• DrDanai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : DrDanaiT@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 273
  • จำนวนผู้ชม : 143545
  • จำนวนผู้โหวต : 91
  • ส่ง msg :
more
ดร.ดนัย เทียนพุฒ
DNTConsultants เรามีโซลูชั่นใหม่ของธุรกิจ:Strategy - Blue Ocean Strategy/ Balanced Scorecard & KPIs / Strategic Thinking, Competency -Based HR & HRD , New Generation Marketing and Value Innovation
Permalink : http://www.oknation.net/blog/DNT
วันเสาร์ ที่ 30 มิถุนายน 2550
มาแล้ว..มติ ครม.ยก เลิกระบบซี ข้าราชการ
Posted by DrDanai , ผู้อ่าน : 547 , 10:48:58 น.   | หมวดหมู่ : ประเทศไทยจงเจริญ  
พิมพ์หน้านี้


มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2550

 ***ดาวน์โหลด ร่าง พรบ.ยกเลิกระบบ ซี ฉบับ สมบรูณ์

เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ….
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. … ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. รวม 3 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป
1. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. … มีสาระสำคัญ ดังนี้
1.1 กำหนดให้มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสามปี รวมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. ให้มีอำนาจหน้าที่หลักในการเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลของบุคลากรภาครัฐ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือน เพื่อให้ส่วนราชการใช้เป็นแนวทาง และให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลังของส่วนราชการ รวมทั้งวางกฎเกณฑ์และมาตรฐานเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ตลอดจนกำกับดูแล ติดตามและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือนในส่วนราชการเพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐาน (ร่างมาตรา 6 ถึงมาตรา 8)
1.2 ในกรณีที่ ก.พ. มีมติว่า กระทรวง กรม หรือผู้มีหน้าที่ปฏิบัติไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติโดยขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ ก.พ. แจ้งกระทรวง กรม หรือผู้มีหน้าที่ซึ่งไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ดำเนินการแก้ไข ยกเลิก หรือยุติการดำเนินการดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามมติ ก.พ. ภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันควร ให้ถือว่าปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้มีหน้าที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยการดำเนินการทางวินัยและการสั่งลงโทษในกรณีดังกล่าวให้เป็นหน้าที่ของ ก.พ. (ร่างมาตรา 9)
1.3 กำหนดให้ ก.พ. จัดให้มีการประชุมเพื่อหารือร่วมกันระหว่างผู้แทน ก.พ. ผู้แทน ก.พ.ร. และผู้แทนองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการฝ่ายพลเรือนประเภทต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์กลางการบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์เดียวกัน หรือกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคล และให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบให้ใช้บังคับกรณีดังกล่าวกับข้าราชการฝ่ายพลเรือนทุกประเภท (ร่างมาตรา 10)
1.4 กำหนดให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุม ก.พ. โดยอนุโลม (ร่างมาตรา 11)
1.5 กำหนดให้ ก.พ. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ (อ.ก.พ.วิสามัญ) ซึ่งจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง อ.ก.พ.วิสามัญ ตลอดจนวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. (ร่างมาตรา 12)
1.6 กำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.พ. (ร่างมาตรา 13)
1.7 กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการสามัญเพื่อเป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลในส่วนราชการ
ต่าง ๆ และกำหนดให้มี อ.ก.พ.กระทรวง อ.ก.พ.กรม อ.ก.พ.จังหวัด รวมทั้งองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ (ร่างมาตรา 14 ถึงมาตรา 23)
1.8 กำหนดให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) โดยกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วิธีการคัดเลือก วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ และการประชุมของ ก.พ.ค. (ร่างมาตรา 24 ถึงมาตรา 33)
