วันอาทิตย์ ที่ 28 ตุลาคม 2550
ประวัติพระอสีติมหาสาวก:พระกังขาเรวตเถระ
Posted by
gold58
,
ผู้อ่าน : 64
, 21:38:15 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ท่านพระกังขาเรวตเถระ เป็นคนมีศรัทธาในพระศาสนาเนื่องจากได้สั่งสมบารมีไว้แต่อดีตชาติ คือ ย้อนหลังไปตั้งแต่เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ พระเถระไปวิหารกับมหาชน ยืนฟังธรรมอยู่ท้ายบริษัท เห็นพระศาสดาทรงสถาปนาภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ยินดีในฌาน จึงคิดว่าอยากเป็นอย่างนั้นในอนาคตบ้าง
จบเทศนาจึงนิมนต์พระศาสดา ถวายเครื่องสักการะใหญ่ ๗ วัน กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาสมบัติอื่นด้วยกรรมคือการกระทำกุศลอันยิ่งนี้ แต่ว่าข้าพระองค์พึงเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌานในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เหมือนอย่างภิกษุที่พระองค์ทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌาน
พระศาสดาตรงตรวจดูอนาคต ทรงเห็นความสำเร็จจึงพยากรณ์ว่า ในอนาคต ในที่สุดแห่งแสนกัป พระพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ จักอุบัติ ท่านจักเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌาน ในศาสนาของพระองค์ ดังนี้แล้วเสด็จกลับ
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านพระเรวตะมาเกิดในตระกูลที่มีสมบัติมาก ในกรุงสาวัตถี ชื่อว่า เรวตะ
วันหนึ่งช่วงหลังจากรับประทานอาหารแล้ว ประชาชนชวนกันไปสู่วัดพระเชตวัน เพื่อจะฟังพระธรรมเทศนา เรวตะนั้นก็ได้ไปกับประชาชนเหล่านั้นด้วย ครั้นถึงแล้วได้นั่งอยู่ท้ายสุดของพุทธบริษัท
เมื่อพระบรมศาสดาตรัสเทศนาอนุบุพพีกถา พรรณนาถึง1.ทานกถา กล่าวถึงการให้ 2. สีลกถา กล่าวถึงความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม 3. สัคคกถา กล่าวถึงสวรรค์ 4. กามาทีนวกถา กล่าวถึงโทษแห่งกาม 4. เนกขัมมานิสังสกถา กล่าวถึงอานิสงส์ของความออกจากกาม
เกิดศรัทธาอย่างแรงกล้าและขออุปสมบทในพระธรรมวินัย ครั้นได้อุปสมบทเป็นภิกษุดังความประสงค์แล้ว ท่านอุตส่าห์เรียนพระกรรมฐานในสำนักของพระศาสดา
ท่านไม่ประมาท อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรในกรรมฐานได้สำเร็จโลกิยฌาน กระทำฌานที่ตนได้แล้วนั้นให้เป็นพื้นฐาน เจริญวิปัสสนากรรมฐานสืบไปจนได้สำเร็จพระอรหัตผล ท่านพระเรวตะนั้น มักบังเกิดความสงสัยในกัปปิยวัตถุ คือ สิ่งของที่ถูกต้องตามพระพุทธบัญญัติ ว่าเป็นของควรแก่บรรพชิตพึงบริโภคใช้สอยหรือไม่ เมื่อท่านได้กัปปิยวัตถุอันใดมาแล้ว ก็ให้คิดสงสัยอยู่ตลอดเวลา
ต่อเมื่อพิจารณาเห็นว่าเป็นกัปปิยวัตถุโดยถ่องแท้แล้ว จึงบริโภคใช้สอยกัปปิยวัตถุนั้น ด้วยเหตุนี้คำว่า กังขา ซึ่งแปลว่า ความสงสัย จึงได้นำหน้าชื่อของท่านเป็น กังขาเรวตะ
พระกังขาเรวตะนี้เป็นผู้ชำนาญในฌานสมาบัติอันเป็นโลกิยะและโลกุตตระ เข้าสู่ฌานสมาบัติอันเป็นพุทธวิสัยได้เกือบทั้งหมด ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน ฌานสมาบัติอันเป็นพุทธวิสัยที่ท่านละเว้น ไม่ได้เข้ามีน้อยมาก
ด้วยเหตุนี้พระบรมศาสดาจึงทรงยกย่องสรรเสริญท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ได้ฌาน(ฌายีนํ).
หมายเหตุ : ชื่อของพระเถระเขียนเป็นอักษรโรมันว่า KANKHA REVATA THERA สนใจประวัติของพระอสีติมหาสาวกองค์อื่นอ่านได้ที่ลิงค์ http://gold58-disciplesofthebuddha.blogspot.com/
|