พิมพ์หน้านี้
|
ทาดาโอะ อันโด ทาดาโอะ อันโดะ เกิดที่เมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศมาแต่ครั้งโบราณ จากการที่เขาเติบโตขึ้นมาในย่านชุมชนที่เต็มไปด้วยโรงงานเล็กๆ เค้าถูกเลี้ยงดูมาโดย คุณปู่และคุณย่าตั้งแต่เด็กจนโต จึงค่อนข้างจะมีระเบียบวินัย และ ความรับผิดชอบ เนื่องจากที่ได้ผู้สูงอายุเป็นผู้เลี้ยงดูทำให้ได้รับอิสระในการใช้ชีวิตในวัยเด็กต่อมาช่วงปลายวัยรุ่นของเขา เขาได้ให้ความสนใจกับการชกมวยเป็นอย่างมากถึงขนาดไปขึ้นชกจนได้ใบประกาศรับรองความเป็นนักชกอาชีพเรียบร้อยก่อนที่จะเรียนจบมัธยมปลาย[1] หลังจากที่เรียนจบแทนที่เขาจะมุ่งหน้าชกมวยอย่างจริงจังแต่เขากลับเลือกที่จะทำงานเป็นพนักงานเขียนแบบในสำนักงานสถาปนิกแห่งหนึ่งในวัย 20 กว่าๆช่วงทศวรรษ 1960s ซึ่งเขา ทำการศึกษาการเขียนแบบด้วยตัวเอง รวมทั้งทำการ ท่องเที่ยวไปทั่วประเทศ และทั่วโลก เคยมีคนสัมภาษณ์ทาดาโอะ อันโด ชื่อ Sanghyun Lee ว่า so has this spiritual journey continued?และทาดาโอะ อันโดก็ตอบว่า Indeed, traveling to me is a spiritual journey because whenever I visit a place, I always take time to contemplate its history and culture. When I come across a new world, I ponder its meaning and look for answers to things I do not understand, I am always thinking about the next new things I will see.[2] การที่ทาดาโอะ อันโดได้เดินทางไปเกือบทั่วโลก เพื่อทำการศึกษางานด้านสถาปัตยกรรมต่างๆในที่ต่างๆและจากบทสัมภาษณ์ทำให้เราได้เข้าใจว่าตัวทาดาโอะ อันโด เองนั้นก็เข้ากับทฤษฎี ประสบการณ์[3] ( Experience Theory ) ของ จอห์น ดิวอี้ ( John Dewey ) ที่ว่าด้วยเรื่องของการเลือกแสดงออก โดยอาศัยปัจจัยอื่นเข้าเช่น ความสามารถในเชิงช่าง วิจารณญาณที่ดีทางศิลปะ ผลงานของทาดาโอะ อันโดทั้งหมดที่ได้ทำงานมาหรือการนำเสนองานนั้นมีทั้งหมด 133 ผลงาน และผลงานที่มักถูกยกหรือกล่าวถึงเสมอก็มีอยู่หลายชิ้นงานด้วยกันเช่น บ้านTomishima House, Osaka, Japan, 1973 และหากเป็นงานที่ต่างประเทศได้แก่ Modern Art Museum of Fort Worth, Fort Worth, Texas, 2002[4] ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเค้าเองก็ได้รับรางวัลมามากมายเช่น Annual Prize (Row House, Sumiyo shi) , Architectural Institute of Japan, 1979 (ชิ้นแรกที่ได้รับ), AIA Gold Medal, American Institute of Architects (AIA), 2002 (ชิ้นแรกที่ได้รับ),และถูกรับเชิญให้เป็นที่ปรึกษาหรืออาจารย์ของมหาวิทยาลัยเยล(Yale University ,1962 ) [5] ทั้งยังสถาบันการศึกษาต่างๆด้วย เมื่อไม่เกิน10 ปีที่ผ่านมาเค้าเองก็ได้มาเมืองไทยด้วยเช่นกัน ในงานสถาปนิกประจำปี ผลงานต่างๆที่ ทาดาโอะ อันโด ได้สร้างไว้มีถึง 133 ผลงานนั้น ในวิชา สุนทรียศาสตร์สำหรับนักออกแบบ ( AESTHETICS FOR DESIGNERS ) ขอเลือกผลงาน1 ชิ้น คือ Church of the Light หรือ วิหารแห่งแสง เพื่อทำการวิเคราะห์ นอกจากวิหารแห่งแสงแล้วนั้นยังมีวิหารแห่งลม และวิหารแห่งน้ำ เหตุผลที่เลือกการวิเคราะห์ด้วยหลักของวิชา สุนทรียศาสตร์นั้น เพราะวิหารแห่งแสง มีขนาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับอาคารวิหารอื่นๆ ทั้งที่เป็นอาคารขนาดเล็กแต่ให้ความรู้สึกของการทรงอยู่ของพระเจ้านั้นชัดเจน พื้นที่ ( space ) ที่มีขนาดไม่ใหญ่แต่กลับให้ความรู้สึกเมื่อเข้ามาในตัวอาคารแล้วนั้นกลับชัดเจนและอัศจรรค์กับพื้นที่ที่มีอยู่
