พิมพ์หน้านี้
|
มูลค่าตลาดยาและเวชภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในช่องทางโรงพยาบาลรวมทั้งร้านยาทั่วประเทศในปี 2550 มีมูลค่ารวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาทเป็นตัวเลขกลมๆ หน่วยงานที่รวบรวมตัวเลขเหล่านี้เป็นองค์กรข้ามชาติที่ชื่อว่า IMS มีกระบวนการเก็บรวบรวมมูลค่าตลาดแบบนี้หรือที่นักการตลาดเรียกว่า Retail Audit นั้นมีขบวนการจัดการคล้ายกับสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น เช่นแชมพู ผงซักฟอก อาหารสำเร็จรูป และอื่นๆอีกมากมายที่ท่านบริโภคกันอยู่ทุกวัน ที่ท่านต้องไปซื้อหาผ่านช่องทางซูเปอร์สโตร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านโชห่วยที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นแหละครับ มารู้จักยาและเวชภัณฑ์กัน ยาและเวชภัณฑ์ หมายรวมถึงยา สารเคมีที่ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาทุกประเภท ที่จดทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ (กำลังมียากลุ่มแพทย์แผนไทยในอนาคตด้วยครับ) กับสำนักงานอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในกลุ่มผลิตภัณท์ ปัจจุบัน IMS ยังไม่มีการเก็บข้อมูลตลาดเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งเครื่องมือออกกำลังกาย หรืออาหารเสริมต่างๆที่จดทะเบียนเป็นอาหาร แต่ท่านสมาชิกไม่ต้องเป็นห่วงครับ มีสำนักวิจัยทางการตลาดที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้อยู่ ผมจะกลับมาเล่าให้ฟังในตอนต่อๆไปนะครับ ยาหนึ่งเม็ดผลิตจากโรงงานแล้วเดินทางมาสู่มือท่านได้อย่างไร ยาทุกเม็ดที่อยู่ในมือท่าน มีต้นน้ำมาจากโรงงานผลิตยาบริษัทข้ามชาติ รวมทั้งบริษัทของคนไทยเราเอง ยาทุกตัวจะมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดระหว่างการผลิต พอบรรจุเป็นผลิตภัณท์ยาพร้อมใช้ก็จะนำส่งมายังแต่ละช่องทางการกระจายยา บางบริษัทก็จะมีหน่วยงานจัดส่งเอง แต่หลายแห่งส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้ผู้แทนจำหน่ายมากยิ่งขึ้น ที่เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการนี้ก็ได้แก่บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) และ ดีทแฮลม์ DKSH Healthcare ช่องทางจัดจำหน่ายหลักของยาและเวชภัณฑ์มีสองตลาดหลัก หลังจากนั้นยาทุกกล่องจะนำส่งมาเก็บไว้ที่ชั้นวางใน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ตลาดโรงพยาบาล (Hospital or Ethical Channel) ได้แก่ตลาดการแพทย์ในโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน คลินิกแพทย์ สำนักงานบริการทางสาธารณสุข หน่วยอนามัยต่างๆ อีกช่องทางหนึ่งคือ ตลาดร้านขายยา (Drugstore or OTC Channel) ได้แก่ร้านยาที่ท่านรู้จักกันดี รวมถึงกลุ่มยาสามัญประจำบ้านที่ขายผ่านร้านสะดวกซื้อ ร้านของชำ ตลาดปี 2550 ยังเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าตลาดที่ระบุมาคิดจากราคาขายส่ง คือเป็นราคาที่ผู้ผลิตขายตรงให้กับผู้แทนจำหน่ายโดยตรง หากคิดเป้นราคาผู้บริโภคแล้วควรมีมูลค่าเพิ่มอีกประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ภายหลังมีการนำนโยบายสุขภาพทั่วหน้า หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ 30 บาทรักษาทุกโรค ตลาดยามีการขยายตัวมากยิ่งขึ้นเนื่องโดยเฉพาะตลาดโรงพยาบาล เนื่องมาจากจากกลุ่มผู้รับการรักษาและได้รับยาผ่านนโยบายดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งตัวเลขของภาคแรงงานเองที่มีการประกันสังคมที่พนักงานเอกชนเข้าไปรับการรักษาพยาบาลผ่านช่องทางโรงพยาบาลและคลีนิคก็มีการเติบโตมาโดยตลอด ดังนั้น ในปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดโรงพยาบาลมีมูลค่าประมาณ 62,000 ล้านบาทด้วยอัตราเติบโตมากกว่า 18% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 76% ของมูลค่าตลาดรวม ส่วนตลาดร้านขายยาเองภายหลังปี 2540 ก็เพิ่งมีการฟื้นตัวในช่วงปีหลังๆที่ผ่านมานีเอง มีมูลค่าคาดการณ์ 19,000 ล้านบาทด้วยอัตราเติบโต 13% คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดของตลาดรวม 24% โปรดติดตามตอนต่อไป: คนไทยเมื่อยามเจ็บไข้ได้ป่วย เราไปรับการรักษาจากที่ไหนบ้าง |