พิมพ์หน้านี้
|
แล้วฉันก็ตื่นนอน นี้คือความฝันของฉันเมื่อช่วงมกราคม ปี 2550 ...ฉันไม่เคยฝันเห็นพระ เห็นเจ้าใด ๆมาก่อนในชีวิต กับพุทธศาสนาก็ได้มีโอกาสมาเรียนรู้สักสองสามปีที่แล้ว เนื่องจากตอนเด็ก ๆ เรียนโรงเรียนคริสต์มาตลอด ทำให้มีความผูกพันธ์กับคริสตศาสนามากกว่า บทสวดมนต์ต่าง ๆ พิธีต่าง ๆ ก็รู้ของคริสต์มากกว่า เพิ่งจะสวดมนต์ของศาสนาพุทธได้ไม่นาน ความฝันที่ได้ฝันครั้งนี้จึงนับว่าเป็นความฝันครั้งแรกของฉัน ที่ได้มีโอกาสฝันถึงพระถึงเจ้า ..หลังจากตื่นจากฝัน ก็ได้ตั้งใจไว้ว่าจะไปกราบนมัสการหลวงพ่อจรัญสักครั้งหนึ่ง จวบจนเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปครึ่งปีกว่า ๆ แล้ว ก็ยังไม่ได้ไปสักที จนเมื่อประมาณอาทิตย์ที่สองของเดือน สิงหาคม 2550.. ฉันก็ได้ฝันอีกครั้ง .... ขณะที่ฉันกำลังท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานในวัดนู้นวัดนี้.. ฉันได้เข้าไปในโบสถ์แห่งหนึ่ง ภายในมีเบาะรองนั่งของพระ (ไม่ทราบเรียกถูกไหม) วางอยู่ ... ทันใดนั้นก็ปรากฎภาพของหลวงพ่อโตในจอโทรทัศน์ที่ค่อย ๆ โผล่มาจากเบาะรองนั่ง...ฉันมองด้วยความตกใจตื่นตะลึงว่านั้นคืออะไร ....หนังตลกอะไรหรือเปล่า ทำไมอยู่ดี ๆ มีจอโทรศัพท์โผล่มาได้ ยังไม่ทันคิดจบ!ก็ต้องขยี้ตาให้เห็นภาพชัด ๆ ...เอ๊ะ!!!...นั่นอะไรนะ ...ทำไมรูปภาพวาดในจอโทรทัศน์ค่อย ๆ แปลงร่างเป็นตัวคนละ .. เอ๊า...ตายแล้ว หน้าตาในรูปภาพก็กลายเป็นหลวงพ่อโตด้วย ......... จากภาพวาดของหลวงพ่อโตในโทรทัศน์ ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นหลวงพ่อโต ที่ฉันคิดในฝันว่า นี้หลวงพ่อโตท่านเสียไปนานแล้วนี่นา แต่ที่เห็นตรงหน้าคือหลวงพ่อโตจริง ๆ มีร่างกายเป็นมนุษย์จับต้องได้จริง ๆ ...ทันใดนั้นขนฉันก็ลุกซู่ขึ้นมาในทันที .....ทำไมท่านช่างมีรัศมีเปล่งปลังเช่นนี้ หน้าหลวงพ่อโตค่อย ๆ ขาวผ่องอิ่มเอิมมาก ฉันไม่เคยเห็นหลวงพ่อรูปใด ๆ งดงามเท่านี้มาก่อนเลย เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี้คือหลวงพ่อโตจริง ๆ ฉันก็หยิบของเพื่อนำมาถวายท่าน แต่ยังไม่ได้ทันถวายก็ตื่นซะก่อน ...แถมยังขนลุกซู่ไม่หาย ได้ฝันสองครั้งในหนึ่งปี จากที่ไม่เคยฝันเลย จึงรีบไปกราบไหว้หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี (ตั้งใจจะทำตั้งแต่ต้นปี กว่าจะได้ทำผ่านไปเสียครึ่งปีกว่า)
ฉันเองไม่ค่อยรู้ประวัติหลวงพ่อจรัญมากมาย ยังไม่เคยไปวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมพวันสักครั้ง เพียงแต่เคยไปนั่งรอท่านเล่นๆ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า คอยจนถึงสิบโมง ถึงได้รู้ว่ามีคนมาหาท่านเยอะมาก และก็ท่านก็รับสังฆทานตอนสิบโมง ครั้งนั้นไปไม่รู้อะไร จึงไม่ได้ถวายอะไรท่านสักกะอย่าง ไปครั้งที่สอง ก็ยังไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปอีก ไปถึงวัดแล้วพึ่งนึกขึ้นได้ แต่ละคนมาหาท่านนำสังฆทานมาถวายท่านตั้งเยอะแยะ ฉันไม่คิดจะติดมืออะไรไปสักอย่าง กะว่าจะกราบไหว้อย่างเดียวเท่านั้น แย่จริง ๆ ... เลยต้องรีบหาพวงมาลัยมาถวายหลวงพ่อ ได้พบหลวงพ่อครั้งนี้ ฉันดีใจมาก เพราะหลวงพ่ออ้วนขึ้นกว่าครั้งก่อนที่ฉันเห็น ได้กราบไหว้หลวงพ่อ และได้เห็นหลวงพ่ออ้วนขึ้นแค่นี้ก็ดีใจ สบายใจมีความสุข |
| Blog History | ||
Many my blog design. |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |