• DrDanai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : DrDanaiT@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 143681
  • จำนวนผู้โหวต : 91
  • ส่ง msg :
ดร.ดนัย เทียนพุฒ
DNTConsultants เรามีโซลูชั่นใหม่ของธุรกิจ:Strategy - Blue Ocean Strategy/ Balanced Scorecard & KPIs / Strategic Thinking, Competency -Based HR & HRD , New Generation Marketing and Value Innovation
Permalink : http://www.oknation.net/blog/DNT
วันจันทร์ ที่ 30 เมษายน 2550
อย่างไรจึงจะเรียกว่า “กูรู”
Posted by DrDanai , ผู้อ่าน : 274 , 08:43:27 น.   | หมวดหมู่ : โรงเรียนเขียนความรู้ธุรกิจ  
พิมพ์หน้านี้


ในทุกวันนี้ดูบ้านเมืองของเรายิ่งมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น  และที่ดูจะยุ่งยากและสับสนกันมากกว่าคือ บรรดาผู้รู้ทั้งหลาย (รู้จริง รู้บ้าง รู้ครึ่งๆ กลางๆ หรือรู้สารพัด ฯลฯ)  จะตระหนักในความรับผิดชอบที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์ในทุกๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวันตามเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวทั้งหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนต่างๆ


ประเด็นแรก  ความลุ่มลึกในสิ่งที่เขียนของนักคิด นักวิจารณ์ ในบ้านเรา
ถ้ามีโอกาสได้อ่านบทวิเคราะห์หรือการสัมภาษณ์ให้ความเห็น  ซึ่งในปัจจุบันดูจะมีอยู่ 3 ค่ายคือ   

ค่ายแรก เป็นฝ่ายนโยบายของบ้านเมืองที่กำหนดวิธีการตามกฎหมายหรือการปฏิบัติงานบ้านเมืองตามกฏหมาย กับพวกที่เป็นลักษณะของ “ใช่ครับ” ก็จะดาหน้ากันออกมาสนับสนุนหรืออาจจะถึงขั้น “ชเลียร์ กันเลยก็มี     

ค่ายที่สอง เป็นค่ายของฝ่ายที่ทำหน้าที่ไม่เห็นด้วย  ซึ่งจะมีจุดยืนชัดเจนเพราะชื่อก็บอกแล้วว่า “ไม่เห็นด้วย” จึงต้องไม่เห็นด้วยทุกเรื่องทุกอย่างที่ฝ่ายแรกคิดและทำออกมาในสังคมไทย  คงเป็นที่เข้าใจกันได้โดยทั่วไปว่าเป็นอย่างไร 

ค่ายที่สาม  เป็นซีกนักวิชาการ  ซึ่งก็มีทั้งนักวิชาการจริง นักวิชาการอิสระ และปัจจุบันยังมีชื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่น “ขาประจำ” “กำมะลอ”     

กับกลุ่มสุดท้าย ไม่น่าจะเป็นค่ายแต่เป็นลักษณะพวกอิสระหรือวิพาษ์วิจารณ์ไปตามกระแสสังคมหรือดูทีท่าว่ากระแสไหนแรงก็โดดเข้าสู่กระแสนั้น  ส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มรายงานข่าว วิเคราะห์ข่าว ฯลฯ


ที่กล่าวมาข้างต้นดูจะเป็นกระแสของความคิดเห็นในบ้านเมืองไทยเรานี้ที่ค่อนข้างจะมีอิทธิพลทางความคิด หรือสร้างสิ่งที่เป็น “Talk of the Town” พูดง่ายๆ คือ ทำให้มีการพูดคุยกันสนั่นเมืองนั่นเอง  ส่วนผลประโยชน์หรือการได้เสียจะเป็นอย่างไรคงจะพิเคราะห์ได้ยากเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องซ้าย เบื้องขวาหรือเบื้องขวาง


