พิมพ์หน้านี้
|
ทำความดีชดใช้กรรมเก่า กิตติพจน์ สิทธิวงศ์
ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวที่ดู เหมือนว่าจะเคยรวย หรือครอบครัวที่มีอันจะกินมาก่อน เพราะตอนที่ข้าพเจ้าจำความได้ ก็เห็นมีบ้านหลังใหญ่มีที่ดินมากมาย ข้าพเจ้าเป็นลูกคนที่ ๔ พ่อกับแม่เป็น ข้าราชการทั้งคู่ ตอนที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นประถม ที่ดินรอบๆบ้านใช้เป็นพื้นที่การเกษตรปลูกพืชผักสวนครัว และปลูกแตงโมหลายไร่ มีเจ้าหน้าที่การเกษตรมาให้คำแนะนำการปลูก การใส่ปุ๋ย ตลอดจนฉีดยาฆ่าแมลง ข้าพเจ้าจำได้ว่าวันไหนฉีดยาฆ่าแมลงวันนั้นจะเหม็นไปทั้งบ้าน บ้านของข้าพเจ้าอยู่ริมคลอง อาหารการกินก็หาได้จากการจับปลาในคลอง บางวันก็ฆ่าไก่ฆ่าปลามาทำอาหาร ข้าพเจ้าเองก็ยังถูกใช้ให้ฆ่าไก่ฆ่าปลา ทั้งที่ในใจไม่อยากฆ่าเลย แต่ด้วยความเป็นลูกเป็นหลานเมื่อถูกใช้ก็ต้องทำ เลยไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือเป็นบาป เพราะบางวันก็ทำไปวัดด้วย อยู่มาไม่นานพ่อก็ล้มป่วยลง ครอบครัวก็เริ่มขัดสน จนในที่สุดคุณพ่อก็ต้องมาเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งที่ปอด ทั้งที่ไม่เคยดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่เลย คุณแม่ต้องรับภาระเลี้ยงลูก ๗ คน ลูกชายคนโตเป็นคนสติปัญญาดีเรียนเก่ง สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่อถึงอเมริกา แต่เขาไม่ได้ให้ทุนทุกปี ก็เป็นภาระของคุณแม่ต้องหาเงินส่งลูกจนจบปริญญาตรี แต่กว่าจะจบได้คุณแม่ต้องเป็นหนี้สินมากมาย ที่ดินที่เคยมีเป็นอันมากก็แบ่งขายจนหมด โดยที่คุณแม่คิดว่าลูกคนนี้เมื่อเรียนจบแล้วคงจะมากอบกู้ฐานะทางบ้านได้ แต่ทุกอย่างเป็นอนิจจัง พอพี่ชายกลับมาถึงประเทศไทยก็มาล้มป่วยลง และก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งอีกเช่นกัน คุณแม่ในตอนนั้นเสียใจฟูมฟายเป็นทุกขเวทนายิ่งนัก หนำซ้ำอีกไม่นาน คุณลุง คุณตา คุณยาย คุณน้า ก็ตายจากไปทีละคน พี่ชายอีกสองคนต้องหยุดเรียนเพื่อหางานทำ ข้าพเจ้าเองได้เรียนต่อโดยมีพี่ชายคนที่สองเป็นผู้ส่งเรียนจนจบ หลังจากนั้นก็ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ทำอยู่ ๒ ปี ส่งเงินมาช่วยคุณแม่แบ่งเบาภาระหนี้สิน คุณแม่ได้รับความกดดันมาก จึงทำให้เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน แต่คุณแม่ก็ พยายามเข้าหาธรรมะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจตลอดมา หลังจากที่ข้าพเจ้าแต่งงานมีครอบครัว ข้าพเจ้าได้นึกย้อนถึงอดีตที่ผ่านมา ทำไมคนที่เกิดมาในครอบครัวเดียวกัน ต้องมีกรรมคล้ายๆกัน พอได้เข้ามาศึกษาธรรมะถึงได้เข้าใจว่าเป็นกรรมจัดสรร คนที่มีกรรมคล้ายๆกันก็ส่งให้มาเกิดในครอบครัวเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้ตายก่อนวัยอันควร ก็คงเป็นเพราะผิดศีลข้อปาณาติบาตเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ พอข้าพเจ้าระลึกได้ดังนี้แล้วก็เลยละบาปทั้งปวง พยายามรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ แต่ชีวิตก็ไม่ราบรื่น ลำบากมากกว่าสบาย ใช้ชีวิตด้วยความประมาท ขาดสติ เพราะตอนนั้นยังไม่เคยฝึกสติ ชีวิตจึงล้มเหลว ต้องลำบาก ต้องสูญเสียทุกอย่าง ต้องเสียชื่อเสียง แต่อาจจะด้วยบุญกุศลที่เราได้ละบาป สร้างกุศล ด้วยการพยายามฝึกสติที่วัดอัมพวันหลายครั้ง ทำให้ไม่นึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะคิดว่ามันคงเป็นเพราะกรรมเก่าที่เราได้ทำเอาไว้ จึงได้อดทนทำความดีเพื่อชดใช้กรรมเก่า หวังว่าสักวันหนึ่งคงจะเบาบางลงบ้าง แต่ในความสูญเสียทุกอย่างในชีวิตของข้าพเจ้า ก็ยังมีอานิสงส์ของความดีที่ได้สั่งสมมาก็คือ ภรรยาและลูกเป็นคนดี สิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะได้รับความลำบากขนาดไหน ภรรยาและข้าพเจ้าก็ไม่เคยทะเลาะกัน ยิ่งลำบากก็ยิ่งเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ตลอดจนลูกๆก็เข้าใจพ่อแม่ ไม่ทำให้พ่อแม่ต้องลำบากใจ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้ามาบวชที่วัดอัมพวัน ๑ เดือน ภรรยาของข้าพเจ้าก็เคยเข้ามาปฏิบัติธรรมหลายครั้ง และครั้งหลังสุดได้เข้าปฏิบัติ ๙ วัน การที่ได้มีโอกาสมาฝึกสติบ่อยๆ ทำให้มีสติควบคุมจิต การดำเนินชีวิตก็เป็นไปด้วยความไม่ประมาท สิ่งที่เคยสูญเสียไปก็ค่อยๆได้กลับคืนมา ถึงตอนนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคำพร่ำสอนของพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ) ที่ให้ทุกคนได้ฝึกสติตามแนวสติปัฏฐานสี่ ซึ่งเป็นทางสายเอกที่จะทำให้เกิดปัญญา เพื่อให้ทุกคนแก้ไขปัญหาชีวิตได้ ข้าพเจ้าและครอบครัวกราบขอ อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้หลวงพ่อจรัญ มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนนานเกิน ๑๐๐ ปี อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกศิษย์ทุกคน |
| กลุ่มลานความคิด 0866853795 | ||
พระมหาปรีชา ปภสฺสโร |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||