• DrDanai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : DrDanaiT@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 143681
  • จำนวนผู้โหวต : 91
  • ส่ง msg :
ดร.ดนัย เทียนพุฒ
DNTConsultants เรามีโซลูชั่นใหม่ของธุรกิจ:Strategy - Blue Ocean Strategy/ Balanced Scorecard & KPIs / Strategic Thinking, Competency -Based HR & HRD , New Generation Marketing and Value Innovation
Permalink : http://www.oknation.net/blog/DNT
วันอาทิตย์ ที่ 29 เมษายน 2550
Flash Mob : ม็อบออนไลน์
Posted by DrDanai , ผู้อ่าน : 235 , 16:29:09 น.   | หมวดหมู่ : จุดระเบิดความคิดและนวัตกรรม  
พิมพ์หน้านี้


โลกแห่งความรู้สำหรับดินแดนอันเป็นเสรีประชาธิปไตยนั้น  ให้ความหมายกับสิ่งนี้สูงมาก  เพราะว่า
# ความรู้ ความคิดและการสร้างความรู้ใหม่ต้องผ่านสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ให้แพร่กระจายออกไป  และเมื่อมีการถกเถียงหรือเสวนาทางปัญญาก็จะก่อให้เกิดความรู้ที่หลากหลายได้
#  ความรู้ที่มนุษย์ได้เรียนรู้ในบรรณภิภพนี้มีอยู่หลายรูปแบบ  แต่ที่สนใจกันในปัจจุบันจะสนใจกันอยู่ 2 ลักษณะที่เป็นพื้นฐานคือ


ความรู้แรกเรียกว่า  ความรู้โดยปริยายหรือ “Tacit Knowledge”  เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์โดยกระบวนคิดได้ด้วยตนเอง (Self-Thought Process) หรืออีกนัยหนึ่งคือ มีความคิดเป็นของตนเอง (Self-Concept)  ซึ่งเกิดได้จากการได้รับความรู้บูรณาการเข้ากับประสบการณ์จนกระทั่งตกผลึกขึ้นมาในกระบวนการทางสมอง
 บางครั้งอาจจะมีบางท่านให้นิยามแบบชาวบ้านว่า  เป็นความรู้ที่ติดตัวมา  ซึ่งในความเป็นจริงของโลกคงไม่มีมนุษย์คนใดเกิดขึ้นมาแล้วจะมีความรู้เกิดขึ้นมาได้  เพราะเกิดครั้งแรกสมองจะได้รับความรู้จากไหน  หากท่านผู้อ่านคิดง่ายๆ เหมือน “CPU” ในคอมพิวเตอร์  โดยตอนแรกก็เป็นหน่วยประมวลผลกลางที่ทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีส่วนของ “ฮาร์ดิสก์” (Hard Disk) พอลงโปรแกรมซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการจึงจะทำงานหรือใช้งานได้  เมื่อคอมพิวเตอร์ทำงานไประยะหนึ่งจะเกิดการปรับโปรแกรมให้เหมาะสมมากขึ้น (เพียงเล็กน้อย)  ซึ่งมนุษย์พยายามทำให้คอมพิวเตอร์คิดเองแบบที่เรียกว่า “ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence) แต่สภาพจริงๆ แล้วยังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่าความรู้โดยปริยายได้เต็มปากนัก


ความรู้แบบที่สองเรียกว่า ความรู้โดยนิยามแน่ชัดหรือ Explicit Knowledge  อธิบายให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ ว่าเป็น ความรู้ที่มีการนิยาม (Definition) หรือให้ความหมาย (Meaning) ไว้เรียบร้อยแล้วเราก็เข้าไปรับรู้หรือเรียนรู้แล้วเกิดความเข้าใจ  ซึ่งอาจจะไม่ถึงขั้นสร้างความรู้ขึ้นใหม่ได้  แต่เป็นกระบวนการที่ส่งผ่านไปถึงความรู้โดยปริยายได้ในที่สุด


ความเข้าใจในเรื่องนี้ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็อาจจะพูดให้ติดตลาดได้ง่ายๆว่า  ความรู้ที่เขียนไว้ในตำรา ในหนังสือหรือที่ไหนๆ ก็ตาม  แต่จะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยถ้าวางอยู่เฉยๆ  ซึ่งความรู้ลักษณะนี้จะเกิดประโยชน์ต้องเชื่อมโยงไปสู่ความรู้โดยปริยาย
ความรู้ที่ลึกซึ้งน่าจะเป็นความรู้ที่มีทั้ง “ความรู้ความคิด (Cognitive)  จิตที่เรียนรู้ (Affective) และความชำนาญรู้ (Psychomotor)” คือ มีครบทั้งองค์ 3 ข้างต้น
ซึ่งความรู้ในลักษณะที่ 2 นั้นเป็นความรู้ในโลกธุรกิจ
ส่วนความรู้ในลักษณะที่ 3  เป็นความรู้ในศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ เข้าใจว่า มนุษย์เราจะต้องมีความรู้ไปเพื่ออะไร จะใช้ความรู้นั้นสร้างสรรค์ โลกให้มีความสมดุลและดำรงอยู่อย่างสันติโดยเข้าใจซึ่งกันและกัน

