วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2550
สุนัข..... เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง
Posted by
พาโตราชู
,
ผู้อ่าน : 285
, 01:22:56 น.
พิมพ์หน้านี้

พรทิพย์-พอลทีฟ หลานรัก...ของป้าเนี่ย สมัยยังเด็กและอยู่ต่างจังหวัด ได้มีโอกาสเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้เลี้ยงไว้ในบ้านเหมือนสุนัขพันธุ์ฝรั่งที่ต้องการความทนุถนอมเป็นพิเศษ ไม่ทนแดดทนฝนเหมือนสุนัขไทย อาหารที่เลี้ยงก็เป็นอาหารง่าย ๆเจ้าของรับประทานอะไรเจ้าหมาหน้าไทย ๆก็จะได้กินอย่างนั้นเอามาคลุกข้าวใส่กาละมัง บางบ้านสุนัขไม่ต้องคลุกอะไรให้มันยุ่งยากแค่ให้ข้าวเปล่า ๆเจ้าหมามันก็กิน จากนั้นมันก็ไปวิ่งเล่นตามประสาหมาหมา ที่บ้านเราได้ผ่านการเลี้ยงเจ้าหมาพันธุ์ไทยมาประมาณ 3 - 4 ตัว จากที่เก็บมาเลี้ยงบ้าง มีคนให้มาบ้าง และคนที่ผูกพันกับเจ้าหมานอกจากสมาชิกคนอื่นในบ้านก็คือ " พ่อ "
ครั้งหนึ่งหมาที่เราเลี้ยงไว้ได้ตายลงไป 1 ตัวชื่อ " เจ้ามันนี่ " ในต่างจังหวัดก็คงไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมาก อีกทั้งเราอยู่กันในบ้านกลางสวนมีบริเวณบ้านมากพอจึงได้ฝังมันไว้ริมรั้วท้ายบ้าน แต่เรื่องของเรื่องก็คือว่าพวกเราได้เห็นพ่อเสียใจกับการจากไปของ "เจ้ามันนี่ "เอาธูปไปปักที่หลุมฝังศพ "เจ้ามันนี่ "ด้วย และพ่อได้มาบอกให้ลูก ๆ เอาธูปไปปักเช่นกัน แต่ด้วยเรายังเด็กและไม่รู้สึกผูกพันกับ "เจ้ามันนี่ " มากนัก เราก็จะรู้สึกแปลกๆที่ทำไมต้องทำตามที่พ่อบอกด้วย มันประหลาดไปไหมที่ต้องเอาธูปไปปักให้เจ้าหมาน้อยเหมือนที่ทำกับคน แต่พอได้มาย้อนคิดในภายหลังทำให้รู้ว่า เหตุที่พ่อรู้สึกเศร้าใจและอาลัยต่อการจากไปของ "เจ้ามันนี่ " นั้นมีที่มา เนื่องจากครั้งหนึ่งครอบครัวของเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะพ่อกับแม่ได้แยกทางกันแล้วแม่ได้พาลูกๆ 3คนไปอยู่ด้วยที่บ้านเดิมของตากะยาย ทำให้พ่อซึ่งมีความรักต่อเรา3คนพี่น้องเช่นกันแต่เมื่อไม่สามารถประคองชีวิตครอบครัวให้อยู่พร้อมหน้ากันได้ ก็ต้องยอมให้ลูกไปอยู่กับแม่ ส่วนพ่อก็ยังคงอาศัยอยู่บ้านสวนของเราเพียงลำพังโดยมี "เจ้ามันนี่ "อยู่เป็นเพื่อนพ่อมาโดยตลอดระยะเวลาหลายเดือน "เจ้ามันนี่ "กับพ่อคงได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขและเป็นเพื่อนยามเหงาที่พ่อต้องห่างจากลูกทั้ง 3 คนไป จึงทำให้พ่อผู้พันกับ "เจ้ามันนี่" เป็นพิเศษ จนเมื่อลูกๆได้กลับมาอยู่ในความดูแลของพ่ออีกครั้ง และเมื่อเจ้าหมาที่เป็นเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของพ่อต้องจากไป