• DrDanai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : DrDanaiT@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 143667
  • จำนวนผู้โหวต : 91
  • ส่ง msg :
ดร.ดนัย เทียนพุฒ
DNTConsultants เรามีโซลูชั่นใหม่ของธุรกิจ:Strategy - Blue Ocean Strategy/ Balanced Scorecard & KPIs / Strategic Thinking, Competency -Based HR & HRD , New Generation Marketing and Value Innovation
Permalink : http://www.oknation.net/blog/DNT
วันจันทร์ ที่ 9 เมษายน 2550
อย่าหลงกับดักในเรื่องนวัตกรรม
Posted by DrDanai , ผู้อ่าน : 239 , 13:58:47 น.   | หมวดหมู่ : จุดระเบิดความคิดและนวัตกรรม  
พิมพ์หน้านี้


เรื่องของนวัตกรรมเป็นสิ่งที่ผู้เขียนสนใจและให้ความสำคัญกับธุรกิจมาเป็นเวลา-นาน  โดยเฉพาะการมองดูประเทศที่มีพัฒนาการไม่นานนักเช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และจีนซึ่งผงาดขึ้นมาอยู่ในระดับโลกได้ใช่มาจากนวัตกรรมหรือไม่
  แนวคิดดั้งเดิมดูเหมือนจะมีความเชื่อที่แพร่กระจายไปทั่วโลกว่า R&D (การวิจัยและพัฒนา) เป็นเสมือน “กล่องดำ” ที่ทำนายถึงการลงทุนด้านนวัตกรรมในวันนี้ของธุรกิจเพื่อนำไปสู่ผลกำไรในวันข้างหน้าหรือในอนาคต
  ดังนั้น ธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูงทุกท่านที่สนใจการเป็นธุรกิจแห่งนวัตกรรมอย่าได้หลงประเด็นไปกับเรื่องนวัตกรรมตามที่ฮือฮากัน  ถ้าท่านได้พบความจริงจากการศึกษาบริษัทระดับโลกด้านนวัตกรรมดังต่อไปนี้


  ประการแรก ธุรกิจจ่ายเงินทำ R&D มากมายผลได้นิดเดียว
  จากผลการศึกษาของ Booz Allen Hamilton ใน The Global Innovation 1000 (ธ.ค.49) พบว่า
(1) การทุ่มเงินอย่างมหาศาลด้าน R&D ของบริษัทไม่สามารถที่จะได้มาซึ่ง
นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพได้  เพราะจากการศึกษาชี้ว่าค่าใช้จ่ายด้าน R&D กับความสำเร็จของบริษัท หรือผลลัพธ์ทางการเงินนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ต่อกัน เช่น R&D ไม่มีความสัมพันธ์กับการเติบโตของยอดขายและรายได้ ความสามารถในการทำกำไรด้านการดำเนินงาน  การเติบโตของตลาดและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น  R&D จะมีความสัมพันธ์กับผลกำไรสุทธิแค่เปอร์เซ็นต์ของการขายเท่านั้น
(2) มีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของ 1000 บริษัทระดับโลกที่เป็นบริษัทซึ่งมีนัก
นวัตกรรมยอดเยี่ยม  โดยพบว่าข้อมูลจากการลงทุนด้าน R&D กับเปอร์เซ็นต์ต่อยอดขายของบริษัทอันดับ 1-5 ของโลกที่จ่ายถึงระดับ $ Million ($M) มีดังนี้ (จาก Booz Allen Hamilton Innovation 1000)
  อันดับ 1    Ford ลงทุน 8,000 $M   เป็น 5% ต่อยอดขาย
  อันดับ 2    Pfizer ลงทุน 7,442 $M  เป็น 13% ต่อยอดขาย
  อันดับ 3    Toyota ลงทุน  7,178 $M  เป็น 4% ต่อยอดขาย
  อันดับ 4    Daimler-Chrysler ลงทุน 7,019 $M เป็น 4% ต่อยอดขาย
  อันดับ 5    GM ลงทุน 6,700 $M   เป็น 3% ต่อยอดขาย
  หรืออย่างกรณีอันดับที่ 11 Samsung ลงทุน R&D เป็นเงิน 5,428 ($M) เป็น 7% จากยอดขาย  อันดับที่ 18 Sony ลงทุน R&D เป็น 4,698 ($M) เป็น 7% ต่อยอดขาย
  และผลการศึกษาพบว่ามีเพียง 94 บริษัทในระดับโลกด้านนวัตกรรมจาก 1,000 บริษัทเท่านั้นที่สามารถมีผลผลิตซึ่งมีนัยสำคัญที่ดีกว่าในด้านผลประกอบการจากค่าใช้จ่ายด้าน R&D ในช่วงที่ศึกษา  
(3) สิทธิบัตรที่ได้มาไม่ได้ช่วยสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจ
จากการศึกษาพบว่า การเพิ่มค่าใช้จ่ายและลงทุนด้าน R&D สามารถเพิ่มจำนวนสิทธิบัตรให้มากขึ้น  แต่ไม่มีหรือแทบจะไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิบัตรกับผลประกอบการด้านการเงินโดยรวมของบริษัท


