Social in thailand
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาเเล้วประเทศสยามได้มีนามว่า"สยาม
เมืองยิ้ม"เป็นประเทศสยามที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของปวงชนชาวสยามจากการมาเยือนของชาวต่างชาติว่า ประเทศสยามนี้เป็นประเทศที่น่าอยู่น่าลงทุนยิ่งนัก แต่เเล้วสยามเมืองยิ้มก็ค่อยๆ เลือนไปจากความทรงจำของชนชาวไทยเอง และการกลับมาของชาวต่างชาติก็น้อยนักที่จะชมประเทศสยามว่า สยามเมืองยิ้ม อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต ผู้คนนับวันจะเจริญขึ้นทุกวัน ทั้งด้านความคิด การทำงาน รวมถึงฐานะของตน แต่ตรงกันข้ามกับสังคม ผู้คนเจริญขึ้นเท่าไหร่ สังคมกลับเจริญลงเท่านั้น ข่าวอาชญากรรม ทุกๆวันที่ขึ้นบนหน้าจอโทรทัศนืที่บ้าน มันแสดงให้เห็นว่า คนสยามไร้การศึกษา จริงหรือไม่ ?แล้วคุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร นับวันสิ่งเหล่านี้มันจะทวีความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อย จากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสี่จากสี่เป็นสิบหก เเล้วไครจะหยุดการแบ่งเซลล์ของอาชญากรรมนี้ได้ คนๆเดียวหรือว่า ชาวสยาม เกือบ 70 ล้านคน
ถ้าเทียบกับประชากรของประเทศไทยทั้งหมดกับ อาชญากรในประเทศ คิดเป็นร้อยล่ะ ศูนย์ จุด ก็ว่าได้ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกหนทุกแห่ง แต่ทำไมคนเราจึงไม่สามารถจับอาชญากรมาดำเนินการเด็ดหัวซะ ทั้งๆที่มันมีเพียงแค่ไม่ถึงหยิบมือคนไทยทั้งประเทศ นี่แหละคือสิ่งที่จะบอกต่อไปว่า อนาคตของประเทศมันกำลังดำดิ่งสู่ห้วงมหาสมุทรอีกครั้งถ้าคนไทยไม่หันกลับมาด้วยกัน การประท้วง การปฎิวัติ การเปลี่ยนรัฐธรรมนูญการถกเถียงของกลุ่มคนที่เรียกว่า"เพื่อประเทศชาติ"การกระทำเช่นนี้มันบ่งบอกว่าประเทศมันยังไม่มีความเสถียรภาพเเล้วหรือ ? ดูๆไปการกระทำที่ดูเหมือนว่า"เพื่อประเทศชาติ"มันจะกลับกลายเป็นการทำเพื่อแย่งชิงอำนาจกันเองไปซะเเล้ว หากไม่มองประเทศข้างๆว่าได้วิ่งแซงกันไปถึงใหนเเล้วทั้งๆที่เรายัง ถกเถียงกันเอง อยู่ทุกๆวัน ผลที่ได้รับเเละผลที่ตามมาคือ เศรฐกิจ ก็ดี การลงทุนก็ดี แต่ที่สำคัญ ที่ถกเถียงกันอยู่ทุกวัน ประชาชนได้อะไรจากคนที่เถียงกันบ้าง เพราะฉะนั้น ควรหันหลังมามองประชาชนตาดำที่เป็นสันหลังของชาติ ไม่ได้เป็นสันหน้าของชาติมันก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว ความแตกต่างระหว่างความรวยความจนของประชาชน นับวันช่องโหว่มันเพิ่มขึ้น ห่างขึ้น จนไม่รู้จะหาทางแก้ไขที่จะขยับช่องโหว่เหล่านี้ให้แคบลงยังไงแล้ว มันยากที่จะดึงคืนมาสู่สภาวะปกติ แต่เเล้วมันก็เหลือ เพียงแต่สภาวะวิกฤต