1.9 กำหนดประเภทข้าราชการพลเรือนให้มี 3 ประเภท คือ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ และข้าราชการพลเรือนในพระองค์ โดยกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การจ่ายเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่ม วันเวลาทำงานและการลาหยุดราชการ เครื่องแบบและการแต่งเครื่องแบบ รวมทั้งบำเหน็จบำนาญของข้าราชการพลเรือน (ร่างมาตรา 35 ถึงมาตรา 41)
1.10 กำหนดให้การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนสามัญให้คำนึงถึงระบบคุณธรรม โดยกำหนดให้การรับบุคคลเข้ารับราชการต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค และเป็นธรรม การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กรและลักษณะของงาน การพิจารณาความดีความชอบและการให้ประโยชน์อื่นต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม การดำเนินการทางวินัยต้องเป็นไปโดยยุติธรรมและปราศจากอคติ และการบริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง (ร่างมาตรา 42)
1.11 กำหนดตำแหน่งและระดับข้าราชการพลเรือนสามัญดังนี้
(1) ตำแหน่งประเภทบริหาร แบ่งออกเป็นระดับต้นและระดับสูง
(2) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ แบ่งออกเป็นระดับต้น และระดับสูง
(3) ตำแหน่งประเภทวิชาการ แบ่งออกเป็นระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ
(4) ตำแหน่งประเภททั่วไป แบ่งออกเป็นระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ
ทั้งนี้ การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎ ก.พ. (ร่างมาตรา 44 และมาตรา 45)
1.12 กำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญจะมีในส่วนราชการใดจำนวนเท่าใด และเป็นตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด ให้เป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีกำหนด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด และต้องเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งซึ่ง ก.พ.เป็นผู้จัดทำ โดยจำแนกตำแหน่งเป็นประเภทและสายงานตามลักษณะงาน และจัดตำแหน่งในประเภทเดียวกันและสายงานเดียวกันที่คุณภาพของงานเท่ากันโดยประมาณเป็นระดับเดียวกัน และในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ระบุชื่อตำแหน่งในสายงาน หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งไว้ด้วย (ร่างมาตรา 46 และมาตรา 47)
1.13 กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา การบรรจุ และการแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ พลเรือนสามัญ (ร่างมาตรา 51 ถึงมาตรา 69)
1.14 กำหนดหลักเกณฑ์การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ (ร่างมาตรา 70 ถึงมาตรา 75)
1.15 กำหนดจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนสามัญ และหากข้าราชการผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือน นำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน หรือสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับการพัฒนา (ร่างมาตรา 76 และมาตรา 77)
1.16 กำหนดให้มีวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญ หากข้าราชการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนข้อห้าม ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย และกำหนดลักษณะของการกระทำผิดวินัยที่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมทั้งกำหนดโทษทางวินัย (ร่างมาตรา 78 ถึงมาตรา 87)
1.17 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการทางวินัย (ร่างมาตรา 88 ถึงมาตรา 104)
1.18 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการ (ร่างมาตรา 105 ถึงมาตรา 111)
1.19 กำหนดหลักเกณฑ์การอุทธรณ์ในกรณีข้าราชการถูกสั่งลงโทษตามมาตรา 108 (1) (3) (5) – (8) (ร่างมาตรา 112 ถึงมาตรา 119)
1.20 กำหนดให้มีหลักเกณฑ์การร้องทุกข์ของข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตนต่อของผู้บังคับบัญชา (ร่างมาตรา 120 ถึงมาตรา 123)
1.21 กำหนดให้มีการคุ้มครองระบบคุณธรรม โดยหาก ก.พ.ค.เห็นว่ากฎ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่สอดคล้องกับระบบคุณธรรม ให้แจ้งให้หน่วยงานผู้ออกกฎ ระเบียบ หรือคำสั่งทราบเพื่อแก้ไขหรือยกเลิก (ร่างมาตรา 124)
1.22 กำหนดหลักเกณฑ์การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ และการออกจากราชการของข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ (ร่างมาตรา 125 ถึงมาตรา 127)
1.23 กำหนดให้การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการพลเรือนในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย (ร่างมาตรา 128)
1.24 กำหนดให้มีบทเฉพาะกาล (ร่างมาตรา 129 ถึงมาตรา 139)

2. ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีสาระสำคัญ ดังนี้
2.1 ยกเลิกการกำหนดอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนที่กำหนดไว้ท้ายพระราชบัญญัตินี้ (แก้ไขร่างมาตรา 11 และมาตรา 12 (ร่างมาตรา 3 และมาตรา 4))
2.2 ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนท้ายพระราชบัญญัตินี้ (ร่างมาตรา 5)

3. ร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีสาระสำคัญ ดังนี้
3.1 กำหนดให้การพ้นจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญหรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสหรือระดับทักษะพิเศษ ให้เป็นไปตามมาตรา 19 สัตต (เพิ่มเติมวรรคเจ็ดของมาตรา 19 (ร่างมาตรา 3))
3.2 กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญหรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสหรือระดับทักษะพิเศษอาจให้รับราชการต่อไปอีกไม่เกินห้าปี (เพิ่มเติมมาตรา 19 สัตต และแก้ไขมาตรา 21 (ร่างมาตรา 4 และมาตรา 5))

***ดาวน์โหลด ร่าง พรบ.ยกเลิกระบบ ซี ฉบับ สมบรูณ์

*********************************************************************************

ครม.อนุมัติรื้อระเบียบขรก.ใหม่ เลิกระบบ'ซี'-ปรับระบบขึ้นเงินเดือน
(ข่าวประจำวัน จาก กรุงเทพธุรกิจ)
26 มิถุนายน พ.ศ. 2550 16:13:00

ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายข้าราชการพลเรือน และเงินเดือนค่าตอบแทนใหม่ แบ่งเป็น 4 ระดับ ให้ระดับทรงคุณวุฒิรับราชการต่ออีก 5 ปีหลังเกษียณอายุ คุณหญิงทิพาวดีระบุเป็นการปฏิรูปไปสู่ยกเลิกระบบ'ซี'

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายณัฐวัฒน์ สุทธิโยธิน ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน และร่างพ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง กับร่าง พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน

สาระสำคัญ คือ ให้มีข้าราชการพลเรือน 3 ประเภท ได้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ และข้าราชการพลเรือนในพระองค์

กำหนดตำแหน่งและระดับของข้าราชการพลเรือน เป็น 4 ระดับ คือ 1.ตำแหน่งประเภทบริหาร 2.ตำแหน่งประเภทบริการ 3.ตำแหน่งประเภทวิชาการ และ 4.ตำแหน่งประเภททั่วไป

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา การบรรจุ การแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการพลเรือนสามัญ  และกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มพูนประสิทธิภาพ เสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ กำหนดจรรยาของข้าราชการพลเรือนสามัญ หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือน และนำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน หรือสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับการพัฒนา

ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ สาระสำคัญ กำหนดให้การพ้นตำแหน่งราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญหรือระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส  ระดับทักษะพิเศษ ให้เป็นไปตามกฎหมายมาตรา 19 สัตต  และให้สามารถรับราชการต่อไปอีก 5 ปีหลังเกษียณอายุราชการ

ด้านคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ...... ที่ถือเป็นการปฏิรูประบบราชการพลเรือนครั้งใหญ่ นำไปสู่การยกเลิกระดับตำแหน่งที่ เรียกว่า ซี โดยจะมีการแบ่งลักษณะของตำแหน่งเพื่อสร้างความเป็นวิชาชีพให้ข้าราชการที่เมื่อมีความชำนาญสายอาชีพได้สร้างความเป็นวิชาชีพและมีประสบการณ์มากขึ้นไม ่ใช่วิ่งตาม ซี เหมือนในอดีต แบ่งเป็น 4 ประเภท  ประกอบด้วย 1.ทั่วไป 2.วิชาการ 3.อำนวยการ และ4.บริหาร

