*/
  • Chaoying
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 648
  • จำนวนผู้ชม : 2356737
  • จำนวนผู้โหวต : 1141
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1141 คน
<< พฤษภาคม 2022 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม 2565
Posted by Chaoying , ผู้อ่าน : 536 , 21:00:41 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน emilia , พุธทรัพย์ โหวตเรื่องนี้

 

 

 

 

         “...เรื่องต้นไม้ขึ้นเองมีอีกแห่งหนึ่ง ท่านทั้งหลายควรจะไปได้เพราะไปง่าย คือ โครงการฯ เขาชะงุ้ม ที่จังหวัดราชบุรี ที่ตรงนั้นอยู่ใกล้ภูเขา เป็นที่ที่ป่าเสียไป เป็นป่าเสื่อมโทรม ที่เรียกว่าป่าเสื่อมโทรมเพราะมันไม่มีต้นไม้ ไม่มีชิ้นดี เริ่มทำโครงการนั้นประมาณ ๗ ปีเหมือนกัน ไปดูเมื่อสัก ๒ ปี หลังจากทิ้งป่านั้นไว้ ๕ ปี ตรงนั้นไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ป่าเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องปลูกสักต้นเดียว คือว่า การปลูกป่านี้สำคัญอยู่ที่ปล่อยให้เขาขึ้นเอง...”

         จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๗ เป็นที่มาของ “การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก”

                                                              ***

   ปอเทืองเหลืองสะพรั่ง...ที่โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม ..ไปง่าย ใกล้นิดเดียว น่าเที่ยวมาก

 

             เวลาเที่ยงครึ่งแดดปลายเดือนเมษายนร้อนแรงกล้า ฉันขับรถออกมาจากวัดขนอนหนังใหญ่แล้วกลับมาทางเดิม ประมาณ ๓ กิโลเมตรก็จะถึงทางสามแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายจะขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ถ้าตรงไปข้างหน้า มองเห็นป้ายบอกทางไป

         เขาช่องพราน ๑๐ ก.ม.

         ราชบุรี ๒๗ ก.ม.

         สามีถามว่า “ไปไหนต่อดี”  

         “ไปเขาช่องพราน กันเถอะ อยากไปดูสิว่า เขาช่องพรานที่เราเคยมาดูค้างคาว เมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้เป็นยังไงมั่ง”ฉันตอบ

         เราเคยมาดูค้างคาวที่วัดช่องพรานนานราวยี่สิบปีมาแล้ว มาทางไหนจำไม่ได้ รู้แต่ว่าทางมาวัดเขาช่องพรานตอนนั้นเป็นถนนลาดยางเส้นเล็กๆ ไปในชนบท สองข้างทางยังเป็นป่าละเมาะ เป็นทุ่ง ไม่ค่อยมีบ้านคนอาศัย มาถึงวัดเขาช่องพรานก่อนเวลาค้างคาวออกหากิน เรามาปูเสื่อนอนรอค้างคาวที่สนามหญ้านวลน้อยกลางลานวัดเขาช่องพราน รอกระทั่งเวลาราวหกโมงเย็น ค้างคาวนับล้านๆ ตัวก็พรั่งพรูบินออกจากถ้ำ บินไปเป็นสายๆ แยกย้ายไปหลายสาย เห็นตัวสีดำขยับปีกบนท้องฟ้า สุดแสนจะตะลึงงัน นั่นคือ ภาพจำที่เราเคยมาดูค้างคาวที่วัดเขาช่องพราน

