| ฟอร์ ซัม เดย์ | ||
เดี๋ยวนี้ผมมีกล้องเป็นอาวุธประจำกาย |
||
|
View All |
||
| เริ่มการเดินทางของความคิด | ||
ภาพถ่ายจากน้องแก้ว |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
พิมพ์หน้านี้
|
คาราวะสักหนึ่งจอก ........... เช้าวันนี้กำลังจะก้าวเข้ามาให้เห็นอีกไม่กี่ชั่วโมง เสียงฟ้าร้องร่ำคล้ายจะสั่งลากับวสันตฤดู หากเรามีโอกาสร่ำสุรารสเลิศท่ามกลางแสงของดวงดาวกลางป่าสนที่ไม่แน่ใจนักว่าจะเตรียมเข้าสู่เหมันตฤดูอย่างไร อยากให้เราจินตนาการหรือรำลึกถึงทุ่งป่าสน ที่ล้อเล่นกับสายลมยามค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงราวกับภาพในกราฟิกในจอคอมพิวเตอร์ เส้นสายของเส้นสนต้องลมพลิ้วไหว สำหรับข้าพเจ้าเกินกว่าคำในที่นี้จะบรรยาย เมื่อแหงนคอตั้งมองย้อนแสงนั้นขึ้นไป รสของสุราไม่เกินเลยไปอย่างที่มันเคยเป็น จะเปลี่ยนแปลงก็เพียงบรรยากาศ จากทุ่งเมืองหลวงเป็นทุ่งป่าเขา เสียงของเหล่านกกลางคืน เสียงของสายลมที่มิกลั่นลมหายใจก็ยากที่จะได้ยิน ที่บรรเลงทำให้รสของสุรากลางป่าเขากลมกล่อมยิ่งกว่าสุราผลไม้อายุสิบสองปี หวนกลับมาท่ามกลางแสงสีในเมืองหลวงที่วุ่นวาย ไม่มีความแน่นอนในอำนาจใคร และของใคร และอำนาจนั้นจะอยู่อย่างไร มนุษย์ผู้เรืองด้วยปัญญากำลังสร้างพิมพ์เขียวแห่งการปกครองเพื่อกันและกัน ทั้งที่ไม่รู้แน่ชัดจริงว่าอำนาจนั้นเป็นของใคร หรือบ้างบางคราวก็ยัดใส่ให้กับผู้คน และก็ร้องไปว่า นี่ท่าน เป็นเจ้าของอำนาจนั้นเอง แต่ท้ายก็อ้างไปอ้างมา ประชาชนจริงได้แต่ใจหาย ว่า อำนาจข้านั้นยิ่งใหญ่ ชนิดที่มีใครต่อใครก็ต่างโทษาว่าอีกฝ่ายหนึ่งนั้นใช้อย่างบิดพลิ้ว เชื่อกันว่าลมหนาวในโลกนี้ต่างวิ่งไหวไปไกล ไกลเกินกว่าจะอยู่เพียงในทวีป อ่อนเอนให้อารมณ์เราต่างเคลิ้บเคลิ้ม ผู้ที่หนาวจับใจก็จับจิต ผู้หนาวประดับใจก็ผ่อนคลายอารมณ์ออกไปทางคีตกวี ถึงจินตกวี แต่หนาวปีนี้จะอย่างไรไม่ทราบได้ แต่เท่าที่สัมผัส เมื่อคราหัวลมหนาวมาทักหัวใจก็แทบสลายด้วยเรื่องราวที่ผ่านมา เมื่อราวสิบปีก่อน มีเรื่องเล่าของเหล่าคอสุรา มีปีศาจสุราท่านหนึ่ง ผู้ใช้ชีวิตแห่งศิลปินโดยการหล่อเลี้ยงจากเมรัย ขับคลายกวีบทสะท้อนสะเทียนกลางหัวใจผู้ต้องไว้อย่างที่ผ่านไปมาต้องจดจำ ก่อนจะไปเปรียบของรสกวีว่าจะสู้รสของเมรัยได้หรือไม่นั้น สาวกแห่งลัทธิเมรัยก็ยังต้องกล่าวของอภัยสำหรับผู้ไม่ฝันใฝ่แห่งโลกนั้น ว่า โปรดเถอะหนาอย่ารังเกียจ ที่เบียดพื้นโลกแห่งนั้น เพราะว่าเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน พยายามใช้ชีวิตแห่งสุขสันต์เอ่ย แม้ในบรรพตจะมีราชบัณฑิตผู้อุทิศชีวิตเพื่อการหยั่งรู้ ศัตรูที่ดูจะปรากฏกายท่ามกลางดวงตะวันเดียวกันคือผู้มัวเมา ฉันใดก็ฉันนั้น ข้าพเจ้าในฐานะของสาวก ก็ขอสาธกเรื่องราวของความหลัง วันนี้เลิกยุ่งเลิกเกี่ยวเรื่องการเมืองกัน ขอสักวันนะขอสักวัน ขอเอ่ยขึ้นกับกวีปีศาจเรื่องเก่า....ที่เล่าเอาไว้ครานั้น... จะโชคร้ายหรือโชคดีอย่างไรกัน...เรื่องนั้นมาปรากฏตอนนี้เอย วิทยานิพนธ์ฉบับ(ไม่)ลอก(ว่ะ) น้ำตา.... เดินทางเหนื่อยล้าบ้างไหม หรือว่าอัศจรรย์ฉันใด หรือไม่รู้สึกอะไรเลย น้ำคำ.... เคยเจ็บช้ำหรือหาไม่ ที่กรีดทุกห้องหัวใจใคร หรือไม่รู้สึกอะไรเลย น้ำเมา...... เคยเปลี่ยวเหงาอยู่บ้างไหม ที่ถมทะเลทุกข์ในใจใคร หรือไม่รู้สึกอะไรเลย น้ำใจ.... จนลงบ้างไหมน้ำใจเอ๋ย ที่แจกอยู่ประจำคำคุ้นเคย หรือเลยตามเลย,เลยเลยไป เศษเสี้ยวของปีศาจสุราจารึกไว้ในเดือนแห่งความรัก เป็นเรื่องเก่าที่ขอเอามาเล่าใหม่ และขอชื่นชมเจ้าของบทกวีไว้ ณ ที่นี้ ไม่ใช่กวีของผม แต่คนเขียนเป็นคนดีในหัวใจ จึงเอามาลอกไว้ ณ ที่นี้ คิดถึง ณ ...........................
|