วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2551
ช่วยกันจรรโลงอุดมศึกษาไทย
Posted by
CKK
,
ผู้อ่าน : 81
, 10:39:07 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องโดนใจจากอ.วิจารณ์ค่ะ ....เผื่อโดนใจใครบ้าง... 
วันที่ ๖ มิ.ย. ๕๑ ผมไปนำเสนอความเห็น/บรรยาย เรื่อง จากวิทยาทานสู่ธุรกิจ : เส้นทางอุดมศึกษาไทย? ในการประชุมที่เราเรียกกันด้วยชื่อไม่เป็นทางการว่า ศาสตราจารย์สโมสร หรือชื่อจริงว่า วัฒนธรรมทางวิชาการของอุดมศึกษาไทย ที่มี ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ เป็นประธานจัดการประชุม ดู PowerPoint ของการนำเสนอของผมได้ที่นี่ การนำเสนอของผมเป็นการเสนอหลักการ ที่ชัดเจนกว่านั้น คือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์หนือแนวปฏิบัติของอธิการบดี ๓ ท่าน โดยผมได้บันทึกระหว่างการอภิปรายไว้ดังข้างล่าง วัฒนธรรมทางวิชาการของอุดมศึกษาไทย บันทึกจาก ศาสตราจารย์สโมสร เรื่อง วัฒนธรรมทางวิชาการของอุดมศึกษาไทย หัวข้อ จากวิทยาทานสู่ธุรกิจ : เส้นทางของอุดมศึกษาไทย? ๖ มิ.ย. ๕๑ ผู้อภิปราย : รศ. ดร. จีรเดช อู่สวัสดิ์, ศ. คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์, รศ. ดร. ปรีชา จรุงกิจอนันต์ ◘ จำนวนที่เรียน ๔ ๕ แสน จำนวนผู้เข้าเรียน ๓ แสนคน ◘ การบริหารวิชาการ ทำยาก ผู้บริหารไม่มีอำนาจสั่งการ ◘ การบริหารระบบแบบต้องการผลระยะสั้น ๑ ๒ ปี ทำให้ขาดความต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาอุดมศึกษาจะเกิดผลในระยะยาว ๑๐ ปี ◘ นศ. ที่เข้าเรียนเปลี่ยนไปมาก สภาพ อศ. ของโลกก็เปลี่ยนไปมาก ◘ การเป็นแหล่งความรู้ แหล่งอ้างอิง ให้แก่สังคม จึงต้องเป็น ชช. วิชาการที่ ขข. มีความแตกต่าง differentiation ◘ อุดมศึกษาหลอกๆ มหาลัย มหาหลอก ◘ การท้าทายจากแหล่งใช้คน เปิดวิทยาลัย/มหาวิทยาลัย สร้างคนขึ้นใช้เอง ◘ มองศิษย์เป็นศิษย์ vs. เป็นลูกค้า ◘ Demand ต่อการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น แต่ขาดโฟกัส ขาดการคิดอย่างลึกซึ้ง และเกิดความสูญเปล่า อยากได้เพียงในปริญญา จบออกไปตกงาน เกรดเฟ้อ ปริญญาเฟ้อ ไปถึงระดับปริญญาเอก ◘ อนาคต ถ้าปล่อยกระแสนี้ไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น ยิ่งเฟ้อ จนเกิดกระแสย้อนกลับ และผู้ใช้บัณฑิตรู้ทัน จบจากที่ไหน ◘ ต้องให้ปริญญาที่ได้ คุ้มกับค่าใช้จ่าย ◘ สอนให้ นศ. รู้บุญคุณของสังคมทางอ้อมแบบ ดร. ป๋วย ขอแสดงความยินดีกับ นศ. ที่ได้รับทุนเข้ามาเรียน อธิบายว่าค่าเล่าเรียนนิดเดียว แต่ค่าใช้จ่ายมากกว่าหลายสิบเท่า เป็นเงินภาษีประชาชน นศ. ต้องนึกถึงบุญคุณของประชาชน ◘ สมัยก่อน อจ. รับผิดชอบ มาสอนตรงเวลา เข้มงวดกับ นศ. ห้องเรียนไม่มีแอร์ ใช้ชอล์คเขียนกระดาน ระบบเดิมขาดแคลนวัตถุ แต่มีคุณภาพ มีน้ำใจ ของอาจารย์ เริ่มที่ธรรมศาสตร์ อ. สังเวียนสร้างหลักสูตร Mini MBA ต่อมา Executive MBA แล้วระบาดไปทั่ว ◘ กระแสสังคม อจ. ศิษย์เก่า บีบบังคับผู้บริหาร ให้เปิดหลักสูตรพิเศษ เชิงธุรกิจ ความคิดเดิมดี มุ่งประโยชน์สังคม มีกระแสชักจูงจากสังคม ให้เปิดสอนจำนวนมาก ให้เงินทองไหลมาเทมา คุณภาพหย่อน ◘ He who survives academic politics, can survive any kind of polotics. ◘ ข้อเสีย จำนวน อจ. : นศ. น้อยเกิน, อจ. สอนมากไป ไม่มีเวลาวิจัย/ดูแล