         วันนี้..ร้อนมากด้วยแดดบ่ายเดือนเมษายน ฉันขับรถมาระยะทางสิบกิโลเมตร ผ่านบ้านเรือนตลอดสองข้างทาง ผ่านวัดใหญ่สวย ผ่านสะพานข้ามคลองขุด ยังพอมีทุ่งนาให้เห็นบ้าง ครู่เดียวเราก็มาถึงวัดเขาช่องพราน จากถนนมองเห็นเจดีย์อยู่บนยอดภูเขาแต่ไกลๆ เราเลี้ยวเข้าไปในวัด ที่บัดนี้มีแต่ลานปูนซีเมนต์ลาดไปทั่วบริเวณวัดที่เคยเป็นสนามหญ้านวลน้อย ลานซีเมนต์กลางแดดจ้าร้อนระอุ แสบตามาก ฉันเปิดกระจกรถถ่ายรูปโบสถ์จากในรถแล้วก็กลับออกมา แล้วขับรถไปต่อ...จุดหมายข้างหน้า...ราชบุรี

         จากวัดเขาช่องพรานขับรถผ่านไฟแดงแรกมาถึงไฟแดงที่สอง มองเห็นป้ายบอกทางข้างหน้ามีลูกศรชี้ไปทางขวาว่า “โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม” ระยะทาง ๙ ก.ม.

         “ว้าว..โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม อยู่นี่เอง ไม่ไกลด้วย ไปอีก ๙ กิโลเมตร” ฉันดีใจมาก ไม่คาดฝันว่าจะได้มาเจอโครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม ที่ฉันได้ยินชื่อมานานว่าอยู่ราชบุรี แต่ไม่รู้อยู่ตรงไหน นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมาเจอโดยบังเอิญ และอยู่ใกล้แค่นี้เอง

         เมื่อสัญญาณไฟเขียว ฉันเลี้ยวขวาเข้ามาในถนนลาดยางสองเลนแต่สภาพดี ฉันกับสามีมองวิวสองข้างทางเหมือนกับทุกแห่งที่เราไป เราจะสังเกตดูสภาพภูมิประเทศเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผืนดิน ภูเขา แหล่งน้ำ วัด บ้านเรือน วัว ควาย พืชสวน ไร่นา ต้นไม้ที่ขึ้นระหว่างทาง ตลอดจนต้นไม้บนภูเขา

         วันนี้อุณหภูมิของบ่ายเดือนเมษายนร้อนมากจริงๆ ต้นไม้ใบหญ้ายืนนิ่งไม่ไหวติงดูเหี่ยวเฉาบนผืนดินลูกรังที่แห้งแล้ง สามีเอ่ยขึ้นว่า

         “ดินแถวนี้ไม่ดีเลย เป็นลูกรัง ปลูกอะไรไม่ขึ้น แห้งแล้งจัง”

         “อ๋อ ดินที่แห้งแล้งเป็นลูกรังปลูกอะไรไม่ขึ้นแบบนี้แหละ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ถึงได้มาช่วยแก้ปัญหา ถ้าที่ไหนดินดีท่านไม่มาทำโครงการพระราชดำริหรอก” ฉันออกความเห็น เพราะจากประสบการณ์ที่เคยได้ไปศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ หลายๆ แห่ง อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ฯลฯ ซึ่งพระองค์ทรงแก้ไขปัญหาเรื่องดินแห้งแล้งเสื่อมโทรม สร้างแหล่งน้ำ และปลูกป่าไม้ ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ทุกแห่ง

         เมื่อเรามาถึงโครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม ซึ่งเรียกชื่อเต็มๆ ว่า

         “ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ”

 

        

       ทันทีที่เข้ามาในบริเวณศูนย์ศึกษาฯ ฉันรู้สึกประทับใจมากกับภาพสวนดอกไม้สวยงามเบื้องหน้าที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง

 และเมื่อขับรถไปตาม “เส้นทางดูงาน” พร้อมๆ กับจอดอ่านป้ายข้อมูลแต่ละจุด...

