พิมพ์หน้านี้
|
ปีนี้หน้าฝนมาเร็ว ตกเยอะและนานนะครับ ที่ตามมาก็คือลูกของคุณมีโอกาสป่วยเป็นไข้เป็นหวัดกันงอมแงมเลย ต้องไปหาหมอบ่อย ถ้ามีอาการไข้ธรรมดาก็จะได้รับยาลดไข้ให้ แต่ถ้าลูกของคุณมีอาการเจ็บคอ น้ำมูกไหลออกมาเป็นสีเหลืองเขียว แสดงว่าให้เห็นว่าลูกของคุณมีอาการติดเชื้อ ซึ่งหมอมักจะจ่ายยาแก้อักเสบให้ มารู้จักวิธีใช้ยากลุ่มนี้กันดีไหมครับ ยาแก้อักเสบ ความจริงแล้วหมายถึงยาปฏิชีวนะ ความจริงแล้วโรคหวัดที่เด็กเป็นส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส ซึ่งภูมิต้านทานของตัวเด็กเองจะมีสารต่อต้านโดยจำเพาะต่อเชื้อเหล่านี้โดยตรงอยู่แล้ว ถ้าเด็กฟื้นตัวเร็ว ไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ แพทย์ก็จะไม่จ่ายยากลุ่มยาต่อต้านเชื้อเหล่านี้ให้ แต่หากมีอาการแทรกซ้อน เจ้าเชื้อแบคทีเรียจะซ้ำเติมในระบบทางเดินหายใจของเด็กให้แย่ลง อาการที่ตามมาก็คือน้ำมูกไหลเหนียวหนืดเป็นสีเหลืองหรือเขียวข้น ถ้าลูกมีความจำเป็นต้องได้รับยาแก้อักเสบ หมอจะเป็นผู้พิจารณาว่า จะให้ยาแก้อักเสบชนิดใด ยาแก้อักเสบมีมากมายหลายชนิด และมีประสิทธิภาพต่อการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์แตกต่างกัน จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหมอว่าจะเลือกใช้ยาชนิดใด ถ้าต้องใช้ยาแก้อักเสบให้แก่ลูก · ถ้าคุณแม่ได้รับยาแก้อักเสบชนิดผงสำหรับผสมน้ำ เมื่อได้มาตอนแรกจะเป็นผงแห้งๆ(เพื่อให้รักษาคุณสมบัติการทำลายเชื้อได้นาน และออกฤทธิ์ทันทีเมื่อมีการผสมน้ำ) พอกลับมาถึงบ้านควรผสมด้วยน้ำสะอาดที่อยู่ในอุณหภูมิปกติเติมลงไป อย่าให้เกินขีดที่อยู่ข้างขวด แล้วเขย่าเพื่อละลายให้เข้ากัน เสร็จแล้วน้ำเติมน้ำอีกทีเพื่อให้ถึงขีดที่กำหนดไว้พอดี · ควรให้ลูกทานยาเท่าที่หมอกำหนดมา คุณแม่บางคนใจร้อน อยากให้ลูกหายเร็วๆ จึงให้ลูกทานยาถี่ๆมากกว่าเดิม หรือให้ลูกทานยาแต่ละครั้งในปริมาณมากกว่าที่กำหนดไว้บนฉลากข้างขวดยา ซึ่งอาจจะเกิดผลเสียได้มากกว่า · ยากลุ่มนี้เกือบทุกตัวควรทานก่อนอาหารเพราะจะดูดซึมได้ดีในภาวะนั้นและตัวยาไม่ถูกทำลายโดยกรดในทางเดินอาหาร ยกเว้นยาบางตัวที่ควรทานหลังอาหารเพราะยานี้เมื่อทานขณะท้องว่าง จะทำให้เด็กเกิดอาการคลื่นไส้มาก จนทานยาไม่ไหว · ยาแก้อักเสบทุกชนิด เมื่อผสมน้ำแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น (ไม่ต้องเก็บในช่องแช่แข็ง)เพื่อให้ยาคงสภาพได้นานขึ้นและยังคงประสิทธิภาพได้ดีภายหลังเปิดใช้ โดยปกติยาจะคงสภาพได้นานราว 5 ถึง 10 วัน หลังผสมน้ำ จึงควรให้ลูกทานให้หมดทุกครั้ง คุณแม่ไม่ต้องเก็บไว้ใช้ครั้งหน้านะครับ ไม่มีประโยชน์เพราะยาจะหมดสภาพไปแล้ว · กรณีที่ฉลากข้างขวดยาระบุให้ทานวันละ 2 เวลา ควรทานเวลาเช้าหลังตื่นนอนและเวลาเย็นก่อนทานอาหาร · ถ้าฉลากระบุให้ทานวันละ 3 เวลา ควรทานเวลาเช้าหลังตื่นนอน หลังตื่นนอนรอบบ่ายและก่อนนอน และในกรณีที่ต้องทานวันละ 4 เวลา ควรทาน ก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน · เนื่องจากยาแก้อักเสบนี้สำคัญมาก ถ้าลูกอาเจียนหลังทานยาทันที ควรให้ลูกทานใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าลูกอาเจียนหลังทานยาครึ่งชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องให้ลูกทานยาอีกครั้ง หากคุณแม่ไม่แน่ใจในการให้ยาแก่ลูกรัก สามารถขอคำแนะนำได้จากเภสัชกรใจดีที่ร้านยาหรือที่ดรงพยาบาลได้เลยครับ พวกเราเภสัชกรพร้อมให้คำแนะนำเพื่อลูกรักและตัวคุณแม่ครับ แหล่งข้อมูล George H. McCracken, Jr., M.D., Antibiotics and Children: An Overview, www.drspock.com Dr.Niranjan Shendurnika, Antibiotics And Children: Tips For Parents, www.indiaparenting.com รูปประกอบจากอินเตอร์เนท |