• Charmaar*ชามา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 6290
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
more
Charmaar=ชามา
ทุกสิ่งที่ชื่นชอบ เก็บเกี่ยวเรื่องราวเป็นบันทึกแห่งชีวิต
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Charmaar
วันจันทร์ ที่ 3 กันยายน 2550
ฉันเลิศ...ฉันเก่ง...ฉันแน่...ฉั่นมั่น ..ช่วยฉันด้วย
Posted by Charmaar*ชามา , ผู้อ่าน : 185 , 02:06:19 น.   | หมวดหมู่ : ร่างกายและจิตใจ  
พิมพ์หน้านี้


        

http://www.oknation.net/blog/Charmaar/2007/09/02/entry-1  <-- ก่อนหน้าจะต้องช่วย

ฉันน่ารัก ...ฉันเลิศ ...ฉันเก่ง... ฉันแน่... ฉันมีตังค์... ฉันประสบความสำเร็จก่อนใคร...ฉันถูกที่สุด!!!!!

แล้วเป็นไงละ ???????? ...... "ความพินาศก็มาเยือนในเร็ววันนะสิ"

ฉันสติแตก      พังพินาศ           ช่วยฉันด้วย,,,,,,,,

ฉันลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้าวัด โดยมีแฟนใหม่เป็นสารถีไปส่ง  ไปถึงเจ้าหน้าที่ให้ไปจัดที่นอนซึ่งมีเสื่อผืนหมอนใบจริง ๆ ... ฉันเลยโทรสั่งฟูกกับหมอนให้มาส่งด่วน เพราะนึกเอาเองว่าลืมเตรียมมา พอตกดึกถึงได้รู้ว่า เพื่อนร่วมห้องนอนอีกร้อยกว่าคนนอนเสื่อ หมอนใบ มีฉันคนเดียวนอนฟูก หมอนสองใบ แถมผ้านวมอย่างดี เป็นพวกบ้าหอบฟางไปซะแล้ว

เข้าสู่ห้องเรียน
วิทยากรกล่าวต้อนรับ  "8 วัน 7 คืนนี้ ห้ามพูดคุย ห้ามอ่านหนังสือ ห้ามใช้โทรศัพท์"
ห้ามอ่านหนังสือ ห้ามใช้โทรศัพท์ กฎธรรมดา  แต่ห้ามคุยกันนี้สิ ผิดวัตถุประสงค์ของฉันอย่างแรง ฉันนอนตายมาเป็นปี ไม่อยากเจอหน้าผู้คน เอาแต่ร้องไห้ แล้วเมื่อมาที่นี่ยังห้ามฉันพูดอีก แบบนี้อาการเครียด วิตกจริต ความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลของฉันจะหายได้ยังไง ....แต่เอาหน่ะ....วิทยากรบอกว่าใครอยู่ไม่ครบ 8 วัน ทำไม่ได้ตามที่บอกจะไม่ประสบความสำเร็จ ฉันอยากประสบความสำเร็จ
.....ถ้าใช้เวลาแค่ 8 วันแล้วทำให้ฉันหายจากการสติแตก แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ฉันพร้อมจะอยู่

อาหารมื้อแรก
"กินง่าย ถ่ายคล่อง อยู่ที่ไหนก็สบาย"  ฉันเคยได้ชื่อว่าเป็นคนแบบนี้ อาหารมื้อแรกในสถานปฎิบัติธรรม ฉันลืมเรื่องการ "ต้องเลือกเฉพาะร้านบรรยากาศดีเท่านั้น ไม่งั้นทานไม่ลง" มามื้อนี้อาหารมังสวิรัสของโปรด ฉันรีบตักอาหารใส่ปากไม่รอใคร รีบกิน รีบกลื่น อร่อยอย่าบอกใคร  ...แต่เอ๊ะ...  พี่ที่นั่งโต๊ะตรงข้ามทำไมเคี้ยวข้าวช้าแบบนั่นละ เค้าเป็นโรคอะไรเหรอ?