แทบไม่น่าเชื่อว่าที่นี่เดิมเคยเป็นที่ที่ดินเสื่อมโทรมมากมาก่อน ภูเขาทั้งลูกไม่มีต้นไม้ แต่ด้วยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มขึ้น พร้อมทรงพระราชทานแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นดินลูกรัง พัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่าไม้ ทำให้พื้นที่แห่งนี้ปัจจุบันมีป่าตามธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม  มีอ่างเก็บน้ำ มีนกและสัตว์ป่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับให้เกษตรกรมาเรียนรู้ทฤษฎีต่างๆ ตามแนวพระราชดำริ

         ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์ศึกษาฯ ได้จัดภูมิทัศน์ด้วยการปลูกพืชผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ อย่างสวยงามให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอีกด้วย

โดยเฉพาะในช่วงที่ฉันมาครั้งแรกเป็นเดือนเมษายน และกลับมาอีกสี่ครั้งในเดือนพฤษภาคม ดอกปอเทืองกำลังบานเหลืองสะพรั่งทั่วทั้งทุ่งสวยมาก

         ฉันจึงขอเชิญชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวศูนย์ศึกษาฯ เขาชะงุ้ม เพราะมาง่าย ใกล้กรุงเทพฯ เหมือนดังพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้อัญเชิญมาเกริ่นนำไว้ข้างต้นของเอ็นทรีนี้

         มารู้จักความเป็นมาของโครงการกันก่อนนะคะ

ความเป็นมา

         ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากราษฎรในพื้นที่ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี น้อมเกล้าถวายที่ดินแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งที่ดินเดิมเป็นฟาร์มปศุสัตว์ ดินถูกชะล้างพังทลาย และเสื่อมโทรมจนเกือบใช้ประโยชน์ไม่ได้ อีกทั้งมีการขุดดินลูกรังไปใช้ประโยชน์อีกด้วย สภาพพื้นดินมีลักษณะดินตื้น เป็นดินลูกรังหรือหินแข็งจนเป็นศิลาแลง ลึก ๕๐ เซนติเมตร จากผิวดิน เป็นดินมีปัญหามากเนื่องจากไม่มีหน้าดิน

          พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขึ้นเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๘ พร้อมทั้งทรงพระราชทานแนวทางการดำเนินงานการพัฒนาปรับปรุงและฟื้นฟูพื้นที่ดินลูกรัง และดินปนหินที่เสื่อมโทรม โดยการพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ และมีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพดิน และสภาพภูมิอากาศ

 “...ให้ดำเนินการศึกษาหาวิธีการปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมให้สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ โดยทำการทดสอบ วางแผน และจัดระบบ ปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในลักษณะศูนย์ศึกษาการพัฒนาขนาดย่อม...”

         แนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๙

สภาพพื้นที่โครงการ ถ่ายจากทิศใต้ - เหนือ เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๒๙

การดำเนินงาน

         ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ มุ่งเน้นการดำเนินงานศึกษา ทดลอง วิจัย การสาธิต พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้สู่พื้นที่ของราษฎรที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พื้นที่ดำเนินงาน

พื้นที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ มีจำนวน ๘๖๙ ไร่ ๓ งาน ๒๕.๖ ตารางวา แบ่งเป็นพื้นที่แหล่งน้ำ พื้นที่ป่าธรรมชาติ พื้นที่ป่าปลูก พื้นที่ทำการเกษตรรูปแบบต่างๆ และพื้นที่สำนักงาน

พระราชดำริเกี่ยวกับงานด้านป่าไม้ “การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก”

 พระราชดำริ เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๗

         “...หลังจากทิ้งป่านั้นไว้ ๕ ปี ตรงนั้นไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ป่าเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องปลูกสักต้นเดียว คือว่า การปลูกป่านี้สำคัญอยู่ที่ปล่อยให้เขาขึ้นเอง...”

พระราชดำริ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙

         “...ให้ช่วยดูแลป่า อย่าไปรังแกป่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้ใครรบกวน ระยะเวลา ๓๐- ๔๐ ปี ป่าแห่งนี้จะฟื้นคืนสภาพจากป่าเต็งรังเป็นป่าเบญจพรรณ...”