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จะกำหนดลักษณะเงินเดือน “ขั้นต่ำ-ขั้นสูง” เพื่อความคล่องตัวในการกำหนดอัตราเงินเดือนของตำแหน่งต่างๆ ตามประเภท และความยากง่ายของตำแหน่ง และมีบทบัญญัติว่า ในการปรับปรุงอัตราเงินเดือน ที่ไม่เกินร้อยละ 10 สามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อทำให้การปรับเงินเดือนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพ โดยไม่ยุ่งยาก มีการมอบอำนาจกระจายอำนาจในการบริหารงานบุคคลลงไปในกระทรวง 2 ระดับ คือ ปลัดกระทรวงและอธิบดี โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะวางหลักเกณฑ์เป็นมาตรฐานให้อธิบดีและปลัดกระทรวงสามารถกำหนดระดับตำแหน่งและสายงานของตำแหน่ง โดยวิธีนี้จะสามารถแก้ปัญหาระดับตำแหน่งและความยากง่ายของงานรวดเร็วขึ้น และเป็นความรับผิดชอบของส่วนราชการ

“ก.พ.จะได้ไม่ถูกต่อว่า ที่ไม่สนับสนุนการปรับตำแหน่งหรือไม่ให้อัตรากำลัง เพราะก.พ. จะกำหนดกรอบไว้ และให้ส่วนราชการกำหนดการใช้อัตรากำลัง โดยมีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกรมและกระทรวงเกลี่ย และดูความเป็นธรรมภายใน”รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวและว่า นอกจากนี้จะมีการตั้ง “คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม” โดยให้ เลขาธิการก.พ. เป็นเลขานุการ โดยมีคณะกรรมการ 7 คน ที่มีคุณวุฒิดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ การอุทธรณ์เรื่องวินัย และความไม่เป็นธรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้กระบวนการบริหารงานบุคคลถูกถ่วงดุลด้วยคณะกรรมการนี้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในกระบวนเปลี่ยนแปลงระบบ ได้กำหนดบทเฉพาะกาล กำหนดระยะเวลา 1 ปี ที่จะให้ ก.พ. ทยอยปรับเรื่องตำแหน่ง และจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)โดยเร็ว

คุณหญิงทิพาวดี กล่าวอีกว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบันนี้ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาการวิ่งเต้นทั้งหมดไปได้ แต่กลับจะสามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น  หากอธิบดีบริหารงานบุคคลโดยไม่เป็นธรรมเล่นพรรคเล่นพวก ก็สามารถฟ้องร้องได้ และก.พ. ก็จะมีระบบในการตรวจสอบหลังมอบอำนาจไปแล้ว ซึ่งหากอธิบดีทำผิดจะถูกลงโทษทางวินัย ทั้งนี้เชื่อว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการแก้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่รวดเร็ว อีกทั้งให้อธิบดีและปลัดกระทรวงสามารถบริหารงานตามความรับผิดชอบที่ได้รับการสนับสนุน จึงมั่นใจ ว่าอธิบดี และปลัดกระทรวงส่วนใหญ่ จะพอใจและจะทำให้การบริหารงานในกระทรวงและกรมเร็ว กระชับขึ้น โดยส่วนรวมพ.ร.บ. ฉบับนี้ดี จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในภาครัฐมากขึ้น อีกทั้งยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณด้วย จึงคิดว่าเป็นพ.ร.บ.ที่ดีฉบับหนึ่ง

*********************************************************************************

ยกเลิกระบบ ‘ซี’ ข้าราชการ ให้ ‘ปลัดกระทรวง-อธิบดี’ ชี้ขาดตำแหน่ง ขรก.

