วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม 2550
อสีติมหาสาวก:พระกาฬุทายีเถระ
Posted by
gold58
,
ผู้อ่าน : 57
, 08:07:58 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ท่านพระกาฬุทายี เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนสกุล ณ กรุงหงสาวดี กำลังฟังธรรมเทศนาของพระศาสดา เห็นพระศาสดาทรงสถาปนาภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นยอดของภิกษุสาวกผู้ทำสกุลให้เลื่อมใส จึงกระทำกุศลกรรมให้ยิ่งยวดขึ้นไป ปรารถนาตำแหน่งนั้น ท่านทำกุศลกรรมตลอดชีวิต เวียนว่ายอยู่ในภพภูมิของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านพระกาฬุทายี มาเกิดเป็นบุตรมหาอำมาตย์ ในกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นสหชาติ คือ เกิดพร้อมกันกับพระมหาบุรุษ (ผู้ที่เกิดพร้อมในวันเดียวกันกับพระมหาบุรุษ เรียกว่าสหชาติมี ๗ คือ ไม้มหาโพธิ ๑ พระนางยโสธรา (พิมพา) มารดาพระราหุล ๑ ขุมทองทั้งสี่ ๑ ช้างพระที่นั่ง ๑ ม้ากัณฐกอัศวราช ๑ นายฉันนอำมาตย์ ๑ กาฬุทายีอำมาตย์ ๑ ทั้ง ๗ นี้เกิดพร้อมกัน กับพระมหาบุรุษเจ้า) เดิมชื่อว่าอุทายี เมื่อเจริญวัยขึ้นแล้ว ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระมหาบุรุษเจ้า เป็นผู้สนิทสนมแลคุ้นเคยกับพระมหาบุรุษมาก
ครั้นเมื่อพระมหาบุรุษเสด็จออกทรงผนวช ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว เสด็จเทศนาสั่งสอนแก่เวไนยสรรพสัตว์ เมื่อเวลาพระองค์เสด็จประทับอยู่ในกรุงราชคฤห์มหานคร พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระพุทธบิดา ทรงทราบมีพระราชประสงค์ใคร่จะทอดพระเนตรพระราชโอรส จึงมีพระราชโองการดำรัสใช้อำมาตย์คนหนึ่ง พร้อมกับบริวารพันหนึ่ง ให้ไปทูลเชิญเสด็จสมเด็จพระบรมศาสดา
อำมาตย์รับพระราชโองการแล้วพาบริวารไปเฝ้าพระบรมศาสดา ได้ฟังพระธรรมเทศนาบรรลุพระอรหัตต์แล้ว พร้อมด้วยบริวารทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัย ครั้นได้อุปสมบทแล้ว ไม่ได้ทูลเชิญสมเด็จพระบรมศาสดา และทั้งไม่ได้ส่งข่าวให้พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบ
ส่วนพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา เมื่อไม่เห็นพระโอรสเสด็จมาและทั้งไม่ได้ทราบข่าวด้วย จึงใช้อำมาตย์พร้อมด้วยบริวารพันหนึ่งไปอีกอำมาตย์ก็ไปบวชเสีย ไม่ส่งข่าวให้ทราบโดยนัยก่อน ถึงเก้าคนแล้ว
ครั้นครั้งที่สิบ จึงตรัสสั่งให้กาฬุทายีอำมาตย์ ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยและเป็นคนที่โปรดปรานของพระบรมศาสดา ให้ไปทูลเชิญเสด็จ กาฬุทายีอำมาตย์ทูลลาบวชด้วย ครั้นได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว พาบริวารพันหนึ่งไปเฝ้าพระบรมศาสดาที่พระเวฬุวัน ได้ฟังพระธรรมเทศนาบรรลุพระอรหัตผลแล้ว พร้อมด้วยบริวารทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัย พระองค์ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา(พระพุทธเจ้าบวชให้)
ครั้นกาฬุทายีอำมาตย์ได้อุปสมบทแล้ว เมื่อถึงฤดูหนาวท่านเห็นเป็นช่วงสมควรที่จะทูลเชิญสมเด็จพระบรมศาสดา จึงกราบทูลพรรณนาหนทางที่จะเชิญสมเด็จพระบรมศาสดา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เป็นพุทธบริวารเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์
เมื่อท่านกาฬุทายีทราบว่าพระบรมศาสดาจะเสด็จกลับคืนพระนครกบิลพัสดุ์ จึงล่วงหน้าไปก่อน แจ้งข้อความนั้นแก่พระเจ้าสุทโธทนะให้ทรงทราบ พระมหากษัตริย์พร้อมด้วยพระประยูรญาติและประชาชนเกิดความเลื่อมใส ได้ถวายอาหารบิณฑบาตแก่ท่านทุก ๆ วันที่มาแจ้งข่าว
ส่วนพระบรมศาสดาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์สองหมื่น เป็นพุทธบริวารเสด็จออกจากกรุงราชคฤห์ มาตามหนทางวันละโยชน์ กำหนดหกสิบวันจึงถึงกรุงกบิลพัสดุ์ เสด็จประทับอยู่ ณ นิโครธาราม เมื่อกำลังเสด็จมาตามหนทางอยู่นั้น ท่านพระกาฬุทายีได้มาสู่สำนักของพระเจ้าสุทโธทนะ แจ้งระยะทางให้ทรงทราบ พระมหากษัตริย์ได้ถวายอาหารบิณฑบาตแก่ท่านแล้ว ท่านก็ให้นำไปถวายแด่สมเด็จพระบรมศาสดาทุก ๆ วัน
ท่านกาฬุทายีเถระทำราชนิเวศน์ของพระเจ้าสุทโธทนะมหาราช ผู้ยังไม่พบพระพุทธเจ้าให้เลื่อมใส ด้วยความสามารถของท่านในเรื่องนี้ ท่านจึงได้รับยกย่องจากสมเด็จพระบรมศาสดาว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้ยังสกุลที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส(กุลปฺปสาทกานํ).
หมายเหตุ : ชื่อของพระเถระเขียนเป็นอักษรโรมันว่า KALUDAYI THERA สนใจอ่านอสีติมหาสาวกองค์อื่นอ่านได้ที่เว็บ http://gold58-disciplesofthebuddha.blogspot.com/
|