|

http://www.oknation.net/blog/Charmaar/2007/09/02/entry-1 <-- ก่อนหน้าจะต้องช่วย
ฉันน่ารัก ...ฉันเลิศ ...ฉันเก่ง... ฉันแน่... ฉันมีตังค์... ฉันประสบความสำเร็จก่อนใคร...ฉันถูกที่สุด!!!!! แล้วเป็นไงละ ???????? ...... "ความพินาศก็มาเยือนในเร็ววันนะสิ"
 ฉันสติแตก  พังพินาศ  ช่วยฉันด้วย ,,,,,,,,
ฉันลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้าวัด โดยมีแฟนใหม่เป็นสารถีไปส่ง ไปถึงเจ้าหน้าที่ให้ไปจัดที่นอนซึ่งมีเสื่อผืนหมอนใบจริง ๆ ... ฉันเลยโทรสั่งฟูกกับหมอนให้มาส่งด่วน เพราะนึกเอาเองว่าลืมเตรียมมา พอตกดึกถึงได้รู้ว่า เพื่อนร่วมห้องนอนอีกร้อยกว่าคนนอนเสื่อ หมอนใบ มีฉันคนเดียวนอนฟูก หมอนสองใบ แถมผ้านวมอย่างดี เป็นพวกบ้าหอบฟางไปซะแล้ว  เข้าสู่ห้องเรียน วิทยากรกล่าวต้อนรับ "8 วัน 7 คืนนี้ ห้ามพูดคุย ห้ามอ่านหนังสือ ห้ามใช้โทรศัพท์" ห้ามอ่านหนังสือ ห้ามใช้โทรศัพท์ กฎธรรมดา แต่ห้ามคุยกันนี้สิ ผิดวัตถุประสงค์ของฉันอย่างแรง ฉันนอนตายมาเป็นปี ไม่อยากเจอหน้าผู้คน เอาแต่ร้องไห้ แล้วเมื่อมาที่นี่ยังห้ามฉันพูดอีก แบบนี้อาการเครียด วิตกจริต ความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลของฉันจะหายได้ยังไง ....แต่เอาหน่ะ....วิทยากรบอกว่าใครอยู่ไม่ครบ 8 วัน ทำไม่ได้ตามที่บอกจะไม่ประสบความสำเร็จ ฉันอยากประสบความสำเร็จ .....ถ้าใช้เวลาแค่ 8 วันแล้วทำให้ฉันหายจากการสติแตก แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ฉันพร้อมจะอยู่
อาหารมื้อแรก "กินง่าย ถ่ายคล่อง อยู่ที่ไหนก็สบาย" ฉันเคยได้ชื่อว่าเป็นคนแบบนี้ อาหารมื้อแรกในสถานปฎิบัติธรรม ฉันลืมเรื่องการ "ต้องเลือกเฉพาะร้านบรรยากาศดีเท่านั้น ไม่งั้นทานไม่ลง" มามื้อนี้อาหารมังสวิรัสของโปรด ฉันรีบตักอาหารใส่ปากไม่รอใคร รีบกิน รีบกลื่น อร่อยอย่าบอกใคร ...แต่เอ๊ะ... พี่ที่นั่งโต๊ะตรงข้ามทำไมเคี้ยวข้าวช้าแบบนั่นละ เค้าเป็นโรคอะไรเหรอ?
