู้คนต่างร่ำรอทุรนทุราย ดวงจันทร์กลับเร้นกาย ....มิได้ปรากฏตัว
กระแสคลื่นสงบนิ่ง ผืนสมุทรดุจกระจกน้ำสีดำ ค่ำคืนปราศจากดวงจันทร์ โลกประหนึ่งฤดูกาลหนาวเย็น ค่ำคืนมืดมิดที่สุดจะต้องสิ้นสุด พระจันทร์กำลังขึ้น....
.....................
รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ผู้ชายที่หลงรักดวงจันทร์ ปกในของหนังสือมีลายเซ็นของคนคนหนึ่งเขียนอยู่ ไม่ใช่ลายเซ็นของคุณปราย พันแสง ผู้แปลหนังสือเล่มนั้น แต่เป็นลายเซ็นจากคนธรรมดาคนนึง คนที่ให้หนังสือเล่มนี้กับเธอ เธออ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่างที่คนคนนั้นฝากเอาไว้ให้เธอในระหว่างบรรทัด 
.......................
สิ่งที่เคยเห็นจะไม่ได้เห็นอีกต่อไป สายลมฤดูร้อนแตะไกวยอดไม้,เพียงเพื่อจากไปในฉับพลัน สิ่งใดเคยให้ได้จดจำ,ผ่านพล้ำเกินจะไขว่คว้าทัน เหลืออ้อยอิ่งเพียงหมอกควัน....เลือนพร่างเงาไม้
.......................
ในระยะห่างตัวอักษรทุกตัว เธอพยายามค้นหาความหมาย ค้นหานัยยะที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนั้น แม้ว่าอรจะไม่เข้าใจอะไรเลย อ่านไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่าภาพประกอบสวยดี แต่อรก็มีความสุขที่จะได้อ่านมันก่อนที่จะนอนหลับ มีความสุขที่จะได้เห็นมันวางอยู่บนชั้นหนังสือหัวเตียงของเธอ
......................
สิ่งที่ไม่ได้เห็น,เป็นเพราะมันไม่มีอยู่? บางทีอาจเป็นเพราะความมืดมัวบังไว้ หรืออาจเป็นลมพัดทรายเข้าตา ฉันจึงมิอาจมองเห็นเธอตรงหน้า, หากยังรู้สึกได้ว่า...เธอเรืองรองอยู่ตรงนี้
.................
อรไม่เข้าใจว่า ทำไม ผู้ชายต้องหลงรักดวงจันทร์ เช่นเดียวกับที่ไม่เข้าใจว่า ทำไมเธอต้องรักหนังสือเล่มนั้นโดยไม่มีเหตุผล
.................
ยังเคยจำกันได้ไหม,สิ่งที่มีความหมาย สิ่งนั้นจะดำรงอยู้ได้ตลอดไปหรอเปล่าหนอ? ฉันถนอมความละเอียดอ่อนและความฝันเปราะบาง ความสุขเป็นบางสิ่งที่กำลังเดินทางมา ขณะที่ความเศร้าดักซุ่มรอท่าอยู่นานแล้ว
...............
อรดูภาพประกอบหนังสือด้วยความเพลิดเพลิน พร้อม ๆ กับอ่านข้อความประกอบใต้ภาพไล่เรียงผ่านไปทีละหน้า ทีละหน้า เด็กชายกับดวงจันทร์ชอบเดินตากฝน ฉันก็เพิ่งเดินตากฝนกลับบ้านมาเหมือนกันนะเด็กชายกับดวงจันทร์ จะเข้าใจมันหรือไม่ แต่อรก็รักหนังสือเล่มนี้แล้ว เพราะเธอใช้เวลาครึ่งชั่วโมงต่อวันที่ควรทำได้ทำในสิ่งทีรัก ไปกับการอ่านหนังสือเล่มนี้ เหมือนเดิม ทุก ๆ วัน จนค่อย ๆ หลับไปในที่สุด อรรู้สึกคล้ายได้กลิ่นหอมอ่อนละมุนของดอกลิลลี่
................
สิ่งใดมิเคยได้เห็น,พลันปรากฏตัวกระจ่าง แผ่วสายลมฤดูร้อนย่างกราย,ใบไม้ต่างร่ายรำในอากาศ สิ่งใดเคยหลงเลือนไป,ความทรงจำนำกลับคืนมา เมฆดำพร่ามัวฟุ้งกระจาย แสงจันทร์ริมหน้าต่างนวลละไมในสายตา...
|