ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาผู้เขียนมีความจำเป็นต้องไป สิงคโปร์ อยู่ตลอดเวลาทั้งการไปเที่ยว การศึกษา หรือ ภารกิจด้านการงาน ซึ่งอาจจะไป ปีหนึ่ง 2-3 ครั้ง แต่ในระยะหลัง ๆ แทบจะน้อยหน่อย เพียง ปีละครั้ง ปีที่แล้วได้ไปมาแต่ไม่ค่อยน่าสนใจและดูเอาเปรียบประเทศเรายังไงยังงั้น ตอนที่ผู้เขียนจะไปออสเตรเลีย ได้มาต่อ Flight ที่สิงคโปร์จึงถือโอกาสเข้าไปดูอะไรบ้างแต่ที่สำคัญ คือไปหาหนังสือถูกใจไว้อ่าน
หลังจากนั้นก็ลืมที่จะไปเลยมานึกอีกทีพอมีเวลา จะไปเพราะบินฟรีก็ปีกว่าแล้วจึงตัดสินใจไปเมื่อ 14-16 ก.ค.50 ที่ผ่านมาครับ
สิ่งที่เปลี่ยนไปของ สิงคโปร์
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสิงคโปร์กำลังปรับปรุงสิ่งต่างๆ เนื่องจากต้องการรองรับการท่องเที่ยวในปีหน้าที่บ่อนบนเกาะ เซนโตซ่า จะสร้างเสร็จ (ได้ปรับเกาะเซนโตซ่าใหม่ให้เป็น Resort รองรับด้วยแล้ว) หรือ เพราะอัตรากากรเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มาก ถึง 7-8 % และไม่มีพวกนักการเมืองที่คิดถึงตัวเองทำลายประเทศแบบประเทศใกล้ๆ เขาทำอยู่ทุกวัน -สิงคโปร์ ได้มีการปรับปรุง ตึก ห้างสรรพสินค้าใหม่ บริเวณถนน Orchard ใหม่หลายแห่ง และ ผู้ที่ลงทุน ในเมืองไทยรู้จักดีคือ Capitaland (นักลงทุนรายใหญ่) -สิ่งที่สะดุดตาผู้เขียนมากคือ การสร้าง ชิงช้าสวรรค์ แบบ London eye
-ช่วงที่ไปเป็นเทศกาล ทั้งเกาะคือลดราคา ต้องดูดี ๆ ครับมิฉะนั้นไม่ได้ของถูก และมีเทศกาลอาหารพอดีด้วย คนสิงคโปร์มีพฤติกรรมการใช้จ่าย มากทีเดียวทั้ง Shopping การออกมาทานอาหารนอกบ้าน แต่รถไม่ติดนะ รวมถึงที่ฮิต ๆ กัน
ในด้านสุขภาพ หรือ Fitness ขาดไม่ได้คือ สปา น่าคิดมากโดยเฉพาะ สปาที่นั่น เป็นการทำโดยอาศัย Royal Thai Spa มาโฆษณา สนนราคา ดีทีเดียวครั้งแรก 38 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 8-900 บาท ครั้งต่อไปนึกเอาแล้วกันครับ อยู่ที่ Paragon ชั้น 6 ในสิงคโปร์
การตลาดที่นี่ ใช้ New Media
บางครั้งต้องยอมรับว่าการตลาดที่นี่พัฒนาสูง และ หลาย ๆครั้งที่ผู้เขียนหยิบเอามาใช้ในเมืองไทย -การโฆษณาที่นี่จะใช้ New Media มีให้เห็นค่อนข้างมากโดยเฉพาะ In-Store Media Flat-TV Advertising : รูปแบบการใช้สื่อโฆษณาของ ทีวีจอแบน หรือ ร้านค้าทั่วไป ก็เปิด VDO ผ่าน จอโฆษณา เป็นส่วนใหญ่ทั้งร้านขายข้าวแกงตาม Food Center โดยเฉพาะบริเวณที่ดัง ๆ ใหญ่โตมีนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ เช่น ในสนามบินชางฮี จะใช้จุดหรือ บริเวณประตู โฆษณาด้วย ทีวีจอแบบ แต่ดีกว่าบ้านเรา หรือ ในห้างสรรพสินค้าจะมีลักษณะการใช้สื่อที่น่าสนใจคือ การใช้ Flat-TV ณ จุดชำระเงินบริเวณ แคชเชียร์