รูปภายในของวิหารแห่งแสง
วิหารแห่งแสง เป็นอาคารทางศาสนาที่ถูกสร้างขึ้นมีรูปทรงของอาคารเป็นสี่เหลี่ยมผื้นผ้าจากการวิเคราะห์ตัวรูปทรงของแปลนตัวอาคารไม่ได้เกิดจากการขึ้นด้วยระบบgoldensection ที่ว่าด้วยเรื่องสัดส่วน 1:1.186 จากบทความที่ได้ทำการศึกษาในเรื่องของการวางผังของตัวอาคารทำให้ได้ร็ว่าการจะทำให้เกิดพื้นอันยิ่งใหญ่นั้นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนของอารมณ์ของการเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่ที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้ โดยใช้เส้นทาง2ข้างทางในการเปลี่ยนอารมณ์ เส้นทางที่ได้ถูกเตรียมไว้นั้นหากดูจากแปลนที่ถูกออกแบบไว้มีการออกแบบให้มีลักษณะปีบเข้าทำให้เกิดความรู้อึดอัดและเมื่อถึงพื้นที่ก็จะเกิดอารมณ์ที่ผ่อนคลาย ทำให้สัมผัสได้ถึงอารมณ์ของพื้นที่นั้นๆ ไม่เพียงแต่วิหารแห่งแสงเท่านั้นที่มีการส่งอารมณ์แบบนี้ จากการเปรียบเทียบกับผลงานอื่นๆเช่นวิหารแห่งลมหรือวิหารแห่งน้ำ[7] นั้นจัดให้มีทางเดินที่ทอดยาวเช่นเดียวกันเข้าใจว่าทาดาโอะ อันโด นั้นก็ได้รับแรงบันดาลใจในเรื่องของการวางผังเพื่อให้มุมมองนั้นเปลี่ยนมาจาก เลอ คอร์บูซิเอร์ [8]( Le Corbusier ) ก็เป็นได้นอกจากนั้นทุกครั้งที่ทาดาโอะ อันโดได้ได้มีการวางผังเค้ามักจะคำนึงถึงหลายสิ่งด้วยกันเช่นเรื่องของบริบทของสภาพแวดล้อมและคนที่อาศัยหรือผู้ที่มาใช้พื้นที่ของอาคาร รูปโบสถ์ลองซอง ของ เลอ คอร์บูซิเอร์ สีที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นภายในตัวอาคาร หรือภายนอกอาคาร ทาดาโอะ อันโด นั้นนิยมที่จะใช้สีจากวัสดุจากะรรมชาตินั้นจริงๆเช่น ในการออกแบบบ้านหลังแรกของเค้า(Tomishima House, การที่ทาดาโอะ อันโด นำวิธีการแบบเซ็นหรือแนวความคิดแบบเซ็นมาใช้นั้นเข้าว่าอาจจะติดตัวมาตั้งแต่เด็กโดยที่ไม่สามารถแยกออกได้ว่านั้นคือเซ็น เพราะการที่ถูกเลี้ยงดูโดยผู้สูงอายุและวัฒธรรมการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ขอยกตัวอย่างเพื่อที่จะได้เห็นแบบชัดเจนขึ้น หากเราให้ทาร์ซานออกแบบบ้านให้เค้าคงออกแบบให้เรานั้นอยู่บนต้นไม้หนรือให้เรานั้นอยู่กับต้นไม้ เพราะว่าเค้าเองนั้นได้รับอิทธิพลจากธรรมชาติเข้ามาจึงไม่เค้าใจการดำรงอยู่อย่างคนเมืองได้ ถ้าทาดาโอะ อันโดใช้สีจากวัสดุ หรือเรียกว่าสัจจวัสดุนั้นมาเป็นองค์ประกอบของอาคาร ก็มีสถาปนิกบ้างท่านก็ยึดติดกับเรื่องสีในงานสถาปัตยกรรม เช่น ริชาร์ด มายเออร์ ( Richard Meier ) ที่มีรูปแบบของการวางแปลนของอาคารรวมไปถึงการสร้างรูปด้านเช่นผลงาน The Atheneum in รูป The Atheneum in ผลงานของริชาร์ด มายเออร์ส่วนใหญ่การวางแบบแปลนเองนิยมที่จะวางแบบรูปทรงเลขาคณิตเช่นเดียวกันโดยใช้เพียง