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ความรู้ ความคิดและการสร้างความรู้ใหม่เป็นสิ่งสำคัญมากในสังคมแห่งการเรียนรู้


# ก้าวย่างที่สำคัญสู่สังคมแห่งการเรียนรู้
 ประเทศไทยมีจุดเด่นที่สนใจในความเปลี่ยนแปลงหรือตามการเปลี่ยนแปลงของโลก  โดยจะไม่ยอมยืนอยู่สุดขอบของความไม่ทันสมัย  ซึ่งจะเห็นได้จาก
       - ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดใหม่ในโลกนี้  เราคนไทยจะได้เรียนรู้และเท่าทันในสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น
       - คนของเราไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม  ทั้งสังคมเกษตรกรรม สังคมอุตสาหกรรม สังคมเทคโนโลยี และสังคมใหม่ที่เรียกว่า สังคมแห่งการเรียนรู้  เราจะเข้ากับกระแสโลกหรือ      อินเทรนด์ได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรเลย
      - ความน่าสงสัยอย่างหนึ่งคือ  ทำไมเราจึงดูดซับหรือชื่นชมวัฒนธรรมของชาติพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว  แต่ตรงกันข้ามกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยเรากลับไม่เป็นเช่นนั้น
 เราดีใจที่ภาครัฐบาลมุ่งมั่นที่จะนำพาให้สังคมไทยไปสู่สังคมแห่งความรู้  มีเศรษฐ-กิจที่พัฒนาแบบเศรษฐกิจแห่งความรู้ (Knowledge Based Economy)  ซึ่งคงจะมีวันทำให้คนไทยทุกคนมีความรู้เท่าทันโลก  เท่าทันกลไกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่บริจาคเพื่อสังคมแต่ขายสินค้าราคาแพง  ขายสินค้าที่ทำลายสุขภาพประชาชน  หรือสินค้าที่ทำให้คนหลงติดกับโลกสุขนิยม  หรือบ้าบอไปกับความทันสมัยของเทคโนโลยีที่ปิดบังไว้ด้วยค่าบริการอันมหาโหด 


#Flash Mob คืออะไร
 เทคโนโลยีในปัจจุบันและคลื่นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังถาโถมเข้าสู่โลกเก่าใบนี้ได้เปลี่ยนแปลงหลายๆ สิ่งและหลายๆ อย่าง
 -> ปรากฏการณ์ในต่างประเทศ  มีการรวมกลุ่มความสนใจบนเครือข่ายออนไลน์  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีความสนใจที่เหมือนกัน  กลุ่มคนที่อาชีพเหมือนกัน  กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตเหมือนกัน  หรือกลุ่มคนที่มีปัญหาคล้ายๆ กัน  หรือกลุ่มคนที่คิดไม่เหมือนใครชอบทำลายล้างคนอื่นให้เสียหายในทุกๆ ด้านแล้วพร้อมจะยื่นหน้าออกมาว่าเป็นผลงานของกลุ่มแฮกเกอร์ของข้าพเจ้าเอง
 -> ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ก็ยังมีอีกลักษณะหนึ่งคือ การบอยคอต หรือการประท้วงโดยเรียกกิจกรรมดังกล่าวนี้ว่า  “Flash Mob” หรือม็อบออนไลน์
 -> จุดประสงค์หลักของ Flash Mob  ซึ่งก็คงเป็นไปตามคำว่า ม็อบ อยู่แล้วคือ ก่อความเห็นหรือก่อกลุ่มคนที่อยู่ในออนไลน์เพื่อไปประท้วงหรือทำกิจกรรมตามที่ชุมชนออนไลน์นัดหมาย
 -> การนัดหมายจะกำหนดเวลา กิจกรรม และกลุ่มเป้าหมายโดยแต่ละคนต่างก็มาทำหน้าที่ของตนเองโดยที่ไม่มีใครเคยรู้จักตัวตนแต่ละคนมาก่อน
 -> จุดที่สำคัญที่สุดคือ  กิจกรรมที่ทำถ้าเป็นสิ่งที่ดีต่อสังคมก็จะเป็นประโยชน์  แต่ถ้าเป็นกิจกรรมทำลายคนอื่นเพราะเหตุเป็นการขัดแย้งส่วนบุคคล หรือกิจการของบุคคลก็อันตรายอย่างยิ่ง  เพราะในต่างประเทศมีการฆ่าคนตายโดย Flash Mob มาแล้วซึ่งเกิดมาจากการขัดแย้งระหว่างบุคคล

 สภาพสังคมความคิดของคนไทย  ได้คืบคลานเข้าสู่ลักษณะคล้ายๆ นี้ในหลายกรณีที่บุคคลขัดแย้งกันแล้วใช้สื่อทุกทาง  ทั้งออนไลน์และไม่ออนไลน์ปลุกกระแส  ซึ่งคนไทยต้องมีสติแล้วใช้ความคิดให้มากกว่าที่เป็นอยู่