เริ่มเรียนรู้
วิทยากรให้  ..เดิน...ง่าย
วิทยากรให้..นั่งสมาธิ.. จำได้ตอนเด็ก ๆ คุณครูเคยให้นั่งสมาธิครั้งหนึ่งในชั่วโมงศีลธรรม เรื่องพุทธศาสนา (ปกติเรียนคริสตศาสนา) ตอนนั้นนั่งแล้วมันนิ่ง ๆ สบาย ๆ ...แต่มาครั้งนี้ นึกว่าจะง่ายเหมือนตอนเด็ก ที่ไหนได้ ...ในสมองฉันมีเรื่องราววุ่นวายเต็มไปหมด หัวใจร้อนรุมตีดังพับ ๆ ๆ พับๆๆๆ ทำเอาฉันแทบสติแตกอีกรอบ

ผ่านวันที่ 1  วันที่ 2
ทำให้ฉันรู้ว่า นี้ฉันมาเรียนรู้การเดิน การนั่ง การนอน การกิน การใช้ชีวิตธรรมดา ๆ หรือเนี้ยะ..เพิ่งรู้ว่าในโลกนี้มีโรงเรียนการสอนใช้ชีวิตแบบนี้ด้วย ...... เก๋...เลิศ ....สุดยอดจริง ๆ                      เค้าน่าเอาหลักสูตรพวกนี้ไปบรรจุในการเรียนการสอนตามโรงเรียน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ  
...ทุกคนจะได้รู้ว่าการเคี้ยวข้าวแล้วใส่ใจรับรู้ ทำให้ได้ลิ้มรสชาตของวัตถุดิบแต่ละอย่าง มันช่างอร่อยถึงรสจริง ๆ ... ฉันไม่เคยรู้เลยว่า อาหารแต่ละคำอร่อยมากกว่าที่เคยรู้ แถมไม่น่าเชื่อด้วยว่า ฉันเคี้ยวข้าวได้ร้อยกว่าครั้งเลยหรือเนี้ย... เกิดมาตั้งนาน มีเรื่องไม่รู้อีกเยอะแหะ

เข้าสู่วันที่ 5
ความฟุ้งซ่าน สับสน วุ่นวาย เริ่มหายไป ฉันเริ่มมีความสงบ ความสุข เดินอยู่ดี ๆ รู้สึกตัวลอย ๆ นั่งสมาธิตัวเบา ๆ นิ่ง ๆ สงบ ๆ  ถึงแม้ตอนนั้นก็ยังไม่รู้อะไรมากว่า "วิปัสสนากรรมฐานคืออะไร"  เวลาพระสงฆ์มาเทศน์สอน ให้ความรู้ด้านวิชาการต่าง ๆ ฉันไม่รู้เรื่องแม้แต่ติดเดียว  นิวรณ์ อภิญญา สวรรค์ นรก  สมาธิ กษิณ วุ่นวายไปหมด ฟังแล้วมึนศัพท์ใหม่ ๆ ทั้งนั้น   ... ฉันไม่อยากรู้ว่าทำแล้วจะได้ไปสวรรค์ชั้นที่เท่าไร ทำแล้วจะผ่านพ้นไปกี่ขั้น ได้ญาณอะไรบ้าง .. ฉันสนอย่างเดียว ขอให้ฉันสงบ ไม่ทุกข์ก็พอแล้ว

ครบ 8 วัน
ประสบความสำเร็จหรือยัง???  ... อืม... ยังนี่นา.. ไหนวิทยากรบอกไว้ว่า ครบ 8 วันจะประสบความสำเร็จ แต่นี้ฉันยังกังวล ยังกลัวที่จะต้องกลับไปเผชิญโลกที่รออยู่ตรงหน้า ยังทุกข์เร้าร้อนอยู่เลย แล้วงี้จะหายป่วยจิตได้ยังไงกัน        แต่       วิทยากรเคยบอกว่า  ให้ตามดูการกระทำต่างๆ  ของร่างกายตลอดอย่าให้หลุด  นั้นแปลว่า ฉันต้องดูตลอดเวลา แม้กลับไปอยู่ที่บ้านด้วยนะสิ... อืม....... ในเมื่อมันยังไม่หายบ้า ยังมีความทุกข์อยู่แม้จะมีความสุขเบียดเข้ามาเล็กน้อยแล้วก็ตาม  สงสัยต้องไปฝึกต่อซะแล้ว เพราะไหน ๆ ก็ได้เข้าคอร์ทเรียนรู้ การกิน นั่ง ยื่น เดิน นอนทั้งที   แถมเรียนฟรี  จะไม่ใช้ได้ไง