         จากพระราชดำริดังกล่าว เป็นต้นกำเนิดของ “ทฤษฎีการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก” ซึ่งเป็นไปตามหลักการฟื้นฟูสภาพป่าด้วยธรรมชาติ (Natural Reforestation) ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียบง่ายและประหยัด แต่อาศัยระยะเวลา โดยมีวิธีการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ทิ้งป่านั้นไว้ ไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่คุ้มครองให้ขึ้นเองเท่านั้น ป่าจะเจริญเติบโตเป็นป่าที่สมบูรณ์เองได้

         ปัจจุบันสภาพป่าบริเวณป่าเขาเขียว ได้ฟื้นคืนสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ จากการสำรวจพันธุ์ไม้ในปี ๒๕๔๕ พบว่า มีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นกว่า ๒๒๓ ชนิด สามารถจำแนกพันธุ์ไม้ได้ ๑๖๗ ชนิด มีสัตว์ป่ากว่า ๔๔ ชนิด ในปี ๒๕๕๒ พบว่า มีสัตว์ป่ากว่า ๑๒๑ ชนิด 

มีนกหลายชนิด

และในปี ๒๕๕๖ ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสังคมพืชบริเวณป่าเขาเขียว พบว่า จำนวนแปลงและเนื้อที่ป่าเต็งรังลดลง ส่วนป่าเบญจพรรณมีจำนวนเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศของป่าแห่งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากป่าเต็งรังเป็นป่าเบญจพรรณ

พระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ

         เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชกระแสกับหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์

         “...ให้มีการศึกษาปรับปรุงวิธีการเสริมสร้างแหล่งน้ำ ปรับปรุงบ่อดิน แก้ไขปัญหาดินลูกรัง และจัดระดับให้เหมาะสมเพื่อให้มีน้ำใช้”

อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม มีความจุ ๑๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในพื้นที่ศูนย์ฯ และเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดิน

ในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ กรมชลประทานได้ดำเนินการปรับปรุงบ่อลูกรังเดิม สระเก็บน้ำเดิมให้เป็นแหล่งน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ

แต่เนื่องจากพื้นที่โครงการฯ เป็นพื้นที่อับฝน ทำให้น้ำต้นทุนที่เก็บกักได้มีปริมาณน้อย ส่งผลให้การกระจายน้ำไปยังแปลงกิจกรรมต่างๆ ของโครงการฯ ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

 มีการขุดสระเก็บกักน้ำฝน โดยใช้พลาสติกรองท้องสระ กันน้ำซึม และปลูกหญ้าแฝกรอบๆ

      “...ให้ใช้หญ้าแฝกมาช่วยในการป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน การใช้หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำป้องกันดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึก การปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวแทนคันดิน...”

      พระราชดำริ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๓๕

“...การปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดินให้แก่ไม้ผลและไม้ยืนต้นโดยปลูกในลักษณะเป็นแนวครึ่งวงกลม เพื่อช่วยให้หญ้าแฝกได้ทำหน้าที่ รักษาความชุ่มชื้นในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ...”

         พระราชดำริ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙

 การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดินตื้น เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และป้องกันการชะล้างพังทลายของดินชั้นบน พร้อมทั้งแปลงรวบรวมหญ้าแฝก ๒๘ สายพันธุ์

 ทรงปลูกต้นประดู่ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙

 ต้นประดู่ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปลูก ปัจจุบันต้นโตแล้ว

 การเลี้ยงแพะตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่

แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริในพื้นที่อับฝน เป็นแปลงสาธิตการบริหารจัดการพื้นที่โดยการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการดินและชนิดพืชที่ปลูก

จุดจำหน่ายสินค้า ผลผลิต/ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

 มีร้านกาแฟ เครื่องดื่ม ขนม

 สินค้า จากชุมชน

 ผ้าขาวม้าทอจากเจ็ดเสมียน

 ร้านจำหน่ายสินค้าผลิตผลทางการเกษตร จากชุมชนเกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการ รอบศูนย์ศึกษาฯ

 