นศ., ไม่เชิญวิทยากรจากภายนอก ไม่อยาก share รายได้, ไม่รับ อจ. ใหม่ กลัว share รายได้, อจ. ทำวิจัยน้อยลง วิชาความรู้ที่เอามาสอนเก่า ล้าสมัย, ส่งผลให้คุณภาพบัณฑิตลดลง ศิษย์เก่าจะตำหนิ เสียชื่อเสียงของหลักสูตร/มหาวิทยาลัย Econ crisis ไม่สำคัญเท่า Educ crisis. การเปิดหลักสูตรเชิงพาณิชย์ กระทบคุณภาพการศึกษา คุณภาพคน ◘ หลักสูตร ป. เอก เพื่อ reputation รับจำนวนน้อย ไม่ใช่เพื่อหารายได้ ◘ มีการเปิดหลักสูตรแบบ ไร่เลื่อนลอย ย้ายที่ ◘ จรรโลงคุณภาพ คุณธรรม ประโยชน์สังคม ◘ ความรับผิดชอบของสภามหาวิทยาลัย การได้มาซึ่งกรรมการสภาฯ การพัฒนากรรมการสภามหาวิทยาลัย มี Institute of University Council คล้ายๆ IOD ◘ มีโครงการที่อาจขาดทุน แต่มีเงินจากกองกลางเกลี่ยไปให้ ◘ ต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง เพื่อลด waste สกอ. น่าจะบอกความต้องการกำลังคน สกอ. ต้องดูแลคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ส่งเสริมให้เกิดความหลากหลาย ◘ ผู้บริหาร มหาฯ บริหารวิกฤต โดยส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมวิชาการที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง วัฒนธรรมคุณภาพ สร้างความรักองค์กร ปักธง สร้างความฮึกเหิม จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม มีการจัดการทรัพยากร/รายได้ เพื่อองค์กร จัดสรรเงินเพื่อพัฒนาคุณภาพ ดูแลรายได้ของ อจ. ให้เหมาะสม จัดเงินลงไปสนับสนุนการวิจัย และการนำผลงานวิชาการสู่ ปย. เชิงพาณิชย์ แข่งกันที่ผลงาน นวัตกรรม คนที่มีคุณภาพ ◘ คณาจารย์ สร้างจิตสำนึกง่ายขึ้น ถ้าความเป็นอยู่ดีในระดับหนึ่ง ว่าเข้ามาด้วยความรัก/อุดมการณ์ ในระดับหนึ่ง หน้าที่สร้างคนเป็นหน้าที่ที่สูงส่ง มีศักดิ์ศรียิ่ง ◘ ปฏิเสธโลกาภิวัตน์ capitalism ไม่ได้ ต้องอยู่กับมันโดยมีคุณภาพ ช่วยให้มีรายได้ แต่ต้องพอดี ระมัดระวัง ต้องเลี้ยงสาขาที่ไม่ทำเงิน ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ◘ สกอ. ต้องออกระเบียบเป็นหลังพิงให้ผู้บริหาร จัด ranking เปิดเผยข้อมูล ◘ Perfect security creates no development. (Truman) ◘ อจ. มหาฯ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ◘ ต้อง communicate ให้มากๆ ◘ ผู้บริหารอย่าแหย ต้องมีวิธีจัดการปัญหา/คนมีปัญหา ต้องสุภาพ พูดด้วยเหตุด้วยผล ทำเป็นขั้นตอน ใช้อำนาจในจังหวะที่เหมาะ ◘ อุดมศึกษาหลายเส้นทาง รู้ได้อย่างไรว่าเส้นทางนั้นมีคุณภาพ ควรมี shared vision ในกลุ่มคณาจารย์ ว่าคุณภาพของสถาบันนั้นเป็นอย่างไร ◘ อจ./ผู้บริหาร ต้องยึดความสัมพันธ์ ศิษย์-อจ. ไม่ใช่ผู้ให้บริการ-ลูกค้า เพื่อฝืนกระแส รักษาความสัมพันธ์แบบศิษย์-อจ. ให้ได้ ◘ หลักสูตร ต่างทางเข้า แต่สอบด้วยข้อสอบเดียวกัน คุณภาพมาตรฐานเดียว ◘ จิตสำนึก ในหน้าที่ เพื่อสังคม ในคุณภาพ ◘ คนในสังคมมี ability to pay ไม่เท่ากัน รัฐจึงต้องช่วย หลักสูตรพิเศษสนองความต้องการพิเศษ แต่แม้มี ability to pay ก็ต้องดูแลคุณภาพ คุณภาพตรงตามที่ต้องการ ไม่ให้ อจ. หลงระเริงกับเงินมากเกินไป อจ. ต้องเป็นคนรักวิชาการ ไม่ใช่รักเงิน ถ้ารักเงินต้องไปทำงานธุรกิจ ◘ ในมหาฯ คนต้องคิดต่างกัน แต่ไม่ทะเลาะกัน ◘ มีหัวสมอง มีหัวใจ บริหาร เข้าใจวิชาการ จาก http://gotoknow.org/blog/thaikm/187682
|