เริ่มเรียนรู้ วิทยากรให้ ..เดิน...ง่าย วิทยากรให้..นั่งสมาธิ.. จำได้ตอนเด็ก ๆ คุณครูเคยให้นั่งสมาธิครั้งหนึ่งในชั่วโมงศีลธรรม เรื่องพุทธศาสนา (ปกติเรียนคริสตศาสนา) ตอนนั้นนั่งแล้วมันนิ่ง ๆ สบาย ๆ ...แต่มาครั้งนี้ นึกว่าจะง่ายเหมือนตอนเด็ก ที่ไหนได้ ...ในสมองฉันมีเรื่องราววุ่นวายเต็มไปหมด หัวใจร้อนรุมตีดังพับ ๆ ๆ พับๆๆๆ ทำเอาฉันแทบสติแตกอีกรอบ
ผ่านวันที่ 1 วันที่ 2 ทำให้ฉันรู้ว่า นี้ฉันมาเรียนรู้การเดิน การนั่ง การนอน การกิน การใช้ชีวิตธรรมดา ๆ หรือเนี้ยะ..เพิ่งรู้ว่าในโลกนี้มีโรงเรียนการสอนใช้ชีวิตแบบนี้ด้วย ...... เก๋...เลิศ ....สุดยอดจริง ๆ  เค้าน่าเอาหลักสูตรพวกนี้ไปบรรจุในการเรียนการสอนตามโรงเรียน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ...ทุกคนจะได้รู้ว่าการเคี้ยวข้าวแล้วใส่ใจรับรู้ ทำให้ได้ลิ้มรสชาตของวัตถุดิบแต่ละอย่าง มันช่างอร่อยถึงรสจริง ๆ ... ฉันไม่เคยรู้เลยว่า อาหารแต่ละคำอร่อยมากกว่าที่เคยรู้ แถมไม่น่าเชื่อด้วยว่า ฉันเคี้ยวข้าวได้ร้อยกว่าครั้งเลยหรือเนี้ย... เกิดมาตั้งนาน มีเรื่องไม่รู้อีกเยอะแหะ
เข้าสู่วันที่ 5 ความฟุ้งซ่าน สับสน วุ่นวาย เริ่มหายไป ฉันเริ่มมีความสงบ ความสุข เดินอยู่ดี ๆ รู้สึกตัวลอย ๆ นั่งสมาธิตัวเบา ๆ นิ่ง ๆ สงบ ๆ ถึงแม้ตอนนั้นก็ยังไม่รู้อะไรมากว่า "วิปัสสนากรรมฐานคืออะไร" เวลาพระสงฆ์มาเทศน์สอน ให้ความรู้ด้านวิชาการต่าง ๆ ฉันไม่รู้เรื่องแม้แต่ติดเดียว นิวรณ์ อภิญญา สวรรค์ นรก สมาธิ กษิณ วุ่นวายไปหมด ฟังแล้วมึนศัพท์ใหม่ ๆ ทั้งนั้น ... ฉันไม่อยากรู้ว่าทำแล้วจะได้ไปสวรรค์ชั้นที่เท่าไร ทำแล้วจะผ่านพ้นไปกี่ขั้น ได้ญาณอะไรบ้าง .. ฉันสนอย่างเดียว ขอให้ฉันสงบ ไม่ทุกข์ก็พอแล้ว
ครบ 8 วัน ประสบความสำเร็จหรือยัง??? ... อืม... ยังนี่นา.. ไหนวิทยากรบอกไว้ว่า ครบ 8 วันจะประสบความสำเร็จ แต่นี้ฉันยังกังวล ยังกลัวที่จะต้องกลับไปเผชิญโลกที่รออยู่ตรงหน้า ยังทุกข์เร้าร้อนอยู่เลย แล้วงี้จะหายป่วยจิตได้ยังไงกัน แต่ วิทยากรเคยบอกว่า ให้ตามดูการกระทำต่างๆ ของร่างกายตลอดอย่าให้หลุด นั้นแปลว่า ฉันต้องดูตลอดเวลา แม้กลับไปอยู่ที่บ้านด้วยนะสิ... อืม....... ในเมื่อมันยังไม่หายบ้า ยังมีความทุกข์อยู่แม้จะมีความสุขเบียดเข้ามาเล็กน้อยแล้วก็ตาม สงสัยต้องไปฝึกต่อซะแล้ว เพราะไหน ๆ ก็ได้เข้าคอร์ทเรียนรู้ การกิน นั่ง ยื่น เดิน นอนทั้งที แถมเรียนฟรี จะไม่ใช้ได้ไง
