• Enlightened
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2018-01-07
  • จำนวนเรื่อง : 197
  • จำนวนผู้ชม : 66773
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
One man one world
The secret of the secret
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Enlightened
วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน 2564
Posted by Enlightened , ผู้อ่าน : 265 , 11:00:01 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในบทความที่แล้วเราได้ยกตัวอย่างบทความหัวข้อเรื่อง ระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) และ สตริงกับชีวิต และทิ้งท้ายว่า มีคำที่นิยมพูดกันอย่างกว้างขวางว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" หรือ "ผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ" butterfly effect ซึ่งเป็นการอ้างถึงทฤษฎีโกลาหล Chaos Theory กล่าวคือ การที่ผีเสื้อขยับปีกหนึ่งครั้งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงfในบรรยากาศและส่งผลให้เกิดพายุทอร์นาโด แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ขนาดใหญ่ 

ผู้ค้นพบคือศาสตราจารย์เอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ (Edward Lolenze) ผู้ต้องทำการป้อนข้อมูลตัวเลขเข้าแบบจำลองคณิตศาสตร์สำหรับการสร้างสภาพอากาศจำลอง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวปกติแล้วมักประกอบด้วยตัวเลขหลังจุดทศนิยมหลายหลัก 

มีวันหนึ่งเกิดขี้เกียจป้อนตัวเลขหลาย  หลักจึงปัดเศษทศนิยมออก ท่านป้อนตัวเลข 0.506 แทนที่จะเป็น 0.506127 ซึ่งเป็นการปัดเศษ 0.000127 ออก ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สำคัญทางสถิติเลย เพราะที่ตัดออกเป็นหลักสี่หลังจุดทศนิยม ซึ่งก็เป็น “แค่” หนึ่งในหมื่น แต่พอกลับมาดูผลการจำลองสภาพอากาศที่เกิดขึ้น กลับต้องตกใจเพราะสภาพอากาศที่จำลองขึ้นมีความแตกต่างอย่างสุดขั้วเพียงแค่ปัดเศษนิดเดียว

 

ทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเล็กใหญ่แค่ไหนต่างก็มีส่วนร่วมในการผลักดันดึงดูดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคด้วยกันทั้งสิ้นดังตัวอย่างข่าวสารต่างๆที่เกิดขึ้นประจำวันทั่วไปที่เราได้หยิบยกขึ้นมาสนับสนุนข้อมูลที่เราค้นพบจนมาถึงตัวอย่างของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา และอีลอน มัสก์ (ไม่ได้รวมอยู่ในโพสต์ที่แล้วทั้งตัวอย่างที่เราได้หยิบยกขึ้นมาและข่าวสารอื่นๆอีกมากมายต่างก็มีแนวคิดที่ด้านหนึ่งดูราวกับว่าจะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เรียกว่า ระบบไม่เชิงเส้น