ภาพที่พ่อฝังหลุมศพมันด้วยตัวเองพร้อมกับปักธูปที่หลุมศพจึงทำให้รู้ว่า ความรักระหว่างคนกับสุนัขมันช่างยิ่งใหญ่เกินบรรยายจริง ๆ จนกระทั่งเราได้มีโอกาสมาอยู่กรุงเทพได้เลี้ยงน้องหมา 1 ตัว พันธุ์ชิสุห์ " ชื่อพาโตราชู " เราเลี้ยงหมาน้อยได้แค่ 4 เดือน หมาน้อยก็เสียชีวิตด้วยโรคลำไส้อักเสบ เราจึงได้รู้ซึ้งถึงจิตใจพ่อในวันนั้น ว่าทำไมพ่อถึงเศร้าใจและอาลัยต่อการจากไปของ " เจ้ามันนี่ " เพราะแค่เราให้ข้าวให้น้ำเล่นหยอกล้อพาไปเที่ยวกินนอนกับ " พาโตราชู " เพียงแค่ 4 เดือน ยังรู้สึกเสร้าใจนานถึง 2 ปี กว่าจิตใจจะเริ่มรู้สึกดีขึ้น แต่พ่อได้ร่วมทุกข์สุขกับ "เจ้ามันนี่ "มานานหลายปีจะรู้สึกเศร้าใจมากเพียงไหน
หลังจากนั้นไม่นานบ้านเราก็มีสุนัขตัวใหม่พ่อบอกว่า เป็นหมาที่ครูในโรงเรียนเขาให้มาเป็นหมาสีดำพันธุ์ไทยเช่นเดิม เราตั้งชื่อมันว่า "เจ้าทุเรียนกวน " เจ้าหมาตัวนี้ต่างจากหมาตัวอื่น ๆที่เคยเลี้ยง เพราะว่าที่ผ่านมาหมาที่บ้านจะค่อนข้างเชื่องใครเข้ามาหรือผ่านหน้าบ้านมันจะไม่เห่าไม่ดุร้าย แต่สำหรับ " เจ้าทุเรียนกวน " จะเป็นหมาที่คอยเห่าคนแปลกหน้าที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ถ้าคนที่เข้าออกบ้านเราบ่อย ๆมันจะไม่ค่อยเห่า ดังนั้นความปลอดภัยในบ้านถ้า "เจ้าทุเรียนกวน "สบายใจหายห่วง ทุกเช้า " เจ้าทุเรียนกวน " จะมีภารกิจหลักคือเดินตามพ่อที่ปั่นจักรยานไปสอนหนังสือโรงเรียน พอตอนเย็นก็กลับมาส่งพ่อที่บ้าน จากนั้นก็จะไปท่องเที่ยวพเนจรครู่หนึ่งแล้วหัวค่ำจึงกลับมากินข้าว ภาพที่ครูอาวุโสคนหนึ่งมีหมาสีดำวิ่งตามจึงเป็นที่คุ้นตาของคนในระแวกนั้น
แล้ววันที่ครอบครัวของเราต้องสูญเสียบุคคลที่รักที่สุดของเราก็มาถึง เมื่อ "พ่อ " เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลประจำอำเภอจากโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แต่สิ่งที่สังเกตได้จากพฤติกรรมของ "เจ้าทุเรียนกวน " จากที่เคยเป็นหมาเจ้าถิ่นดุเห่าเวลามีคนแปลกหน้ามาบ้านของเรา เช้าวันนั้น " เจ้าทุเรียนกวน " องครักษ์ประจำตัวพ่อหงอยเศร้านอนนิ่งเหลือบตาไปมา ไม่ยินดียินร้ายกับคนจำนวนมากที่มาช่วยจัดการงานศพที่บ้าน แม้แต่คนบ้าขี้เมาประจำประจำย่านนั้นที่เดินเข้ามาขอเคารพศพพ่อด้วย " เจ้าทุเรียนกวน " ก็ไม่ใส่ใจ เพราะถ้าเป็นยามปกติเขาจะไม่มีโอกาสย่างกรายแม้แต่เฉียดรั้วบ้านได้แน่ๆ นี่ก็เป็นสัญญานอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้ว่า เจ้าหมาที่เราเลี้ยงดูอยู่ทุกวันมันรู้สึกรักและผูกพันกับเรามาก ไม่ต่างจากการยอมเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ในบ้าน