กลับบ้านได้ฝึกบ้าง ดูการกระทำต่าง ๆ ตามที่ได้เรียนมาบ้าง ขยันบ้าง ขี้เกียจบ้าง แรก ๆ หลงดีใจนึกว่าตัวเองหายแล้ว เพราะเริ่มมีความสุข แต่ที่ไหนได้ วันต่อไปนอนร้องไห้ แถมหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะท้อถอย หมดแรง ทำไมฉันกลับมาร้องไห้อีก ทำไมยังสติแตกอยู่ ฉันอยากบ้า ฉันเป็นบ้าไปแล้ว ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย 
 แฟน "พี่มีกำลังใจให้น้องเสมอ แต่พี่เติมเท่าไรน้องก็ไม่เคยพอ น้องไม่มีกำลังใจให้ตัวเอง พี่โอบอุ้มบ่อย ๆ พี่ก็ไม่ไหว พี่ก็ต้องให้กำลังใจตัวพี่เองด้วย วันนี้พี่ยังไม่มีแรงให้กำลังใจตัวเอง แล้วจะเอาแรงใจไหนไปให้น้อง น้องต้องหัดให้กำลังใจตัวเองบ้าง จะหวังพึ่งพี่คนเดียวไม่ได้"
"ระหว่างให้พี่อยู่กับคนที่ร่าเริงแจ่มใส มีแต่ความสุข พี่เลือกอยู่กับคนแบบนั้น ดีกว่าอยู่กับคนที่เอาแต่ร้องไห้ ระทมทุกข์กับชีวิต มีแต่เรื่องเครียด ๆ "
"น้องบอกว่าจะปรับปรุงตัว ไม่โวยวาย ไม่เรียกร้อง ไม่สติแตก จะเป็นคนที่มีแววตา น้องให้พี่รอวันที่น้องจะลุกขึ้นมาได้ แต่พี่ไม่เห็นน้องทำได้เลย ครั้งนี้จะให้พี่เชื่อในคำพูดของน้องได้อย่างไร?"
"นี้หรือสิ่งที่น้องทำให้กับคนที่น้องบอกว่ารักนักหนา น้องมอบแต่ความทุกข์ เสียงร้องไห้ ขอแต่กำลังใจ ขอเวลา มีแต่ขอกับขอ ต้องการตลอดเวลา แล้วพี่จะโทรหาน้อง มาหาน้องได้อย่างไร ในเมื่อรู้ว่ามาแล้วก็ต้องมีแต่ความทุกข์"
"น้องไปเปลี่ยนชื่อมาใหม่ ก็เปลี่ยนความคิดใหม่ ๆ ซะนะ ความคิดไม่ดีก็ทิ้ง ๆ ไปซะ "
"เรื่องอดีตมันจบไปแล้ว ไม่ต้องรื้อฟื้นขึ้นมาหรอก วันนี้เราเข้าใจกันก็พอแล้ว"
"วันนี้เราคืนดีกัน เราไม่อยากทะเลาะกัน ไม่ได้หมายความว่า อนาคตเราจะไม่ทะเลาะกันเลย เป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องระวังการทะเลาะกัน เมื่อทะเลาะกันแล้ว ก็ให้อภัย ให้โอกาสซึ่งกันและกัน"
 หม่าม้า    "ไม่ใช่ลูกคนแรกในโลกที่ล้ม ไม่ใช่ลูกไม่เคยเจอเรื่องร้าย ๆ สมัยเด็ก ๆ หนักหนากว่านี้ก็ผ่านมาได้ คนอีกเยอะแยะที่เคยล้มมาแล้ว ธรรมดามาก"