กลับบ้านได้ฝึกบ้าง ดูการกระทำต่าง ๆ ตามที่ได้เรียนมาบ้าง ขยันบ้าง ขี้เกียจบ้าง  แรก ๆ หลงดีใจนึกว่าตัวเองหายแล้ว เพราะเริ่มมีความสุข แต่ที่ไหนได้ วันต่อไปนอนร้องไห้ แถมหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะท้อถอย หมดแรง   ทำไมฉันกลับมาร้องไห้อีก ทำไมยังสติแตกอยู่ ฉันอยากบ้า ฉันเป็นบ้าไปแล้ว   ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย

  แฟน
"พี่มีกำลังใจให้น้องเสมอ แต่พี่เติมเท่าไรน้องก็ไม่เคยพอ น้องไม่มีกำลังใจให้ตัวเอง พี่โอบอุ้มบ่อย ๆ พี่ก็ไม่ไหว พี่ก็ต้องให้กำลังใจตัวพี่เองด้วย วันนี้พี่ยังไม่มีแรงให้กำลังใจตัวเอง แล้วจะเอาแรงใจไหนไปให้น้อง น้องต้องหัดให้กำลังใจตัวเองบ้าง จะหวังพึ่งพี่คนเดียวไม่ได้"

"ระหว่างให้พี่อยู่กับคนที่ร่าเริงแจ่มใส   มีแต่ความสุข พี่เลือกอยู่กับคนแบบนั้น ดีกว่าอยู่กับคนที่เอาแต่ร้องไห้ ระทมทุกข์กับชีวิต มีแต่เรื่องเครียด ๆ "

"น้องบอกว่าจะปรับปรุงตัว ไม่โวยวาย ไม่เรียกร้อง ไม่สติแตก จะเป็นคนที่มีแววตา น้องให้พี่รอวันที่น้องจะลุกขึ้นมาได้ แต่พี่ไม่เห็นน้องทำได้เลย  ครั้งนี้จะให้พี่เชื่อในคำพูดของน้องได้อย่างไร?"

"นี้หรือสิ่งที่น้องทำให้กับคนที่น้องบอกว่ารักนักหนา น้องมอบแต่ความทุกข์ เสียงร้องไห้ ขอแต่กำลังใจ ขอเวลา มีแต่ขอกับขอ ต้องการตลอดเวลา แล้วพี่จะโทรหาน้อง มาหาน้องได้อย่างไร ในเมื่อรู้ว่ามาแล้วก็ต้องมีแต่ความทุกข์"

"น้องไปเปลี่ยนชื่อมาใหม่ ก็เปลี่ยนความคิดใหม่ ๆ ซะนะ ความคิดไม่ดีก็ทิ้ง ๆ ไปซะ "

"เรื่องอดีตมันจบไปแล้ว ไม่ต้องรื้อฟื้นขึ้นมาหรอก วันนี้เราเข้าใจกันก็พอแล้ว"

"วันนี้เราคืนดีกัน เราไม่อยากทะเลาะกัน ไม่ได้หมายความว่า อนาคตเราจะไม่ทะเลาะกันเลย เป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องระวังการทะเลาะกัน เมื่อทะเลาะกันแล้ว ก็ให้อภัย ให้โอกาสซึ่งกันและกัน"

  หม่าม้า 
"ไม่ใช่ลูกคนแรกในโลกที่ล้ม ไม่ใช่ลูกไม่เคยเจอเรื่องร้าย ๆ สมัยเด็ก ๆ หนักหนากว่านี้ก็ผ่านมาได้  คนอีกเยอะแยะที่เคยล้มมาแล้ว ธรรมดามาก"