ประการต่อมา   R&D คือวิถีทางที่นำไปสู่นวัตกรรมของบริษัทจริงหรือไม่
ตามที่กล่าวไว้ข่างต้นว่า “เป็นความเชื่อดั้งเดิมที่มองว่า R&D ถูกแปลความไปโดยอัตโนมัติว่า การลงทุนในนวัตกรรมวันนี้เพื่อผลกำไรในอนาคตโดยที่ไม่มีใครเข้าใจจริงๆ ว่า R&D นั้นทำให้เกิดนวัตกรรมได้อย่างไร”
และบทเรียนในอดีตของธุรกิจพบว่า นวัตกรรมมักจะนำไปสู่การมีผลประกอบการที่สูงแต่กระบวนการที่จะไปสู่ผลดังกล่าวไม่เป็นไปอย่างอัตโนมัติ ด้วยสาเหตุที่ว่า
(1) มีความเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมใหม่ที่จะ
พรั่งพรูออกมาถ้ารู้จักวิธีการคิดนอกกรอบหรือวิธีการคิดใหม่ๆ  ซึ่งในความจริงไม่เป็นไปอย่างที่คิด
(2) หลายบริษัทพยายามทำ R&D โดยไม่มีจุดมุ่งอย่างแท้จริง  จึงไม่มีนวัตกรรม
ที่มีประสิทธิภาพออกมา
ด้วยเหตุผลของ 2 ประการหลักๆ นั้นทำให้การใช้เงินเป็นไปอย่างสูญเปล่าด้าน
R&D หรือ “วงล้อแห่งการประดิษฐ์คิดค้น” ดังนั้นความคิดดีๆ ได้ติดหล่มอยู่กับคอขวดของกระบวนการพัฒนา และนวัตกรรมส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าสู่ตลาดได้อย่างสำเร็จเนื่องจากความเข้าใจผิดในเรื่องความต้องการของลูกค้าและการวางแผนที่ยอดแย่ในด้านการตลาดหรือการลงทุน


  ประการสุดท้าย   กลยุทธนวัตกรรมแบบใดจึงถูกทาง
  ในการศึกษาบริษัทระดับโลกด้านนวัตกรรมพบว่า อุตสาหกรรมที่สามารถลงทุนด้าน R&D และมีผลได้ต่อรายได้จากการขายที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอัตราส่วนเกิน 50% ของต้นทุนสุทธิ เช่น  อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์และอินเตอร์เน็ต (76%) และอุตสาหกรรมสุขภาพ  (71%) ขณะที่มีบริษัทซึ่งมีผลได้จาก R&D ต่อรายได้จากการขายที่ต่ำมากๆ เช่น ใน อุตสาหกรรมอากาศยานและการป้องกันความมั่นคง (20%)  อุตสาหกรรมรถยนต์ (20%) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (21%)
จากข้อมูลข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า ความสัมพันธ์ของค่าใช้จ่ายด้าน R&D และต้นทุนสุทธิของหลายบริษัทมีความสำเร็จต่อเป้าหมายทางธุรกิจในระดับที่ไม่กว้างนัก
ดังนั้น กลยุทธนวัตกรรมต่อไปนี้จะทำให้ธุรกิจไม่ติดกับดักหรือหลงทางเสียเงินและเสียเวลาไปกับการลงทุนด้าน R&D หรือแม้แต่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนต่อธุรกิจ
(1) ความสำเร็จของ R&D ที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมในธุรกิจนั้นต้องการวิธีการ
วางแผนกลยุทธข้ามฝ่ายงานเพื่อสร้างนวัตกรรมในโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่สามารถบูรณาการ R&D ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับฝ่ายงานการตลาด การขาย การปฏิบัติการและการจัดการด้านต้นทุน
(2) ไม่มีสูตรสำเร็จของการสร้างนวัตกรรม  แต่ “โซ่คุณค่าของนวัตกรรม (Inno-
vation Value Chain)” ต่อไปนี้จะช่วยธุรกิจได้

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
Dr.Danai Thieanphut
DNT Consultants


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ทรรศนะสำคัญทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่

ดร.ดนัย เทียนพุฒ ให้สัมภาษณ์ในงานวันรับปริญญา เกี่ยวกับข้อคิดสำคัญ หรือทรรศนะ สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่คิดจะเรียนหรือเรียนอยู่เพื่อ อนาคตที่สดใสสวยงาม

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



คุณลักษณะความสามารถที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจไทย
วิสัยทัศน์ธุรกิจ เช่น ภาวะผู้นำ คิดการณ์ไกล กล้าเสี่ยง เฉลียวฉลาดทางธุรกิจ
20 คน
ความสามารถด้านไฮเปอร์ เช่นสนองตอบในทันที มุ่งผลสำเร็จ กระหายต่อการทำธุรกิจ
0 คน
การพัฒนาทีมธุรกิจ เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างทีมงาน แสวงหาความรู้ใหม่
6 คน
ทักษะด้านการบริหาร เช่น จัดการคน จัดองค์กร การเงินและการควบคุม
4 คน
ความสามารถด้านนวัตกรรม เช่น ความคิดริเริ่ม ความยืดหยุ่น การปรับปรุงวิธีทำงานใหม่
7 คน
คุณลักษณะส่วนตน เช่น ความซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในตนเอง
5 คน
สำคัญเท่า ๆ กันทุกด้าน
25 คน
ไม่เห็นด้วยทั้งหมด
2 คน

  โหวต 69 คน