การนำเสนอทัศนะหรือความเห็นคงต้องมีสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้เป็นแนวทางที่พึงยึดถือ อาทิ
(1) การนำเสนอหรือแสดงความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ทางสังคมหรือประเทศชาติ  ควรมีตรรกของความคิด มีการสืบค้นข้อมูลอย่างเพียงพอ หรือเป็นการจุดให้เกิดความคิด หรือการวิพากษ์วิจารณ์ที่จะเกิดความรู้ความเข้าใจ
สิ่งนี้น่าจะดีกว่า การแสดงทัศนะหรือความคิดเห็นบนสำนึกส่วนบุคคล หรือการมีอคติหรือจิตใจคับแคบเป็นฐานในการแสดงความคิดเห็นหรือทัศนะต่างๆ ออกมาปรากฏเป็นสาธารณะ
(2) กรณีของสื่อมวลชนที่เสนอข่าวนั้นเป็นการทำในสิ่งที่ถูกต้อง  แต่การแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ของคอลัมนิสต์บางส่วนกลับทำบนฐานวิชาการหรือฐานความรู้ที่ไม่มากนัก  ซึ่งอาจจะเป็นเพราะ
       - ต้องเขียนทุกวันจึงจับเพียงบางประเด็นแล้วก็ตีให้ฟุ้งกระจาย  โดยดูกระแสสังคมว่าสนใจไหมถ้าสนใจก็จะขยายผลให้นานหน่อยถ้าหมดความสนใจก็เปลี่ยนเรื่องใหม่
      - เป็นการขายความสนใจของกระแสสังคม  ทั้งนี้เพราะสื่อมวลชนทำหน้าที่เสนอข่าว  แต่ความอยู่รอดก็มาจากโฆษณาที่บ่งบอกถึงชะตาชีวิตและความเป็นไปของสื่อนั้นๆ


ตรงนี้จึงต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพมาเป็นกรอบหรือหลักยึดถือปฏิบัติ  มิฉะนั้นสื่อดังกล่าวก็จะไม่มีคุณค่าใดๆ ต่อสังคมเลย  ซึ่งอาจจะเป็นสื่อที่ขายเพียงหน้าโฆษณารับสมัครงาน  ขายข้อคิดของนักวิชาการหอคอยงาช้างจากสถาบันการศึกษา  หรือชเลียร์เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีงบโฆษณามหาศาลต่อสื่อนั้นๆ


ประเด็นต่อมา  “กูรู” คืออะไร
สื่อมวลชนหลายฉบับดูจะชื่นชมกับการหาคำอะไรก็ได้มาให้สะดุดใจหรือกระตุ้นการซื้อสื่อนั้นๆ ไปอ่าน  ดังนั้นคำฮิตในปัจจุบันดูจะไม่พ้นคำว่า “กูรู” (Guru)
ถ้าจะดูศัพท์ตามดิกชันนารีทั่วๆ ไปจะพบว่า หมายถึง ครู  ซึ่งน่าจะเป็นการให้ความหมายที่ขั้นต้นของคำๆ นี้
แต่ถ้าพิจารณาในทฤษฎีการจัดการธุรกิจหรือสื่อมวลชนระดับนานาชาติ  จะมีการอธิบายหรือให้ความหมายที่สูงขึ้น เช่น
#  คำว่ากูรู  จะถือว่าเป็นปรมาจารย์ที่ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไม่เพียงแค่ประเทศหนึ่งเท่านั้น  แต่ต้องมีความเป็นสากลและเป็นผู้รู้อย่างลึกซึ้งในสาขาหรือแขวงวิชานั้นๆ อย่างแท้จริง  และยังต้องเป็นข้อความรู้ที่สามารถใช้ได้อย่างทั่วไปด้วย
#  บุคคลที่จะได้ชื่อว่าเป็นกูรู  จะต้องมีทฤษฎี (Theory) เป็นของตนเอง และเป็นทฤษฎีที่มีการใช้หรือนำไปศึกษาต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ได้ด้วย  หากเป็นเพียงแนวคิด (Concept) หรือหลักการ (Principle) อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการถูกเรียกขานว่าเป็น “กูรู”
ผู้เขียนเห็นว่าทั้ง 2 ข้อเสนอเชิงความรู้ข้างต้นคือ สิ่งที่ถือเป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ยอมรับได้ในการที่จะเรียกใครว่าเป็น “กูรู”
ตัวอย่างของบุคคลที่เรียกว่า กูรู เช่น ปีเตอร์ ดรักเกอร์ จะถูกเรียกขานว่าเป็น กูรูของกูรู” หรือสุดยอดปรจารย์ด้านการจัดการ  ทั้งนี้เพราะสร้างทฤษฎีหรือปรัชญาทางการจัดการไว้มากมาย อาทิ หลักการของหน้าที่การบริหาร ทฤษฎีการจัดการในเรื่องการบริหารโดยยึดเป้าหมาย การบริหารมุ่งผลลัพธ์ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ บัญญัติคำว่าคนทำงานที่มีภูมิรู้ (Knowledge Worker) และสังคมแห่งการเรียนรู้
หรือในระยะหลังๆ จิม คอลินส์ ก็ถูกเรียกขานว่าเป็น “กูรู” ด้วยเช่นเดียวกัน  เนื่องจากโด่งดังมาจาก การวิจัยทางธุรกิจในเรื่อง “อุดมคติหลักขององค์กร” และล่าสุดในเรื่อง “จากบริษัทที่ดีสู่การเป็นบริษัทที่ดีที่สุด” กับ “ระดับ 5 ของภาวะผู้นำ”