สี่เหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมผื้นผ้า และวงกลม เช่นกันส่วนสีที่เลือกใช้นั้นของริชาร์ด มายเออร์ มักใช้สีขาวในงานของเค้าเสมอ และเรามักจะพบว่าสีของ ทาดาโอะ อันโด ก็คือสีเทาในงานสถาปัตยกรรมของเค้าในรวมไปถึงงานตกแต่งภายในเอง ทาดาโอะ อันโด ก็ได้มีงานออกแบบด้วยเช่นเดี่ยวกัน Morimoto restaurant at the Chelsea Market in รูปร้านอาหาร Morimoto restaurant ตัวอาคารวิหารแห่งแสง มีแนวความคิดในการออกแบบ คือ การใช้รูปทรงแบบเรียบง่ายโดยใช้รูปทรงเพียง สี่เหลี่ยมธรรมดาแต่สอดแทรกด้วยเรื่องของความเชื่อเรื่องเซ็นที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็ก มีการแสดงออกถึงอารมณ์ต่อพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ มีการเรียงลำดับของการให้ความสำคัญของการใช้พื้นที่อย่างสูงสุด วิหารแห่งไม่ได้ให้ความรู้สึกเพียงแต่ภายในเท่านั้นแต่ยังคงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมภายนอกด้วยโดยที่ตัวอาคารนั้นแสดงถึงความมั่นคง โดยใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาละสอดแทรกในธรรมชาติบางครั้งหากมองในงานของทาดาโอะ อันโด นั้นรู้สึกได้ถึงเค้าไม่ต้องการรูปทรงที่สมบูรณ์แบบ เช่นเดี่ยวกับวิหารแห่งแสง นั้นนำผนังเฉียงเข้ามาตัดตัวอาคารทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของรูปทรง และการออกแบบพื้นที่นั้นบ ทาดาโอะ อันโดมีความเข้าใจว่าสวนหรือสิ่งรอบข้างเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างทำให้เค้ามีความคิดในการสร้างพื้นที่ขึ้นมาเอง ดูได้จากผลงานแรกของเค้า การใช้วัสดุของวิหารแห่งแสงยังคงเน้นวัสดุคอนกรีตเปลือยหรือสัจจของวัสดุ และยังคงไว้ในเรื่องของสีที่ได้จากวัสดุเอง ที่นั่งในวิหารแห่งแสงนั้น รวมไปถึงผลงานปัจจุบันของเค้าเองก็ยังคงไว้เรื่องของสัจจของตัววัสดุด้วย ผลงานของ ทาดาโอะ อันโด เองนั้นส่งแรงบันดาลใจให้นักออกแบบไปไกลได้ทั่วโลก ในเรื่องของรูปทรงที่น้อยเน้นวัสดุที่ใช้ในงาน รวมไปถึงการควบคุมบรรยากาศของโครงการ หากเป็นในประเทศไทยเองนักออกแบบก็มีการรับเอาแรงบันดาลใจจากงานของทาดาโอะ อันโด มามากมักจะสังเกตได้จากร้านค้า บ้านพักอาศัย หรือพื้นที่ รวมไปถึงการออกแบบต่าง ในการนำสีของคอนกรีตเปลือยมาใช้ในผลงานต่างๆ
[1] ANDO ARCHITECTแต่งโดย Kazukiyo Matsuba [2] บทความใน http://www.andotadao.org/ando_grand.htm [3] สุนทรียศาตร์ ปรัชญาและการสร้างสรรค์ศลิปกรรม รศ.ดร.ไฟโจรน์ ชมุนี [4] http://en.wikipedia.org/wiki/Tadao_Ando [5] Tadao Ando the yale studio & current worksi ISBN. 084781033x [6] ประวัติสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ มล.ประทีป มาลากุล กรุงเทพ 2540 [7] Tadao Ando : Details 1991 [8] ประวัติสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ มล.ประทีป มาลากุล กรุงเทพ 2540 [9] สุนทรียศาตร์ ปรัชญาและการสร้างสรรค์ศลิปกรรม รศ.ดร.ไฟโจรน์ ชมุนี เล่ม 2 |
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||