ความตื่นตัวที่จะหักร้างกันเองมีมากซะจนไม่มีความตื่นตัวที่จะพัฒนาประเทศเเล้ว ช่างน่าสงสารประชาชนยิ่งนัก คำพูดที่พูดว่า"ได้โปรดช่วยเราที"มันคงไม่มีผลซะเเล้ว ถ้าหากเราคนไทยกันเองยังทะเลาะกันอยู่ ใช่ครับคุณก็รู้ดี!! ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มันเกินที่จะเยียวยารักษาแล้วหรือ อย่าลืมซิ ว่าเยาวชน กำลังมองคุณอยู่ อย่าลืมซิว่า ประชาชนที่ฉลาด กำลังมองคุณอยู่ว่า คุณทำอะไร วิธีใหน เป็นประโยชน์หรือไม่ นับจากที่คุณพูดว่า "ผมจะพัฒนาประเทศให้ดี"ความหวังของกลุ่มคนเหล่านี้มันเริ่มเลือนลางแล้วหรือ ไช่ครับหันมาจับมือกันดีกว่าครับมันเป็นการดีกว่าที่คนไทยด้วยกันเองที่จะปล่อยมือแล้วกำหมัดมากระทบกันเป็นใหนๆ
ในระดับรากหญ้าของประเทศ และเป็นระดับที่สำคัญไม่น้อยกว่าระดับอื่นๆ นั่นคือ ครอบครัว เด็ก เเละเยาวะชนทั้งหลายแหล่ ลองมองย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน เยาวชนเหล่านี้เป็นที่รักของผู้อุปการะยิ่งนัก การปล่อยประละเลยไม่ค่อยได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ตาของคนในสังคมมากนัก หรือพูดได้อรกในหนึ่งว่า ครอบครัวมีการควบคุมดูแลที่เข้มงวด ทั้งด้านการศึกษา การเป็นอยู่ รวมทั้งการปลูกฝังความคิดที่ดีให้เป็นส่วนสำคัญ อย่างดียิ่ง แต่มองไปดูว่าปัจจุบันมันแตกต่างกันอย่างกับไม่ใช่เยาวชนไทย ซึ่งได้กลับกลายเป็น เยาวชนที่เสพอารยะธรรมตะวันตก เข้าจังๆอย่างเต็มปอด ทันสมัย มากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาหลายๆอย่างตามมาอย่างขาดไม่ถึง การเรียนรู้ที่แปลกไหม่ ทั้งด้านบวกด้านลบที่เยาวชนแยกไม่ออกว่าดีหรือชั่ว เป็นปัญหาที่ลุมเล้าเข้าสู้กระแสเลือดในความงามของไทยไปแล้วอย่างน่าประทับใจ การดูแลของครอบครัวที่อ่อนแอ การปล่อยเป็นอิสระมากเกินไปจนเกินสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คน เพราะฉะนั้นเราควรที่จะหันมาดูแล เยาวชนในระดับนี้บ้าง ใช่พียงปัญหาเล่านี้เท่านั้นปัญหาที่หาคำตอบมิได้ใน ศตวรรศใหม่ของไทยนั่นก็คือ ปัญหาเรื้อรังของ 3จังหวัดชายแดน แห่งทักษินนี่เอง ตายกันยังกับเบื่อหนู เจ้าหน้าที่ ประชาชนที่ ไร้ซึ่งความผิด ซึ่งจบด้วยคราบน้ำตาที่จะออกและไหลรินมาเป็นน้ำเลือด สิ่งเหล่านี้มัน กรีดเข้ามาในใจของคน ช่างน่าอับอาย ประเทศอื่นก็ว่าได้ เพราะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ก็อย่างว่าต้นสายปลายเหตูเรายังไม่ทราบ เล้วจะแก้ไขได้อย่างไรกัน
ประเทศมหาอำอาจกำลังมอง มองบุคคล มองประเทศ มองความสงบสุข มองทุกสิ่งทุกอย่างที่เคลื่อนไหว เเล้วประเทศเหล่านี้จะเชื่อมั่นได้อย่างไรกันในเมื่อประเทศที่เขาจะมาลงทุน จะมาพัฒนา กลับเป็นประเทศที่กำลังจะทิ่มแทงเขาเสียเอง ความไม่ปลอดภัย ความไม่เป็นกลาง การคอรัปชั่น อื่นอีกมากมาย เป็นเสมือนไกปืนที่รอวันที่จะลั่นใส่นัก ลงทุนทั้งหลายให้ตายไปจากประเทศ วันใดวันหนึ่งปืนได้ลั่น วันนั้นประเทศ คงได้ชื่อว่า ประเทศไม่น่าอยู่ไม่น่า ลงทุนอย่างแน่นอน แล้วประเทศที่อยู่บนโลกนี้จะเชื่อมั่นในความเป็น ไทยได้ เช่นไร กัน
Cassanova Man
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้
เพื่อช่วยให้ความเป็นไทยของเรายั่งยืน
จากสมอง สู่ สมอง