ถั่วฝักยาว พันธุ์พระราชทาน  สีม่วง สีเขียว มัดละ ๑๐ บาท ค่ะ 

          นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายใน "โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่เสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมากจากพระราชดำริ" ได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งภายในจะมีบริการสถานที่จอดรถ ห้องน้ำ ห้องอบรม และรถพาเที่ยวชมโครงการไว้บริการ

         ที่นี่จะไม่มีห้องพัก แต่จะมีสถานที่กางเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว โดยขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ภายในโครงการก่อนทุกครั้ง ไม่มีร้านอาหาร

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะ สามารถโทรศัพท์มาประสานเจ้าหน้าที่เพื่อจัดรับรองได้ที่เบอร์โทรศัพท์  ๐๓๒ -๒๒๖ ๗๔๔

          เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. (เข้าชมฟรี)
          ที่ตั้ง :  
หมู่ 2 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
         โทรศัพท์ : 
๐๓๒ -๒๒๖ ๗๔๔

เพื่อนๆ สนใจที่อยากจะเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพฯ และมาง่ายมาก แวะมาเที่ยวที่โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม แล้วจะหลงรักที่นี่

 

ชอบบรรยากาศบริเวณอ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม วิวสวยมากค่ะ 

 มีศาลาหลังคามุงหญ้าคา สวย

ลมภูเขาพัดแรง อากาศดีมากๆ ฉันชอบภูเขา เวิ้งน้ำ และแนวป่า

 

"ป่าปลูกโดยไม่ต้องปลูก"  ชอบจังเลย

 

ฉันชอบป่า และเส้นทางตรงนี้ สวยมากๆ เหมือนเดินในป่าเลยค่ะ ที่นี่ โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม

 ที่นี่มีดอกไม้สวยๆ ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่ 

ปอเทืองกำลังบานในเดือนพฤษภาคม

อากาศสดชื่นมากๆ ค่ะ

 

อย่าลืม มาถ่ายรูปกับวิวภูเขา และทุ่งดอกปอเทืองสวยๆ กัน นะคะ

 อากาศดีมากๆ ลมพัดแรง ดอกปอเทืองแกว่งไกว

 

แปลงผัก ก็มีจุดเช็คอินไว้ ให้ถ่ายรูป ค่ะ

มีเขาวงกตด้วยค่ะ

 อยากรู้ว่า ในเขาวงกต เป็นอย่างไร ต้องตามเข้ามาดูค่ะ

 อย่าลืม แวะมาเที่ยว โครงการพระราชดำริ เขาชะงุ้ม นะคะ

พบกันเอ็นทรีหน้า จะนำทุกท่านไปเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ค่ะ

ขอบคุณพื้นที่ดีแห่งโอเคเนชั่นค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 Chaoying ถูกใจสิ่งนี้ (1)
emilia วันที่ : 02/06/2022 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/emilia

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ สวยทั้งคนสวยทั้งวิวเลยค่า

ความคิดเห็นที่ 2 พุธทรัพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 23/05/2022 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

คห. 1 พี่พุธทรัพย์
จริงค่ะ ไปที่ไหน เห็นต้นไม้สีเขียว ทุ่งนา ทุ่งหญ้าเขียว มีน้ำ ก็สุขไจ ค่ะ
มาโครงการฯ เขาชะงุ้ม แล้วจะหลงรักที่นี่ เหมือนเจ้าหญิง มาแล้วมาอีก ห้าครั้งแล้ว เพราะชอบภูเขา ชอบอ่างเก็บน้ำ และป่าธรรมชาติ ทางเดินสวยๆ แล้วคิดถึงพระองค์ท่านมาก เป็นความรู้สึกดีๆ ที่บอกไม่ถูกจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะ พี่พุธ แวะไปนะคะ ..ไปง่าย..ใกล้มาก ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 23/05/2022 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

ไปที่ไหน อยู่ที่ไหน มีต้นไม้และมีน้ำก็สุขใจแล้วครับคุณเจ้าหญิง วันหลังจะหาโอกาสไปชมบ้างครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน