พิมพ์หน้านี้
|
อ่านข่าวมาครับ ผมถามหน่อยสิ แก้รัฐธรรมนูญทำไมต้องรุนแรง เหตุใดต้องรุนแรง เรื่องของเขา คุณคิดว่ามันรุนแรงมั้ย กฎหมายมันเขียนธรรมดาไม่ถูกต้องเราก็แก้ให้ถูกต้อง ที่เราเห็นเป็นความเห็นของเราเท่านั้นเอง แล้วจะเกิดความรุนแรงอย่างไร คนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เป็นคนชอบกลแท้ๆเลย ทำไมเขาเขียนได้ก็แก้ได้ แก้กฎหมายก็แก้กันอยู่ทุกวัน กฎหมายเขียนด้วยคน คนก็แก้ตอนร่างก็บอกว่าไม่ชอบใจแก้ไขได้แก้ไขง่ายพอเสร็จแล้วจะแก้ไขไม่ให้แก้เอ๊ะทำไม ไม่น่าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ นายสมัคร กล่าวถูกถามถึงทางวิปรัฐบาลออกมาระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราจะส่งผลให้เกิดความรุนแรง ที่มา: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000041849 อีกข่าวครับ ขณะนี้ยังไม่มีใครบอกให้ผมต้องลาออก ส่วนที่มีคนบอกว่าในแง่จริยธรรมต้องลาออก ต้องถามกลับว่าอะไรคือจริยธรรม กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ ขณะนี้รู้สึกปกติดี ไม่มีความกดดัน หรือหนักใจ ซึ่งถ้าวันนี้ชื่อที่ถือหุ้นเกิน คือ นายไชยา ผมก็คงแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว แต่วันนี้ผู้ถือหุ้นเกินเป็น นางจุไร ซึ่งเป็นภรรยาของผม ดังนั้น เรื่องของผมก็ไม่เหมือนกับผู้ว่าฯ กทม.ที่โดนกับตัวเอง จึงต้องเว้นวรรค แต่เป็นเรื่องของภรรยา ซึ่งผมได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดไป ตามมาตรา 263 ของกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ ปี2540 ยืนยันว่า ผมไม่ได้บกพร่องโดยสุจริต แต่ได้ทำถูกต้องทุกอย่างแล้ว นายไชยา กล่าว ที่มา: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9510000041819 อีกข่าวครับ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่พรรคพลังประชาชน มีการประชุม ส.ส.ของพรรค โดยนายชัย ชิดชอบ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ทำหน้าที่ประธานในการประชุม นายชัยได้หยิบยกกรณีของนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. ที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นมาหารือกันอย่างกว้างขวาง โดยเห็นว่าไม่ได้กระทำการตามที่ถูกกล่าวหา เพราะน้ำหนักและส่วนสูงเสียเปรียบนายสมเกียรติมาก ไม่น่าจะกระโดดถีบได้ คงเป็นการวิวาทะกันมากกว่า เนื่องจากนายการุณได้ดูการถ่ายทอดสดการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน อีกทั้งยังได้ฟังการพูดของนายสมเกียรติในเวทีพันธมิตรฯและที่ประชุมสภา จึงเกิดบันดาลโทสะเดินไปถามนายสมเกียรติว่า สิ่งที่พูดถึง ส.ส.พรรคพลังประชาชนในเวทีพันธมิตรฯ หมายถึงใครบ้าง จึงเกิดการโต้เถียงกัน ที่มา: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000041941 เป็นอีกครั้งสำหรับรัฐบาลนี้ที่ผมอดรนทนไม่ได้ ต้องมาเปิด Blog อีกครั้ง ครั้งนี้หนักครับกับคำว่า "จริยธรรม" ของนักการเมืองไทย (บางคน) ที่เห็นได้ชัดเจนว่า "ย่ำแย่" "เลวร้าย" "เละเทะ" และ ฯลฯ สำหรับเขาแล้ว คำว่า "จริยธรรม" นั้น หมายถึงอะไร ผมไม่อาจจะไป "ตรัสรู้" ทราบความคิดท่านได้ แต่สำหรับผมแล้ว "จริยธรรม" นั้นคือ "จริยา" + "ธรรม" จริยา คือ ประจำ, ทำเป็นประจำ หรืออีกนัยหนึ่งคือ สันดาน ธรรม ในส่วนของผมหมายถึง คุณธรรม คือ ความดี และ ธรรมชาติ คือ มีอยู่เดิม มีมาแต่เดิม รวมแล้ว "จริยธรรม" คือ สันดานดี คือ ความดีที่มีประจำตนที่มีมาแต่เดิม มีมาตามธรรมชาติ ดังนั้น "จริยธรรม" ไม่ต้องให้กฎหมายระบุไว้ ไม่ต้องให้ใครมาสั่งสอน ไม่ต้องให้ใครมาพิจารณา สามารถพิจารณาได้เอง ดังนั้นหากคนที่ต้องอ้างว่า "กฎหมายไม่ระบุไว้" นั้นหมายความว่า คนนั้นไม่มี "จริยธรรม" ซึ่งสำหรับ นายไชยา สะสมทรัพย์ แล้วผมมั่นใจว่าเขาไม่มีครับ ไม่มีแน่นอน และไม่มีมาแต่กำเนิด เพราะตัวเขาเองก็เคยบอกไว้ว่าเขาเป็นเจ้าพ่อ เป็นหัวหน้ามือปืน (ก็มือปืนเรียกพี่ เรียกนาย ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างอื่นได้อีกหรือไม่) สำหรับนายการุณ โหสกุล ที่มีเกียรติประวัติอันโชกโชน ก็แน่ใจเหมือนกันครับว่าไม่มีเช่นกัน และสำหรับนักการเมืองอีกหลายๆ คนก็เช่นกันครับ เท่าที่สังเกตมาก็ไม่มี ไม่เคยมี และไม่ต้องการที่จะมีด้วย อาจเพราะว่าถ้ามี "จริยธรรม" แล้วจะโกงกินไม่สะดวก จะใช้อิทธิพลทางการเมืองไม่สบายใจ หรืออาจทำให้ อึดอัด กดดัน เมื่อต้องทำอะไรที่มันขัดกับกฎหมายหรือเพื่อที่จะรักษาอำนาจที่ไม่ทราบว่าได้มาอย่างไร ด้วยอะไร แต่สำหรับผมมันข้ามเส้นของความถูกต้องไปมากเลยนะครับ แล้วคิดว่าผมยังคิดที่จะให้โอกาส "คน" พวกนี้อีกหรือครับ |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||