"เป็นหนี้แค่นี้เอง ค่อย  ๆ ทำงานใช้หนี้ไปเดี๋ยวก็หมด จะมาขอป๋า ขอม้าไม่ได้หรอก ลูกเป็นหนี้ของลูกเอง ลูกก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้ด้วยตัวเอง จะให้คนอื่นมารับแทนไม่ได้  บอกเจ้าหนี้ไปว่าเราขอเวลาใช้หนี้  ไม่มีใครมาฆ่าเรา มาว่าเราหรอก ... เรื่องธรรมดา ลูกไม่ได้ผิดอะไรใหญ่โต ไม่ต้องลงโทษตัวเองขนาดนี้ วัน ๆ เอาแต่นอนแล้วจะไปหางาน หาเงินที่ไหนมาใช้หนี้  ต้องทำงานสิ"

"ลูกยังใช้คำสัญญาของลูกเองไม่ได้เลย แล้วลูกจะให้ม้าโทรไปรับรองคำสัญญาของลูกกับแฟนยังไง ม้าเป็นผู้ใหญ่พูดอะไรไปก็ต้องคิด ม้าไม่อยากเสียผู้ใหญ่ ลูกต้องใช้คำพูดของลูกด้วยตัวเองทำให้เค้าเชื่อคำพูด   ตอนนี้ลูกยังทำให้เค้าเชื่อคำพูดไม่ได้ ต้องมาอาศัยคำพูดจากม้า ม้าก็คงทำให้ไม่ได้   ลูกต้องทำเอง"

"ไม่มีญาติคนไหนว่าลูก  ทุกคนรู้ว่าลูกไม่ได้ทำอะไรเสียหาย นี้เป็นธุรกิจแรกของลูก เรื่องที่ลูกเจอ ญาติผู้ใหญ่ทุกคนเจอกันมาหมดแล้ว ดูป๋า ป๋าเปลี่ยนกิจการกี่ครั้ง  อากู๋เปลี่ยนธุรกิจกี่อย่าง  พวกเราไม่เคยท้อ ทำไอ้นี้ไม่ได้ ก็ไปทำอย่างอื่น "

"วันที่ตัวเรามีคุณค่าพอ แล้วเค้ายังไม่เห็นคุณค่าเรา ก็ไม่ต้องไปสนใจกับคนไม่ฉลาดพวกนั้น  จะไปหลงวนอยู่กับคนไม่ฉลาดทำไม"
 
"ลูกว่าผู้ชายคนนี้ดี วันนี้ลูกดีหรือยัง? ถ้าลูกดีแล้ว ผู้ชายจะจากไป ลูกจงปล่อยให้เค้าไป เพราะเค้าไม่มีคุณค่าพอที่ลูกจะต้องเสียใจ  ถ้าวันนี้ลูกทำดีเต็มที่แล้ว ไม่ต้องไปเสียใจร้องไห้เลย 
แต่ถ้าวันนี้ลูกยังไม่ดี ผู้ชายได้จากลูกไป ลูกสมควรร้องไห้เสียใจกับความไม่ดีของตัวเอง ....ลูกต้องตอบตัวเองว่าลูกดีหรือยัง ม้าตอบให้ไม่ได้หรอก
"

ประโยคเด็ดจากม้าครั้งนี้ โดนฉันเต็ม ๆ              ตั้งแต่ได้ฟังประโยคนี้เท่านั้น ทำให้ฉันได้สติ  ดูตัวเองหาเหตุจากตัวเองจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉัน .... ที่ฉันร้องไห้ทุกวันเป็นปีนี้ ฉันร้องเพราะอะไร เรื่องอะไรกันแน่
....... ธุรกิจล้มเหรอ..ก็ไม่ได้ถือว่าล้มนี่นา ฉันโวยวายไปว่าล้ม จริง ๆ มันก็ยังอยู่ ไม่ได้ล้มอะไรเลย  แค่สะดุดนิดหน่อยเท่านั้น
.........มีหนี้สินเหรอ... คำนวณไปก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายเลย หนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้มีหนี้เงินกู้ใด ๆ ทั้งสิ้น เทียบกับคนอื่นแล้ว อาจจะมีตังค์มากกว่าก็ได้นะ แค่หมุนเงินไม่ทัน   ลูกหนี้เลื่อน   ก็เลื่อนเจ้าหนี้ไปก็แค่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
.........ญาติพี่น้องหาย เพื่อนหาย... หรือว่าฉันหายไปจากพวกเค้ากันแน่... ใช่แล้ว .. ฉันหายไปจากพวกเค้า เพราะฉันคิดว่าฉันไม่ดี


