|
ระหว่างที่ผู้เขียนกำลังวางแนวทางหนังสือเล่มใหม่ที่จะเขียนออกมาเพื่อผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ หรือบุคคลที่ต้องการจะก้าวขึ้นเป็นเถ้าแก่ ซึ่งปัจจุบันจะเรียกว่า SMEs (ธุรกิจ SMEs) แต่ในความเป็นจริงเรียกว่าธุรกิจครอบครัวดูจะตรงและเข้าใจได้ดีกว่า ผู้เขียนพลันนึกถึงช่วงที่มีโอกาสได้สนทนากับเจ้าของธุรกิจ SMEs แห่งหนึ่งที่ ต่างจังหวัดและมีโอกาสได้ร่วมงานกันเป็นระยะเวลานานพอสมควร ประเด็นแรก ความคิดที่เกิดขึ้นในหัวเจ้าของธุรกิจ มีอยู่วันหนึ่งในระหว่างที่นั่นทานอาหารเย็นด้วยกันระหว่างผู้เขียนกับเจ้าของธุรกิจ SMEs แถวๆ อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นร้านติดลำน้ำมูล (ไหลมาจากแม่น้ำมูล) เพื่อรอที่จะขึ้นเครื่องบินกลับมายังกรุงเทพมหานคร ผู้เขียนได้ถามเจ้าของธุรกิจฯ คนนี้ว่า มีแนวคิดในการทำธุรกิจอย่างไร เถ้าแก่ก็เล่าให้ผู้เขียนฟัง 2-3 เรื่องด้วยกันคือ (1) เถ้าแก่ได้เปรียบเทียบตนเองและกิจการเหมือนกับ "นกที่ออกบินหากินแต่เช้าตรู่ และก็หาอาหารไปตามต้นไทร ต้นไม้ที่มีลูกผลทั่วทั้งอีสาน" ในขณะที่เจ้าของธุรกิจคนอื่นๆ ในกิจการประเภทเดียวกันจะหากินเฉพาะในโคราช ซึ่งเปรียบเทียบเสมือนนกที่เกาะกินผลไม้ที่ต้นเดียวกัน โดยหารู้ไม่ว่าในระยะยาวผลไม้ที่กิน กันนั้นก็จะหมดลง แต่เถ้าแก่ลูกค้าผมแกจะกระจายความเสี่ยงโดยตระเวนหาแหล่งที่มีอาหารทุกๆ ที่ (2) เถ้าแก่ได้หารือกับผู้เขียนว่า ทุกๆ วันนะอาจารย์ในหัวผมนี้จะมีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผมจึงถามเถ้าแก่ว่าแล้วเถ้าแก่ทำอย่างไรล่ะ เถ้าแก่ได้บอกว่า ผมมีสมุดบันทึกอยู่หัวเตียง พอมีความคิดหรือไอเดียอะไรเกิดขึ้น เถ้าแก่ก็จะลุกขึ้นมาจดบันทึกดังกล่าว พอถึงตอนเช้าก็จะฉีกกระดาษโน๊ตมอบให้ลูกน้องไปดำเนินการ แต่อาจารย์ (ผู้เขียน) ครับ! ลูกน้องผมไม่ค่อยเวิร์คหรอก ให้อะไรไปก็หาย ให้กี่เรื่องก็หาย ผมเองฟังเถ้าแก่อยู่ 1-2 ครั้งก็เลยเกิดความสงสัย ขอดูกระดาษโน๊ตของเถ้าแก่ ที่ให้ลูกน้องแล้วไม่ค่อยเวิร์คมาดู " อยากทำตลาด 4 มุมเมือง " ผมเห็นโน๊ตแล้วก็บอกเถ้าแก่ว่า " ถ้าลูกน้องเถ้าแก่อ่านโน๊ตเสร็จแล้วไปทำให้เถ้าแก่สำเร็จ ผมรับรองได้เลยว่า ลูกน้องคนนั้นคงจะลาออกไปเป็นเถ้าแก่อย่างแน่นอน !!! " สรุปแล้ว สิ่งที่เถ้าแก่คิดนั้นเขาเรียกว่า "แวบ!!!!" หรือ "ไอเดียที่ยังไม่ได้ขัดเกลา" ซึ่งอาจจะทำแล้วสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้
ประเด็นต่อมา ไอเดียแบบไหนจึงจะนำไปสู่ความสำเร็จ ผู้เขียนเรียกว่า "ไอเดียบอมบ์" คือ การระเบิดไอเดียที่คิดขึ้นมาเรียบร้อยแล้วจนเป็นรูปธรรมแล้วส่งกระจายเข้าไปในธุรกิจ อย่างนี้ล่ะครับ! จึงจะนำไปสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เถ้าแก่จึงถามผมว่า เถ้าแก่ควรจัดทำความคิดให้เป็นรูปธรรมหรือนำไปปฏิบัติได้อย่างไร ผู้เขียนจึงแนะนำไปว่า ........ ถ้าเถ้าแก่อยากทำตลาดสี่มุมเมือง ช่วยพาผมไปดูซิว่า สถานที่เป็นอย่างไร ผมมีคำถามให้เถ้าแก่ ลองไปสังเกตและเก็บข้อมูลมาบอกผมดังนี้ - ในโคราช (ตัวเมือง) มีตลาดนัดทั้งหมดกี่แห่งและมีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง เช่น เป็นตลาดเช้า ตลาดกลางวัน ตลาดเย็น - คนเดินตลาดส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไหน ใกล้ๆ ตลาดหรือขึ้นอยู่กับลักษณะของตลาด - แล้วทำไมเถ้าแก่จึงคิดว่าสถานที่ตรงนั้นเหมาะสมที่จะทำตลาด - มีทางไหมที่จะดึงแม่ค้าหรือแผงจากตลาดอื่น หรือมีแผงที่แตกต่างจากตลาดอื่นอย่างไร - เส้นทางรถสัญจรเป็นอย่างไรและบริเวณนั้นมีสถานที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ - อื่นๆ ที่เถ้าแก่เห็นว่าจำเป็นในการทำตลาด เถ้าแก่ก็ไปหาข้อมูลมาและตอบคำถามกับผู้เขียนเป็นข้อๆ ข้างต้น หลังจากนั้นสถานที่ตรงนั้นจึงเกิดเป็นตลาดกลางวัน ซึ่งเริ่มมีคนมาเดินตลาดมากขึ้น ผู้เขียนจึงแนะนำต่อตามที่เถ้าแก่ต้องการคือ อยากมีทั้งตลาดเช้า ตลาดกลางวัน และตลาดเย็น
ประการสุดท้าย ความคิดสร้างสรรค์ช่วยได้แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ผู้เขียนพบและได้เป็นข้อสรุปคือ > การมีไอเดียแบบที่เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่จะเป็นแวบ! เสียค่อนข้างมาก การที่จะนำไปทำให้เสร็จโดยตัวความคิดโดดๆ คงไม่เพียงพอ > จำเป็นต้องมีการคิดเชิงกลยุทธ (Strategic Thinking) เสริมเข้ามาเพื่อให้ความคิดนำไปสู่การปฏิบัติได้ > ทำอย่างไรให้เป็นรูปธรรมที่เผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วเหมือนไอเดียบอมบ์
นี่แหละครับ! เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นไอเดียบอมบ์ของเถ้าแก่ธุรกิจ SMEs ดร.ดนัย เทียนพุฒ Dr.Danai Thieanphut DNT Consultants
|