(ข่าวประชาไท)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2550 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.... ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกระดับตำแหน่ง (ซี) คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า ถือเป็นการปฏิรูประบบราชการพลเรือนครั้งใหญ่ นำไปสู่การยกเลิกระดับตำแหน่งที่เรียกว่า ซี โดยจะมีการแบ่งลักษณะของตำแหน่งเพื่อสร้างความเป็นวิชาชีพให้ข้าราชการที่เมื่อมีความชำนาญสายอาชีพได้สร้างความเป็นวิชาชีพและมีประสบการณ์มากขึ้น ไม่ใช่วิ่งตามซีเหมือนในอดีต

 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การแบ่งรูปแบบใหม่จะมี 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ทั่วไป 2.วิชาการ 3.อำนวยการ และ 4.บริหาร ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะกำหนดลักษณะเงินเดือนขั้นต่ำ-ขั้นสูง เพื่อความคล่องตัวในการกำหนดอัตราเงินเดือนของตำแหน่งต่างๆ ตามประเภท และความยากง่ายของตำแหน่ง และมีบทบัญญัติว่า ในการปรับปรุงอัตราเงินเดือนที่ไม่เกินร้อยละ 10 สามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกา เพื่อทำให้การปรับเงินเดือนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพ โดยไม่ยุ่งยาก มีการมอบอำนาจกระจายอำนาจในการบริหารงานบุคคลลงไปในกระทรวง 2 ระดับ คือ ปลัดกระทรวงและอธิบดี โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะวางหลักเกณฑ์เป็นมาตรฐานให้อธิบดีและปลัดกระทรวงสามารถกำหนดระดับตำแหน่งและสายงานของตำแหน่ง โดยวิธีนี้จะสามารถแก้ปัญหาระดับตำแหน่งและความยากง่ายของงานรวดเร็วขึ้น และเป็นความรับผิดชอบของส่วนราชการ

 

คุณหญิงทิพาวดีกล่าวว่า ต่อไป ก.พ.จะได้ไม่ถูกต่อว่าที่ไม่สนับสนุนการปรับตำแหน่งหรือไม่ให้อัตรากำลัง เพราะ ก.พ.จะกำหนดกรอบไว้ และให้ส่วนราชการกำหนดการใช้อัตรากำลัง โดยมีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกรมและกระทรวงเกลี่ย และดูความเป็นธรรมภายใน

 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม โดยให้เลขาธิการ ก.พ.เป็นเลขานุการ โดยมีคณะกรรมการ 7 คน ที่มีคุณวุฒิดูแลรับเรื่องร้องทุกข์ การอุทธรณ์เรื่องวินัย และความไม่เป็นธรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้กระบวนการบริหารงานบุคคลถูกถ่วงดุลด้วยคณะกรรมการนี้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในกระบวนเปลี่ยนแปลงระบบ ได้กำหนดบทเฉพาะกาล กำหนดระยะเวลา 1 ปี ที่จะให้ ก.พ.ทยอยปรับเรื่องตำแหน่ง และจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเร็ว

 

"ร่าง พ.ร.บ.ฉบันนี้ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาการวิ่งเต้นทั้งหมดไปได้ แต่กลับจะสามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น หากอธิบดีบริหารงานบุคคลโดยไม่เป็นธรรม เล่นพรรคเล่นพวก ก็สามารถฟ้องร้องได้ และ ก.พ.ก็จะมีระบบในการตรวจสอบหลังมอบอำนาจไปแล้ว ซึ่งหากอธิบดีทำผิดจะถูกลงโทษทางวินัย"

 

คุณหญิงทิพาวดีเชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการแก้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่รวดเร็ว อีกทั้งให้อธิบดีและปลัดกระทรวงสามารถบริหารงานตามความรับผิดชอบที่ได้รับการสนับสนุน จึงมั่นใจว่าอธิบดีและปลัดกระทรวงส่วนใหญ่จะพอใจ และจะทำให้การบริหารงานในกระทรวงและกรมเร็ว กระชับขึ้น โดยส่วนรวมร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ดีจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในภาครัฐมากขึ้น อีกทั้งยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณด้วย จึงคิดว่าเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่ดีฉบับหนึ่ง 

 

นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ใช้เวลา 3-4 ปี ในการร่าง ตั้งแต่คุณหญิงทิพาวดีดำรงตำแหน่งเลขาฯ ก.พ. ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้พิจารณา โดยคาดว่าจะสามารถผ่านการเห็นชอบก่อนสิ้นอายุของ สนช.ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะมีเวลาในการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบใหม่ภายในเวลา 1 ปี ตามที่บทเฉพาะกาลระบุ จึงคาดว่าจะสามารถใช้ระบบใหม่ทั้งหมดได้ก่อนสิ้นปี 2551