นี้ไง...ฉันไม่ดี ...ฉันถึงร้องไห้ไง                 ฉันหาเหตุแห่งความทุกข์เจอแล้ว ถ้าอยากหยุดร้องไห้ก็ต้องทำตัวเองให้ดี      แล้วฉันก็เริ่มลงมือทำวันละนิด วันละหน่อย เพื่อที่ว่า ฉันจะไม่เสียใจถ้าวันนี้ฉันทำดีแล้ว        

   เสริมสักนิด

 
คุณหมอดูที่แนะนำให้ฉันไปฝึกวิปัสสนากรรมฐาน    แนะนำให้ฉันทำ "สมุดบันทึกความดี" โดยการจดว่าวันนี้ทำดีไปกี่ข้อ ไม่ดีไปกี่ข้อ แล้วให้เปรียบเทียบดูแต่ละวัน 

วันนี้มีความดี 1 ข้อ       ไม่ดี 2 ข้อ
พรุ่งนี้ให้เพิ่มความดีเป็น 2  ข้อ  ลดความไม่ดี 1 ข้อ 
ทำให้ได้ทุกวัน แล้วจะรู้เอง

ฉันทำมาเป็นปีแล้ว

  ฉันกลัวหลงงมงายในหมอดู  กลัวจะได้รับการสอน การเข้าใจผิด หลงผิด  หรือเป็นบ้า อย่างที่คุณเรือรบเมืองมั่นว่าไว้ (ขออนุญาตินำความคิดเห็นมาลงนะคะ)
"ความคิดเห็นที่ 7
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 06.31 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob
ip : 10.0.5.155/61.19.220.2   
 
กลัวจะบ้าไปอีกทางหนึ่งน่ะสิครับ ไปหาธรรมะ ไปหาพระถูกรูปก็ดีไป แต่ไปหาประเภทที่หนักไปในทางเคร่งเพี้ยน ๆ หลงเพ้อแต่อดีต มุ่งนั่งนิ่งสวดพล่ามหรือบริจาคหนัก ๆ เพื่อหวังผลอนาคต อย่างนี้คนจะยิ่งถอนห่างไปเรื่อย ๆ ขณะที่ตนเองก็จะดิ่งจมกับงมงายแบบนี้ไปตัวคนเดียวเหมือนกัน"
 
 
  หลาย ๆ ครั้งจึงอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หากมีจริงให้ช่วยคุ้มครองอย่าได้หลงผิดไปกับความเชื่อผิด ๆ เลย ..

  บางคนหลงในความดีของตัวเอง จนกลางเป็นดีแตก  ต้องระวังคอยเตือนตัวเองไว้ "อย่าหลง"

  แม่ชีศันสนีย์เคยพูดไว้ บางคนก็มั่วแต่คิดว่า ดีไม่ดี จนกลายเป็นทุกข์ ให้เปลี่ยนคิดว่า สุขหรือทุกข์แทน  ยกตัวอย่างเช่น
"จะเลิกกับสามีดีไหมคะ"
"เธอหย่ากับเค้าแล้วเธอสุขหรือทุกข์ละ ... เธอใช้ชีวิตแบบครอบครัวแล้วเธอสุขหรือทุกข์  สิ่งใดคือความสุขของเธอ  ถ้าเธอไม่ทุกข์ร้อนอะไรที่มีชีวิตครอบครัวเธอก็ไม่ต้องหย่า แต่ถ้าเธอสุขกว่าที่ได้หย่าเธอก็ทำไป"

