วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม 2551
เขตการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น
Posted by
DrDanai
,
ผู้อ่าน : 340
, 14:58:50 น.
| หมวดหมู่ :
ประเทศไทยจงเจริญ
พิมพ์หน้านี้
| โหมโรงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น | ตีฆ้องร้องป่าวให้คนไทยทั้งประเทศได้ทราบทั่วกันว่าสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้สร้างเขตการค้าเสรีแห่งใหม่กับประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนเมื่อรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศและรัฐมนตรีกระทรวงการค้า และ อุตสาหกรรมญี่ปุ่นได้ลงนามในข้อตกลง Asean-Japan Comprehensive Economic Partnership (AJCEP) ณ กรุงโตเกียวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ข้อตกลงเอเจเซป ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะด้านการค้าระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงด้านการลงทุน ภาคบริการ และโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างไปจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ที่เน้นเฉพาะด้านการค้าเพียงประการเดียว (แต่เพียงเท่านั้นก็ยังทำให้สินค้าราคาถูกจากประเทศจีนหลั่งไหลเข้ามายังประเทศไทยและสมาชิกอาเซียนอื่นๆจนนับกันแทบไม่หวาดไหว)
เงื่อนไขในข้อตกลงเอเจเซปในส่วนของการค้าระบุไว้ว่า ญี่ปุ่นจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้า 93% ของรายการสินค้าทั้งหมดจากอาเซียนภายในระยะเวลา 10 ปีหลังจากข้อตกลงเอเจเซปมีผลบังคับใช้ ส่วนประเทศสมาชิกอาเซียนชั้นนำ 6 ประเทศได้แก่บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ ไทยจะยกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า 90% จากประเทศญี่ปุ่นภายในระยะเวลา 10 ปี ขณะที่เวียดนามจะยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น 90% ภายใน 15 ปี ส่วนลาว กัมพูชา และ พม่าจะยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นภายใน 18 ปี แต่ครอบคลุมสินค้าเพียง 85%
ทั้งนี้สินค้าเกษตรหลายรายการ เช่น ข้าว น้ำตาล และผลิตภัณฑ์นมไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการลดภาษีตามข้อตกลงเอเจเซปแต่อย่างใด
นายอากิรา อามาริ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า การเปิดเสรีการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียนจะช่วยยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นจาก 1.1 ล้านล้านเยนต่อปี ไปอยู่ในระดับ 2 ล้านล้านเยนต่อปี และเชื่อมั่นว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมายังอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ด้านดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า "ด้วยข้อตกลงเอเจเซปที่มีผลบังคับใช้กับประเทศสมาชิกอาเซียนในภาพรวมจะสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจของญี่ปุ่นที่ได้เข้ามาลงทุนในอาเซียนเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น โตโยต้า มิตซูบิชิ และ โซนี่" ขณะเดียวกันก็คาดหมายว่าเอเจเซปยังจะช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพิ่มมากขึ้น เพราะที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นได้ใช้โอกาสจากช่องทางเขตการค้าเสรีระดับทวิภาคีกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพิ่มมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมายังอาเซียนในช่วงปี 2545-2549 จนอยู่ในระดับ 30,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว
ผู้ผลิตสินค้าของญี่ปุ่นที่เปิดโรงงานในประเทศสมาชิกอาเซียนจะสามารถประหยัดต้นทุนการผลิตได้อีกส่วนหนึ่ง เช่นกรณีของผู้ผลิตโทรทัศน์จอแบนของญี่ปุ่นที่เข้ามาเปิดโรงงานในอาเซียนจะมีต้นทุนต่ำลงจากการยกเว้นภาษี 40% ในการนำเข้าวัตถุดิบหลักจากประเทศบ้านเกิดเพื่อผลิตโทรทัศน์จอแบนจำหน่ายในอาเซียน
ในอีกมุมหนึ่งเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอเจเซปนั้นได้ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นของผู้ผลิตในประเทศสมาชิกอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกฏเกณฑ์แหล่งกำเนิดสินค้า ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถขยายพื้นที่การหาแหล่งผลิตวัตถุดิบจากประเทศสมาชิกอาเซียน และส่งไปขายยังประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเสียภาษี เพิ่มโอกาสจากเดิมที่เงื่อนไขเอฟทีเอระดับทวิภาคีของประเทศสมาชิกอาเซียนกับญี่ปุ่นกำหนดแหล่งวัตถุดิบต้องมาจากในประเทศเท่านั้น
อย่างไรก็ตามข้อตกลงเอเจเซปยังไม่มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์จนกว่าประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างน้อยหนึ่งประเทศและญี่ปุ่นได้ดำเนินการขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกิจการภายในประเทศ (เช่นการนำเสนอต่อรัฐสภา และกระบวนการให้การรับรอง) เสร็จสิ้นเสียก่อน และแจ้งให้อีกฝ่ายทราบจึงจะมีผลบังคับใช้ภายในวันแรกของเดือนที่ 2 หลังการแจ้งดังกล่าว
|
|