|
พระกาฬุทายีเป็นบุตรมหาอำมาตย์ในกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นสหชาติ คือ เกิดพร้อมกับเจ้าชายสิทธัตถะ เดิมชื่อว่า อุทายี อุทายีกุมารนั้นเป็นคนมีผิวพรรณค่อนข้างดำ ชนทั้งหลายจึงเรียกว่า กาฬุทายี เมื่อเจริญเติบโตแล้ว ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งเป็นผู้มีความคุ้นเคยสนิทสนม กับเจ้าชายสิทธัตถะเป็นอย่างดี ครั้นเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกทรงผนวช ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว เสด็จเทศนาสั่งสอนแก่เวไนยสัตว์ และประทับอยู่ในกรุงราชคฤห์ พระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดาทรงทราบ มีพระประสงค์ใคร่จะทอดพระเนตรพระราชโอรส จึงมีพระราชโองการรับสั่งใช้อำมาตย์คนหนึ่งพร้อมทั้งบริวารอีกหนึ่งพันคน ให้ไปทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระบรมศาสดา อำมาตย์รับพระราชโองการแล้วพาบริวารไปเฝ้าพระบรมศาสดา ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนาบรรลุอรหัตผลแล้ว พร้อมทั้งบริวารก็ทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัย เมื่อได้อุปสมบทแล้ว ก็ไม่ได้ทูลเชิญสมเด็จพระบรมศาสดา และไม่ได้ส่งข่าวให้พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบ
ส่วนพระเจ้าสุทโธทนะ เมื่อไม่เห็นพระราชโอรสเสด็จมา แม้แต่ข่าวคราวก็ไม่ได้รับทราบ จึงใช้อำมาตย์พร้อมด้วยบริวารหนึ่งพันคนไปอีก อำมาตย์พร้อมทั้งบริวารเหล่านั้นก็ไปบวชเสียโดยไม่ได้ส่งข่าวให้ทราบโดยนัยก่อนถึง ๙ ครั้งแล้ว ครั้นถึงวาระที่ ๑๐ จึงตรัสสั่งให้กาฬุทายีอำมาตย์ซึ่งเป็นคนที่คุ้นเคย และ โปรดปรานของสมเด็จพระบรมศาสดาไปทูลเชิญเสด็จ กาฬุทายีอำมาตย์ทูลลาบวชด้วย ครั้นได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ก็พาบริวารหนึ่งพันคนไปเผ้าพระบรมศาสดาที่พระเวฬุวันได้ฟังพระธรรมเทศนาจนบรรลุพระอรหัตตผลแล้ว พร้อมด้วยบริวารก็ทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัย พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุ ครั้นกาฬุทายีอำมาตย์ได้อุปสมบทแล้ว เมื่อถึงเหมันตฤดู(ฤดูหนาว) ท่านเห็นว่าเป็นกาลสมควรที่จะทูลเชิญสมเด็จพระบรมศาสดา จึงกราบทูลพรรณนาหนทางที่จะเชิญสมเด็จพระบรมศาสดาให้เสด็จสู่พระนคร ด้วยคาถา ๖๐ บท แล้วทูลเชิญสมเด็จพระบรมศาสดาพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์เป็นพุทธบริวาร เสด็จไปสู่กรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อท่านกาฬุทายีทราบว่า พระบรมศาสดาจะเสด็จไปยังพระนครกบิลพัสดุ์จึงเดินทางล่วงหน้าไปก่อนเพื่อแจ้งข้อความนั้นให้พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบ พระมหากษัตริย์พร้อมด้วยพระประยูรญาติ และประชาชนเกิดความเลื่อมใส พร้อมกับถวายอาหารบิณฑบาตแก่ท่านทุก ๆ วันที่มาแจ้งข่าว
ส่วนสมเด็จพระบรมศาสดา ซึ่งมีภิกษุสงฆ์สองหมื่นรูปเป็นพุทธบริวาร เสด็จออกจากกรุงราชคฤห์ ในขณะที่กำลังเสด็จมาตามหนทางอยู่นั้น ท่านกาฬุทายีได้มาสู่สำนักของพระเจ้าสุทโธทนะ เพื่อแจ้งระยะทางที่พระพุทธองค์เสด็จมาถึงให้ทรงทราบ พระมหากษัตริย์ได้ถวายอาหาร บิณฑบาตแก่ท่านแล้ว ท่านก็ได้นำไปถวายแก่สมเด็จพระบรมศาสดาทุก ๆ วัน เมื่อเสด็จมาตามหนทาง วันละโยชน์มีกำหนด ๖๐ วัน จึงถึงกรุงกบิลพัสดุ์ เสด็จประทับอยู่ ณ นิโครธาราม
ท่านพระกาฬุทายีเถระได้เป็นกำลังสำคัญของพระบรมศาสดาในการประกาศพระศาสนา โดยได้เทศนาสั่งสอนให้มหาชนเกิดความเชื่อ ความเลื่อมใส ด้วยความสามารถของท่านในเรื่องนี้ ดังนั้น ท่านพระกาฬุทายี จึงได้รับยกย่องจากสมเด็จพระบรมศาสดาว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้ยังสกุลที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา.
คำบูชาพระกาฬุทายีเถระเพื่อขอพร
กุลัปปะสาทะชะนะโก กาฬุทายี มะหิทธิโก เอตะทัคคัฏฐิโต เถโร สะทา โสตถิง กะโรตุ โนฯ (คำแปล)พระกาฬุทายีเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ทำให้คนในสกุลเลื่อมใส จงประทานความสวัสดีแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายทุกเมื่อด้วยเถิดฯ
สนใจคำอธิษฐานของพระอรหันต์รูปอื่นๆ คลิกที่ http://gold58-prayfordisciplesofbuddha.blogspot.com/
|