  จะขอบคุณไก่ มีสุขดีไหมนะ ที่ she ทำให้ฉันเกิดแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่องได้ยาวมาก ๆ เพราะ She เกิดมั่นบางอย่าง จนชาวเนตพูดถึงกันใหญ่ รวมทั่งฉันที่คันปากเพราะ She จริง ๆ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
BlackandWhite วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 05.44 น.
http://www.oknation.net/blog/blackandwhite



ฟ้าหลังฝน งดงามเสมอ ครับ ก้าวผ่าน ในเร็ววันนะครับ
..........................................................................
แวะนำ Tag เรื่อง "นี่คือหนทางแห่งสรวงสวรรค์มมาฝากครับ"
.........................................................................
สบายดีนะครับ
ความคิดเห็นที่ 9
fonsasami วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.51 น.
http://www.oknation.net/blog/fonsasami
http://www.oknation.net/blog/fonsasami2


ตั้งสติให้มั่นค่ะ...คิดซะว่าปัญหาต่างเป็นบททดสอบหรือเกมส์...ที่จะต้องให้เราแก้มัน...ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางแก้เสมอ
ความคิดเห็นที่ 8
กู่ วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย


มีความเป็นศิลปิน ก็อย่างนี้ล่ะค่ะ
ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ม้าน้ำ วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 13.10 น.
http://www.oknation.net/blog/bestpoint

โรคทางใจมีอยู่ทั่วทุกตัวตน หนักเบาต่างกันที่อำนาจของกรรมที่ตนกระทำ
โรคน่าสงสารทางใจตัวเอง ต้องรู้ด้วยตัวของตัวเอง ต้องยอมรับด้วยตัวของตัวเอง จึงจะแก้ไขได้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีทางจะรักษาโรคทางใจได้เลย แม้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเป็นโอรสรักษาโรคทางใจของผู้ที่ไม่ยอมรับรู้ว่าใจของตนมีโรค นั่นก็คือผู้ไม่ยอมรับการรักษา ไม่ยอมรับโอรสของพระพุทธเจ้า เขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป
จากหนังสือ อำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งกรรม
พระนิพนธ์ ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังขปริณายก
ความคิดเห็นที่ 6
Absolute วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 08.16 น.
http://www.oknation.net/blog/absolute
You can't assume or define me...

คุณได้ทางออกแล้วค่ะ เหลือแค่เดินออกมาเท่านั้น
ความคิดเห็นที่ 5
ew*-* วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 02.57 น.
http://www.oknation.net/blog/witita
-=-// ร้มีด่พื่ //=-= 

โอ๊ะ โอ๋ เอ๊ะ เอ๋



ใจเย็นๆ

ทุกอย่างต้องดีแน่
ความคิดเห็นที่ 4
Peaceful วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 02.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Peaceful
      พ่ อ แ ม่ คื อ พ ระ อ ร หั น ต์ ข อ ง ลู ก       

แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น อย่ารีบร้อน
ความคิดเห็นที่ 3
Charmaar*ชามา วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 02.48 น.
http://www.oknation.net/blog/Charmaar
Charmaar=ชามา

เรื่องนี้ผ่านมาได้ระยะหนึ่งแล้วคะ วันนี้ยิ้มได้ มีความสุขดี แต่บางครั้งก็เอ๋อ..เอ๋อ....เหมือนกันนะคะ สุขทุกข์บ้างสลับกันไป .....
ความคิดเห็นที่ 2
x-file วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 02.40 น.
http://www.oknation.net/blog/x-file

ผมว่านอนก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้จะดีเอง อย่ากังวลสำหรับวันพรุ่งนี้เลย เพราะวันนี้ก็กังวลมากพออยู่แล้ว
พระเจ้าอวยพรครับ
ความคิดเห็นที่ 1
hippynoi วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 02.27 น.
http://www.oknation.net/blog/kakanoi

อืมมม ดีจัง แม่ก้อพูดดี แฟนก้อพูดได้ดี ชีวิตคุณนี่เจออะไรเยอะดี คงได้ประสบการณ์ชีวิตเยอะมากๆเลย อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่าจะเอาประสบการณ์ไปทำอะไร ๆให้มันดี
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30