 

"การปรับระบบนี้ จะไม่ทำให้ทุกคนเสียสิทธิ์หรือได้สิทธิ์ แต่จะเป็นการเปลี่ยนถ่ายทั้งระบบ ให้ตรงกับความเป็นจริงและทันสมัย"

 

นายปรีชากล่าวอีกว่า กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ข้าราชการอายุ 60 ปี สามารถต่ออายุต่ออายุราชการไปได้ถึงอายุ 65 ปี ในตำแหน่งประเภททั่วไป ผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่มีทักษะพิเศษ ที่ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา สามารถขยายอายุราชการได้ ซึ่งจะมีรายละเอียดเรื่องนี้ออกมาอีกครั้ง

 

ด้านนายณัฐฐวัฒน์ สุทธิโยธิน ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญคือ ให้มีข้าราชการพลเรือน 3 ประเภท คือ 1.ข้าราชการพลเรือนสามัญ 2.ข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ และ 3.ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ โดยกำหนดตำแหน่งและระดับของข้าราชการพลเรือนเป็น 4 ระดับ

 

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา การบรรจุ การแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการพลเรือนสามัญ และกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มพูนประสิทธิภาพ เสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ กำหนดจรรยาของข้าราชการพลเรือนสามัญ หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือนและนำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนเงินเดือน หรือสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับการพัฒนา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังน่าสนใจตรงข้อ 1.12 กำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญจะมีในส่วนราชการใดจำนวนเท่าใด และเป็นตำแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด ให้เป็นไปตามที่ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีกำหนด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด และต้องเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งซึ่ง ก.พ.เป็นผู้จัดทำ โดยจำแนกตำแหน่งเป็นประเภทและสายงานตามลักษณะงาน และจัดตำแหน่งในประเภทเดียวกันและสายงานเดียวกันที่คุณภาพของงานเท่ากันโดยประมาณเป็นระดับเดียวกัน และในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ระบุชื่อตำแหน่งในสายงาน หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งไว้ด้วย (ร่างมาตรา 46 และมาตรา 47)

...........................

ที่มา: เว็บไซต์ไทยโพสต์

*************************************************

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
อธิฏฐาน วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
..จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา..


ขอบคุณมากค่ะ กำลังหาอยู่พอดีเลย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ทรรศนะสำคัญทางการศึกษาของคนรุ่นใหม่

ดร.ดนัย เทียนพุฒ ให้สัมภาษณ์ในงานวันรับปริญญา เกี่ยวกับข้อคิดสำคัญ หรือทรรศนะ สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่คิดจะเรียนหรือเรียนอยู่เพื่อ อนาคตที่สดใสสวยงาม

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



คุณลักษณะความสามารถที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจไทย
วิสัยทัศน์ธุรกิจ เช่น ภาวะผู้นำ คิดการณ์ไกล กล้าเสี่ยง เฉลียวฉลาดทางธุรกิจ
20 คน
ความสามารถด้านไฮเปอร์ เช่นสนองตอบในทันที มุ่งผลสำเร็จ กระหายต่อการทำธุรกิจ
0 คน
การพัฒนาทีมธุรกิจ เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างทีมงาน แสวงหาความรู้ใหม่
6 คน
ทักษะด้านการบริหาร เช่น จัดการคน จัดองค์กร การเงินและการควบคุม
4 คน
ความสามารถด้านนวัตกรรม เช่น ความคิดริเริ่ม ความยืดหยุ่น การปรับปรุงวิธีทำงานใหม่
7 คน
คุณลักษณะส่วนตน เช่น ความซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นในตนเอง
5 คน
สำคัญเท่า ๆ กันทุกด้าน
25 คน
ไม่เห็นด้วยทั้งหมด
2 คน

  โหวต 69 คน