พรทิพย์- พอลทีฟ ของป้าเนี่ย !! ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหมาด ๆ เมื่อเช้าวันนี้ ป้าของหมาน้อยเกิดปวดท้องอย่างแรงด้วยอาการของโรคกระเพาะอักเสบ ทานยาเคลือบกระเพาะแล้วก็ยังไม่หายเหมือนเสาเหตุเกิดจากทานอาหารไม่เป็นเวลา แล้วเมื่อคืนรับประทานแกงส้มปักษ์ใต้แสนอร่อยของ " พี่อ๋อย " ไปเยอะ มันทั้งเผ็ดทั้งอร่อย ผลคือตอนเช้าปวดท้องซะงั้น ก็นอนพักแบบหลับ ๆตื่น ๆอยู่คนเดียว เพราะวันนี้แม่หมาน้อยไม่อยู่ต้องออกไปธุระตั้งแต่ 9 โมง ขณะที่ป้าหมาน้อยปวดท้องอยู่นั้น เวลา 7โมงเศษ เป็นเวลาที่หมาน้อย " พรทิพย์-พอลทีฟ ของป้าเนี่ย " จะต้องแวะมามอร์นิ่งคิสป้าทู้กกกกกกวัน เจ้าหมาน้อยวันนี้มาแปลกป้าอยู่ไหนก็อยู่ด้วย บางครั้งก็ปีนมานอนข้าง ๆไม่ยอมไปไหน เหมือนรู้ว่าป้าไม่สบาย ปกติแม่หมาน้อยออกไปนอกบ้านเขาจะต้องไปนอนเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านรวมกับมะหมาอีก 3 ตัว แต่วันนี้ป้านอนปวดท้องเขาก็อยู่เป็นเพื่อนตลอด ป้าเดินไปหายามากิน เดินไปดื่มน้ำ ไปหายามาดม เดินไปรับโทรศัพท์ กลับมานอน หมาน้อยจะเดินตามเป็นเพื่อนตลอด ทำให้ได้ความรู้สึกว่าหรือน้องหมามีสัญชาตญาณพิเศษ รู้ว่าในวันนี้ป้าปวดท้องจนมือชาแทบเป็นลม แต่มันไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากนอนเป็นเพื่อนป้า ปกติก็ต้องให้อาหารหมาน้อย " พุดเดิ้ล 4 ตัว " เวลาประมาณ 10โมงเช้า แต่วันนี้ 11 โมงป้าก็ยังไม่ได้ให้อาหารใครเลย แถมตัวเองก็ดูจะเอาตัวเองไม่รอด ระหว่างนั้นนอนปวดท้องไปหลับไป ( มะหมา พรทิพย์ - พอลทีฟ นอนเป็นเพื่อนข้าง ๆ) จนกระทั่งตื่นมาตอนเที่ยงรู้สึกว่าอาการปวดท้องอย่างทรมานทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง ป้าก็เลยตื่นแล้วเรียก " พอลทีฟ " เพื่อไปเอาอาหารให้หมาน้อยกินกัน ขณะเดียวกันก็ได้รับความรู้สึกอบอุ่นตามมาด้วยว่า ขณะเรานอนป่วยหมาน้อย " พรทิพย์ -พอลทีฟ หลานรักของป้าเนี่ย " ก็ได้มานอนอยู่ข้าง ๆตลอด อย่างที่เขาว่ากันสุนัขมันเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากเวลาปกติมันจะมาประจบมาเล่นให้เราหายเหงา มาเห่าเสียงดังทะเลาะกัน 4 ตัวเวลาหวงเจ้าของ คอยเห่าเวลาคนแปลกหน้ามาปรากฏตัวหน้าบ้าน แต่เวลาเราไม่สบายมันก็มาอยู่ข้าง ๆเรา ทำให้เรารู้สึกวไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก มันช่างเป็นสุดยอดของเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์ที่ดีที่สุดจริง ๆ  
หมาน้อย...พอลทีฟ |
|