 มิฉะนั้นจะหลงเข้าไปอยู่ในกระแสม็อบโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ตกเป็นเครื่องมือของบุคคลที่ต้องการทำลายชาติอย่างถอนตัวไม่ออก

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
Dr.Danai Thieanphut
DNT Consultants


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
DrDanai วันที่ : 29/04/2007 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/DNT

คุณ JJ

เข้าใจได้ถูกต้องครับ Blog สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือใน การจัดการความรู้ หรือ KM ได้ และทำได้หลายระดับ เช่น

ระดับแรก คือ การสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ โดยมีเรื่องหรือ ประเด็นที่สนทนากัน ทำให้คู่สนทนาเกิดความรู้หรือ ความเข้าใจที่ถูกต้อง
ระดับที่สอง การสร้างความรู้ใหม่ คิดง่าย ๆ เช่น ถ้าผมเขียนบทความเรื่อง KM ลงในบล็อค แล้วมีใครก็ตามที่มาศึกษาต่อ เกิดความรู้ในระดับ วิเคราะห์ หรือ สังเคราะห์ หรือ บอกได้ว่า เป็นเช่นนี้เองในเรื่อง KM แล้วไปขยายความต่อในความเข้าใจของตน

ระดับที่ 2 นี้ เป็นขั้นสูงของ KM

ส่วนใหญ่ใน Blog เท่าที่เห็น จะเป็นระดับที่ 1 ถ้าระดับ 2 จะเป็นBlog ในต่างประเทศ (ในเมืองไทยอาจจะมีก็ได้ แต่คนนอกไม่มีโอกาสรู้)


ความคิดเห็นที่ 3
DrDanai วันที่ : 29/04/2007 เวลา : 17.07 น.
http://www.oknation.net/blog/DNT

การประท้วงต้องมีเป้าหมายที่ " สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง " และเมื่อคิดเหมือนกัน ก็ดำเนินการได้

ตามแนวคิด ของ Flash Mob จะนัดกันทางออนไลน์เพื่อไปประท้วง หรือ บอยคอต ใครบางคน (โดยทั้งหมดไม่มีใครรู้จักกัน หรือ อาจจะ อีเมล์หาคนรู้จักก็ได้ )
ถ้าจะใช้ บล็อค ก็สามารถทำได้แต่ ที่สำคัญ ตามที่ "ท่านวิหคพลัดถิ่น" ว่าละครับใครจะเป็นแกน
คนที่เป็นแกนคือคนที่เสียประโยชน์ หรือ ถูกการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ชาวออนไลน์ถ้าเห็นด้วยก็จะไปร่วมครับ
ความคิดเห็นที่ 2
เจเจค่ะ วันที่ : 29/04/2007 เวลา : 17.01 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
Good heart makes me beautiful.


ให้บล๊อกเกิดเป็น KM

ได้ไหมคะ ???


ความคิดเห็นที่ 1
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 29/04/2007 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower


แล้วแบบ บล็อคเนี่ย เรียกว่า "ม็อบออนไลน์" ได้ไหมอาจารย์ รวมกลุ่มคนที่ชอบเหมือน ๆ กัน ประท้วง ก็เฮโลประท้วงเหมือน ๆ กัน ว่าแต่ว่า ตอนจะเรียกร้องนี่ ใครจะเป็นแกนนำล่ะคะอาจารย์
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ทรรศนะสำคัญทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่

ดร.ดนัย เทียนพุฒ ให้สัมภาษณ์ในงานวันรับปริญญา เกี่ยวกับข้อคิดสำคัญ หรือทรรศนะ สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่คิดจะเรียนหรือเรียนอยู่เพื่อ อนาคตที่สดใสสวยงาม

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



คุณลักษณะความสามารถที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจไทย
วิสัยทัศน์ธุรกิจ เช่น ภาวะผู้นำ คิดการณ์ไกล กล้าเสี่ยง เฉลียวฉลาดทางธุรกิจ
20 คน
ความสามารถด้านไฮเปอร์ เช่นสนองตอบในทันที มุ่งผลสำเร็จ กระหายต่อการทำธุรกิจ
0 คน
การพัฒนาทีมธุรกิจ เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างทีมงาน แสวงหาความรู้ใหม่
6 คน
ทักษะด้านการบริหาร เช่น จัดการคน จัดองค์กร การเงินและการควบคุม
4 คน
ความสามารถด้านนวัตกรรม เช่น ความคิดริเริ่ม ความยืดหยุ่น การปรับปรุงวิธีทำงานใหม่
7 คน
คุณลักษณะส่วนตน เช่น ความซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในตนเอง
5 คน
สำคัญเท่า ๆ กันทุกด้าน
25 คน
ไม่เห็นด้วยทั้งหมด
2 คน

  โหวต 69 คน