"เป็นหนี้แค่นี้เอง ค่อย ๆ ทำงานใช้หนี้ไปเดี๋ยวก็หมด จะมาขอป๋า ขอม้าไม่ได้หรอก ลูกเป็นหนี้ของลูกเอง ลูกก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้ด้วยตัวเอง จะให้คนอื่นมารับแทนไม่ได้ บอกเจ้าหนี้ไปว่าเราขอเวลาใช้หนี้ ไม่มีใครมาฆ่าเรา มาว่าเราหรอก ... เรื่องธรรมดา ลูกไม่ได้ผิดอะไรใหญ่โต ไม่ต้องลงโทษตัวเองขนาดนี้ วัน ๆ เอาแต่นอนแล้วจะไปหางาน หาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ต้องทำงานสิ"
"ลูกยังใช้คำสัญญาของลูกเองไม่ได้เลย แล้วลูกจะให้ม้าโทรไปรับรองคำสัญญาของลูกกับแฟนยังไง ม้าเป็นผู้ใหญ่พูดอะไรไปก็ต้องคิด ม้าไม่อยากเสียผู้ใหญ่ ลูกต้องใช้คำพูดของลูกด้วยตัวเองทำให้เค้าเชื่อคำพูด ตอนนี้ลูกยังทำให้เค้าเชื่อคำพูดไม่ได้ ต้องมาอาศัยคำพูดจากม้า ม้าก็คงทำให้ไม่ได้ ลูกต้องทำเอง"
"ไม่มีญาติคนไหนว่าลูก ทุกคนรู้ว่าลูกไม่ได้ทำอะไรเสียหาย นี้เป็นธุรกิจแรกของลูก เรื่องที่ลูกเจอ ญาติผู้ใหญ่ทุกคนเจอกันมาหมดแล้ว ดูป๋า ป๋าเปลี่ยนกิจการกี่ครั้ง อากู๋เปลี่ยนธุรกิจกี่อย่าง พวกเราไม่เคยท้อ ทำไอ้นี้ไม่ได้ ก็ไปทำอย่างอื่น "
"วันที่ตัวเรามีคุณค่าพอ แล้วเค้ายังไม่เห็นคุณค่าเรา ก็ไม่ต้องไปสนใจกับคนไม่ฉลาดพวกนั้น จะไปหลงวนอยู่กับคนไม่ฉลาดทำไม" "ลูกว่าผู้ชายคนนี้ดี วันนี้ลูกดีหรือยัง? ถ้าลูกดีแล้ว ผู้ชายจะจากไป ลูกจงปล่อยให้เค้าไป เพราะเค้าไม่มีคุณค่าพอที่ลูกจะต้องเสียใจ ถ้าวันนี้ลูกทำดีเต็มที่แล้ว ไม่ต้องไปเสียใจร้องไห้เลย แต่ถ้าวันนี้ลูกยังไม่ดี ผู้ชายได้จากลูกไป ลูกสมควรร้องไห้เสียใจกับความไม่ดีของตัวเอง ....ลูกต้องตอบตัวเองว่าลูกดีหรือยัง ม้าตอบให้ไม่ได้หรอก" 
ประโยคเด็ดจากม้าครั้งนี้ โดนฉันเต็ม ๆ  ตั้งแต่ได้ฟังประโยคนี้เท่านั้น ทำให้ฉันได้สติ ดูตัวเองหาเหตุจากตัวเองจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉัน .... ที่ฉันร้องไห้ทุกวันเป็นปีนี้ ฉันร้องเพราะอะไร เรื่องอะไรกันแน่ ....... ธุรกิจล้มเหรอ..ก็ไม่ได้ถือว่าล้มนี่นา ฉันโวยวายไปว่าล้ม จริง ๆ มันก็ยังอยู่ ไม่ได้ล้มอะไรเลย แค่สะดุดนิดหน่อยเท่านั้น .........มีหนี้สินเหรอ... คำนวณไปก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายเลย หนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้มีหนี้เงินกู้ใด ๆ ทั้งสิ้น เทียบกับคนอื่นแล้ว อาจจะมีตังค์มากกว่าก็ได้นะ แค่หมุนเงินไม่ทัน ลูกหนี้เลื่อน ก็เลื่อนเจ้าหนี้ไปก็แค่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร .........ญาติพี่น้องหาย เพื่อนหาย... หรือว่าฉันหายไปจากพวกเค้ากันแน่... ใช่แล้ว .. ฉันหายไปจากพวกเค้า เพราะฉันคิดว่าฉันไม่ดี