 
ประเด็นสุดท้าย  แล้วใครไม่ใช่ “กูรู”
ในทัศนะของผู้เขียนหากใช้ข้อเสนอเชิงความรู้ข้างต้นเป็นแนวทางการพิจารณาจะพบคำตอบได้ว่า
(1) สิ่งที่สื่อมวลชนบางฉบับระบุบุคคลนั้น บุคคลนี้ หรือวิทยากรท่านนี้เป็น ”กูรู”  ผู้เขียนคิดว่าเป็นเพียงสร้างกระแสของการขายข่าว หรือสร้างจุดขายโปรแกรมสัมมนาเสียมากกว่าที่จะตั้งใจให้การยอมรับจริงๆ หรือรู้ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าไม่ใช่
(2) เราจะไม่ใช้คำว่า “กูรู” กับนักบริหาร (Executive) หรือ “เจ้าของกิจการ” (Entrepreneur)  อันนี้เป็นหลักการหรือข้อตกลงเบื้องต้นที่ต้องรู้และมิอาจปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่ได้
ตัวอย่างเช่น กรณีของแจ็ค เวลซ์ ไม่ถือเป็น “กูรู”  แม้ว่าจะมีแนวคิด หลักการ อะไรที่เคยทำสำเร็จมากมายในขณะอดีตจะเรียกว่าเป็นเพียง “Doctrine” เช่น Welch’s Doctrine  แต่ในอนาคตไม่แน่เพราะปัจจุบันเวลซ์ไม่ได้เป็น CEO แล้ว
ดังนั้นสำหรับท่านผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจติดตามข่าว-ความรู้จากหน้าหนังสือพิมพ์หรือเวทีสัมมนาที่ใดจะได้รู้หรือเข้าใจได้ว่าที่เรียกว่า “กูรู” นั้นจริงๆ เขาเรียกกันอย่างไรและใช่ “กูรู” จริงๆ หรือไม่


ดร.ดนัย เทียนพุฒ
Dr.Danai Thieanphut
DNT Consultants


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
DrDanai วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 16.10 น.
http://www.oknation.net/blog/DNT

ยินดีเสมอครับ ถ้าเป็นเชิงวิชาการ
"การเมืองไม่ยุ่ง การมุ้งไม่เกี่ยว วิชาการ- กิน และ เที่ยว ทั่วไทยและต่างแดน"
ความคิดเห็นที่ 5
กรรมกรหุ้น วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 15.58 น.
http://www.oknation.net/blog/keng13
กรรมกรหุ้น

มีพี่อธิบายว่า กูรู มาจาก กูรู้ รู้ทุกเรื่อง แต่รู้จริงรึเปล่าไม่รู้... พี่ที่อธิบายให้ผมฟังก็ประมาณหัวรุนแรงพอสมควรเวลาวิจารณ์ทีนี่แทบด่ากันเลย แต่ผมชอบฟังความคิดคนอื่นนะครับ แล้วผมเองก็เพิ่งรู้เนี่ยครับว่า กูรู ที่แท้จริงคืออะไร ขอบพระคุณมากครับสำหรับความรู้ใหม่ๆครับ
ความคิดเห็นที่ 4
DrDanai วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 15.43 น.
http://www.oknation.net/blog/DNT