Reflection on Surface Advertising : โฆษณาสะท้อนบนพื้นผิว 1) การนำ VDO ฉายผ่าน LCD มายังกระจกเคลือบผิวใสบาง ให้เห็น VDO การเดินแฟชั่น สินค้า ณ จุดขาย ของสินค้ายี่ห้อนั้น 2) การยิง VDO ผ่าน LCD ทำมุมหักเหกับกระจกเงา แล้วสะท้อนลงพื้น ให้เห็น โฆษณาสินค้า ที่บริเวณพื้น ไม่ใช่ เป็นStatic Ads โดยปิดลงบนพื้นแบบบ้านเราแต่ เป็น Movement Row-Hang Pick up Advertising : โฆษณา บนราวแขวน ของรถไฟฟ้า เป็นลักษณะของการโฆษณา โดยทำเป็นแบบแขวงที่ราวจับของรถไฟฟ้า ซึ่งผู้ดดยสารสามารถหยิยโฆษณาชิ้น นั้น ๆ ไปดูได้ค่อนข้างดีครับเพราะไม่ใหญ่มา หยิบติดตัวไปได้ (ผมหยิบมาถ่ายรูปจำนวนมากทีเดียว)
-Street Promotion ต้องยอมรับที่สิงคโปร์ นั้นถนัด ในด้าน การส่งเสริมการขายบนท้องถนนสูงมาก เพราะไม่ว่าจะไปกี่ครั้งจะเจอ การส่งเสริมการขาย แบบนี้อยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เริ่มมีเข้ามาคือ การร้องเพลงแบบ วณิพก จะมีมากขึ้น และอุปกร์ ที่ใช้จะเป็น อีเลคโทน หรือ วงดนตรีแบบต่างประเทศ แต่งชุดดูดี และไม่ดีก็มี ขณะเดียวกันร้าน เพชร ยังมาทำบูธ บนทางเดินซื้อขายกันแบบสินค้าทั่วไป
-ความเจริญเข้ามาแหล่งความรู้หายไป สิ่งที่แปลกใจมาก ๆ สำหรับผู้เขียนคือ แต่ก่อนที่มาสิงคโปร์จะชอบมากเพราะ ได้มาซื้อหนังสือ ราคาถูกและเร็วกว่าบ้านเรา พอในระยะหลัง เริ่มพบว่า ร้านหนังสือ นำ ๆ เช่น MPH Times WHSmith เริ่มหายไป หรือ บางศูนย์การค้าปิดไปเลยก็มี หรือ ถูกย้ายไปอยู่ชั้น ใต้ถุน ลดพื้นที่ ครั้งนี้ แทบจะผิดหวัง เพราะมีให้เดินดูน้อย ซึ่งตรงกันข้ามกับบ้านเรา มีร้านมากมายขายหนังสือ สมมติฐานใยเรื่องนี้ผุ้เขียนคิดเดาเอาว่า - คนสิงคโปร์ ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น หรือ อ่านสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นความรู้ทางออนไลน์ ซื้อทางออนไลน์ จึงไม่มาที่ร้านหนังสือ เพราะราคาจะถูกกว่ามาก (บ้านเราค่าจัดจำหน่ายหนังสือ อยู่ที่ประมาณ 40-50% ของราคาปกจึงทำให้หนังสือแพงเกินไปโดยที่รัฐบาลไม่เคยมาดูในเรื่องนี้เลย คนของเราจึงไม่มีความรู้ เพราะขาดสตางค์ที่จะไปตามความรู้ใหม่ของโลก) -หรือ การที่รัฐบาลสิงคโปร์ใช้วิธีการด้วยการสร้างห้องสมุดทันสมัยจำนวนมาก แล้วซื้อหนังสือจำนวนมากเข้าห้องสมุด ทำให้หาอ่านจากห้องสมุดได้จึงทำให้ร้านหนังสือขายไม่ดี หรือ ลดพื้นที่การให้บริการ
วันนี้สิงคโปร์ก้าวไปค่อนข้างมาก เห็นแล้วอดสูใจกับนักการเมืองบ้านเรา ยิ่งรัฐบาลเก่าแก่ เพ้อฝันกับสังคมอุดมคติ ไม่รู้ว่าลูกหลานเรา จะไปอยู่ที่ไหนในโลก เพราะพื้นที่ ๆ ที่อยู่นี้มีจริงแต่นอกประเทศก้าวเข้าไปยืนไม่ได้
ดร.ดนัย เทียนพุฒ Dr.Danai Thieanphut Managing DirectorDNT Consultants
*New Business Knowlegde Network By Dr.Danai Thieanphut
1. New Business Management
2. Family Business
3. สถาบันการจัดการความรู้แห่งประเทศไทย
4. DNTConsultants Training Program
5.The travel
6.X-treme Marketing