นี้ไง...ฉันไม่ดี ...ฉันถึงร้องไห้ไง ฉันหาเหตุแห่งความทุกข์เจอแล้ว ถ้าอยากหยุดร้องไห้ก็ต้องทำตัวเองให้ดี แล้วฉันก็เริ่มลงมือทำวันละนิด วันละหน่อย เพื่อที่ว่า ฉันจะไม่เสียใจถ้าวันนี้ฉันทำดีแล้ว
            เสริมสักนิด               
คุณหมอดูที่แนะนำให้ฉันไปฝึกวิปัสสนากรรมฐาน แนะนำให้ฉันทำ "สมุดบันทึกความดี" โดยการจดว่าวันนี้ทำดีไปกี่ข้อ ไม่ดีไปกี่ข้อ แล้วให้เปรียบเทียบดูแต่ละวัน วันนี้มีความดี 1 ข้อ ไม่ดี 2 ข้อ พรุ่งนี้ให้เพิ่มความดีเป็น 2 ข้อ ลดความไม่ดี 1 ข้อ ทำให้ได้ทุกวัน แล้วจะรู้เอง ฉันทำมาเป็นปีแล้ว ฉันกลัวหลงงมงายในหมอดู กลัวจะได้รับการสอน การเข้าใจผิด หลงผิด หรือเป็นบ้า อย่างที่คุณเรือรบเมืองมั่นว่าไว้ (ขออนุญาตินำความคิดเห็นมาลงนะคะ) "ความคิดเห็นที่ 7 เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 06.31 น. http://www.oknation.net/blog/ruarob ip : 10.0.5.155/61.19.220.2 กลัวจะบ้าไปอีกทางหนึ่งน่ะสิครับ ไปหาธรรมะ ไปหาพระถูกรูปก็ดีไป แต่ไปหาประเภทที่หนักไปในทางเคร่งเพี้ยน ๆ หลงเพ้อแต่อดีต มุ่งนั่งนิ่งสวดพล่ามหรือบริจาคหนัก ๆ เพื่อหวังผลอนาคต อย่างนี้คนจะยิ่งถอนห่างไปเรื่อย ๆ ขณะที่ตนเองก็จะดิ่งจมกับงมงายแบบนี้ไปตัวคนเดียวเหมือนกัน" หลาย ๆ ครั้งจึงอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หากมีจริงให้ช่วยคุ้มครองอย่าได้หลงผิดไปกับความเชื่อผิด ๆ เลย ..
บางคนหลงในความดีของตัวเอง จนกลางเป็นดีแตก ต้องระวังคอยเตือนตัวเองไว้ "อย่าหลง" แม่ชีศันสนีย์เคยพูดไว้ บางคนก็มั่วแต่คิดว่า ดีไม่ดี จนกลายเป็นทุกข์ ให้เปลี่ยนคิดว่า สุขหรือทุกข์แทน ยกตัวอย่างเช่น "จะเลิกกับสามีดีไหมคะ" "เธอหย่ากับเค้าแล้วเธอสุขหรือทุกข์ละ ... เธอใช้ชีวิตแบบครอบครัวแล้วเธอสุขหรือทุกข์ สิ่งใดคือความสุขของเธอ ถ้าเธอไม่ทุกข์ร้อนอะไรที่มีชีวิตครอบครัวเธอก็ไม่ต้องหย่า แต่ถ้าเธอสุขกว่าที่ได้หย่าเธอก็ทำไป"
จะขอบคุณไก่ มีสุขดีไหมนะ ที่ she ทำให้ฉันเกิดแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่องได้ยาวมาก ๆ เพราะ She เกิดมั่นบางอย่าง จนชาวเนตพูดถึงกันใหญ่ รวมทั่งฉันที่คันปากเพราะ She จริง ๆ 
|