เป็นอย่างที่คุณวิหคพลัดถิ่นว่า
ผมจึงต้องเขียนสิ่งที่เป็นหลักการ ให้ทราบโดยทั่วกัน
มิฉะนั้น นักศึกษาที่ไม่ศึกษาแต่ชอบคว้าจะเข้าใจผิด และก็คิดว่าเข้าใจถูก อะไร ๆ จึงดูวุ่นวาย และ ก็งมงาย ไปโดยไม่รู้ตัว
ความคิดเห็นที่ 3
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 11.00 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower


อืม อาจารย์ ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้เรื่องกูรู

"# คำว่ากูรู จะถือว่าเป็นปรมาจารย์ที่ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไม่เพียงแค่ประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องมีความเป็นสากลและเป็นผู้รู้อย่างลึกซึ้งในสาขาหรือแขวงวิชานั้นๆ อย่างแท้จริง และยังต้องเป็นข้อความรู้ที่สามารถใช้ได้อย่างทั่วไปด้วย"

แต่คนไทยมักนิยมที่จะเรียก คนที่แสดงความรู้ออกมามาก ๆ ๆๆๆ ว่ากูรู ทั้งที่ คนทั้งประเทศไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ....คนที่ถูกเรียกว่า "กูรู" ก็บังเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองซะเต็มประดา เลยกระหน่ำเทสมองออกมาประมาณว่า สมองไหล

น่าอนาถนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
DrDanai วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/DNT

ผมเคยนำบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหลักการของเวลซ์มาเขียนไว้ว่าในโลกธุรกิจว่าปัจจุบันใช้ไม่ได้บางอย่างเพราะอะไร
สามารถอ่านได้ที่
http://www.oknation.net/blog/DNT/2007/04/30/entry-2
ความคิดเห็นที่ 1
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 30/04/2007 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ตอนนี้แจ็คเวลช์ลุกจากตำแหน่งแล้ว สิ่งต่างๆใต้พรมเริ่มแพลมออกมาให้เห็นใช่มั้ยครับ ขอความรู้ด้วย
ทุกอย่างพอเอามาใช้เมืองไทย ความหมายก็เปลี๊ยนไป๋ เพราะผลประโยชน์ เช่น ประชาธิปไตย ทีวีสาธารณะ เอ็นจีโอ(โง่?) ดังนั้น "กูรู"จึงเป็นเรื่องเล็ก คนคงเข้าใจว่า กูรู้ มากกว่า และกี่คนเข้าใจแบ่งแยกว่าเป็น แนวคิด(concept) สมมติฐาน(hypothesis) โพย/สูตรลัด(rule-of-thumb) หรือทฤษฎี(theory) อย่าเอาถึงจรรยาบรรณเลย สูงเกินไปอีกหลายขั้นสำหรับคนไม่วิเคราะห์ครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ทรรศนะสำคัญทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่

ดร.ดนัย เทียนพุฒ ให้สัมภาษณ์ในงานวันรับปริญญา เกี่ยวกับข้อคิดสำคัญ หรือทรรศนะ สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่คิดจะเรียนหรือเรียนอยู่เพื่อ อนาคตที่สดใสสวยงาม

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



คุณลักษณะความสามารถที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจไทย
วิสัยทัศน์ธุรกิจ เช่น ภาวะผู้นำ คิดการณ์ไกล กล้าเสี่ยง เฉลียวฉลาดทางธุรกิจ
20 คน
ความสามารถด้านไฮเปอร์ เช่นสนองตอบในทันที มุ่งผลสำเร็จ กระหายต่อการทำธุรกิจ
0 คน
การพัฒนาทีมธุรกิจ เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างทีมงาน แสวงหาความรู้ใหม่
6 คน
ทักษะด้านการบริหาร เช่น จัดการคน จัดองค์กร การเงินและการควบคุม
4 คน
ความสามารถด้านนวัตกรรม เช่น ความคิดริเริ่ม ความยืดหยุ่น การปรับปรุงวิธีทำงานใหม่
7 คน
คุณลักษณะส่วนตน เช่น ความซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในตนเอง
5 คน
สำคัญเท่า ๆ กันทุกด้าน
25 คน
ไม่เห็นด้วยทั้งหมด
2 คน

  โหวต 69 คน