ยกตัวอย่างเช่น โลกของ Metaverse ที่ใครๆหลายคนคิดและเข้าใจว่าเป็นโลกในอนาคต แต่จริงๆแล้วMetaverse เป็นโลกเสมือนจริงที่ซ้อนทับอยู่ในโลกความจริงที่เราอาศัยอยู่และมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันเป็นปกติที่ถ้าหากเรายอมเรียนรู้และพัฒนาระบบที่อยู่นอกเหนือไปจากความเป็นขั้วบวกขั้วลบ(ทุกข์สุข ดีชั่วหรือ positive negative หรือ อนุภาคและคลื่นที่อยู่ในรูปแบบของอิเล็กตรอน และโปรตรอน ไปสู่ โพซิตรอนและนิวตรอน จาก 2มิติ เป็น 4มิติที่ซ้อนทับอยู่ทั้งภายในและภายนอก 2 มิติ (ควอนตัมโฬมและปรากฏการณ์สปาเกตตี้ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นว่า โลก 2 มิติทำให้คนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า ถ้าหากไม่มีคนอื่นหรือสิ่งอื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องชีวิตเราก็จะดำเนินไปอย่างปกติไร้ปัญหา (การกล่าวหากล่าวโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่นว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆที่เราต้องประสบพบเจอแต่ในโลก 4 มิติจะทำให้คนได้เห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะมีสถานะที่ซ้อนทับกันอยู่ 2 สถานะและหรือไม่ใช่ 2 สถานะในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>สิ่งเดียวกันใช่และหรือไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และหรือไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกันคือ สถานะบวก positive (ภายนอกและหรือภายในและ สถานะลบ negative (ภายในและหรือภายนอก ถ้าหากคุณผู้อ่านสังเกตอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่า เราใช้ตัวเชื่อม 2 ตัวคือ และหรือ=โลกกระจกที่เรามองตัวเองผ่านกระจกเราจะได้เห็นตัวเชื่อม 2 ตัวนี้ แต่ในเวลาที่เรามองผ่านสิ่งอื่นเราจะมองไม่เห็น ซึ่งการที่เรามองไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าตัวเชื่อมนี้ไม่มีอยู่เพราะในความเป็นจริงตัวเชื่อม 2 ตัวนี้เปรียบได้กับกฏธรรมชาติที่ไม่เพียงแต่แสดงอยู่ในทุกสรรพสิ่งเท่านั้นแต่ยังเป็นโครงแบบพื้นฐานหรือทางเดินล่องหนให้กับพลังงานสสารและข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมดยกตัวอย่างเช่น กระบวนการเก็บความทรงจำในสมอง หรือการทำงานในระดับมหภาค (ภายนอกที่มีซ้ายขวา แต่ในระดับจุลภาค (ภายในจะมี ซ้ายขวา หน้าหลัง บนล่าง นอกใน ที่เมื่อเราเห็นกระบวนการทำงานภายในเราจะเห็นกระบวนการทำงานภายนอก แต่การเห็นกระบวนการทำงานภายนอกเราอาจจะไม่เห็นกระบวนการทำงานภายในเนื่องจากระบบการเดิมที่เราใช้งานอยู่เป็นระบบ 2 มิติ หรือสถานะบวกและสถานะลบที่อยู่ภายนอกเท่านั้น ซึ่งทำให้เราไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกได้ทั้งหมดหรือเข้าใจทั้งหมดไปในทิศทางเดียวกัน (ทำให้เห็นว่าเอนโทรปีเพิ่มทางเดียวที่ทำให้ทั้งเราและโลกเกิดเป็นความวุ่นวายสับสนอลหม่านเช่นเดียวกันกับที่นักฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์เห็นว่า โลกควอนตัมเป็นโลกที่มีความยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งสองด้านเป็นเพียงการนำเอาแสงสีที่เพิ่มขึ้นหรือขยายออกจากสีขาวดำทั้งหมดมายำรวมกันโดยไม่ได้มีการแยกแยะค่าสีสันที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนตายตัวเหมือนกับการแยกค่าสีในระบบแม่สีปกติเนื่องจากระบบความคิดความรู้สึกเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับระบบแม่สี แต่เราสามารถทำการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอกที่เป็นระบบ 2 มิติไปสู่ระบบ 4 มิติได้ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น การอยู่ผิดที่ผิดทางของสถานะบวกและสถานลบสามารถทำให้เกิดสิ่งดีและไม่ดีในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันมีคำพูดที่นิยมพูดกันอย่างกว้างขวางว่า มากเกินไปก็ไม่ดี น้อยเกินไปก็ไม่ดี แล้วตรงไหนที่เรียกว่าความพอดีนัยอีกความหมายหนึ่งคือ เราเป็นผู้ดึงดูดและผลักดันสถานการณ์ต่างๆเข้าสู่ตัวเราเอง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะมีค่าเท่ากับความต้องการในการเดินเข้า-เดินออกระหว่างภายในและภายนอก (พลังงานทั้งหมดมีค่าเท่ากับศูนย์เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างครบวงจร (4มิติของเราและโลกที่เราอาศัยอยู่ในเวลาเดียวกัน —>สิ่งเดียวกันใช่และหรือไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และหรือไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน (ประโยค 3 ประโยคที่ถูกทำให้เชื่อมต่อกันด้วยสัญญาลักษณ์ ( —>/สตริงที่เราพยายามย่อส่วนและเชื่อมต่อสรรพสิ่งและเวลาหรือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อให้คุณผู้อ่านได้มองเห็นภาพง่ายขึ้น แต่ในด้านของคุณผู้อ่านอาจจะไม่ได้คิดหรือเห็นว่า ง่าย เนื่องจากเราและคุณผู้อ่านไม่ได้ยืนอยู่บนจุดยืน/มุมมองเดียวกันทำให้คุณผู้อ่านไม่เข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารออกไปได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาที่แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายที่แสดงออกภายนอก (ที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้นมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นภาษา ศาสนา ศาสตร์แขนงต่างๆที่แตกต่างกัน แต่สำหรับโลกภายในจะมีความแตกต่างออกไปจากโลกภายนอกที่ทุกคนจะมีอวัยวะและระบบการทำงานภายในที่เหมือนกันทุกประการ ทั้งสองระบบในทางวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์เรียกว่า ระบบไม่เชิงเส้นที่ด้านหนึ่งมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่อีกด้านหนึ่งมีความไร้ระเบียบเราจึงพยายามที่จะนำเอาหลักการและทฤษฎีและศาสตร์ต่างๆที่ได้รับการพิสูจน์และรับรองว่าจริงเข้ามาสนับสนุนสิ่งที่เราค้นพบ แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งเราเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนกับว่าเราจะยิ่งออกห่างไกลจากสภาวะของ material world เข้าสู่สภาวะของสิ่งลี้ลับและปาฏิหาริย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งกลายเป็นว่าเราเดินออกจากความเป็นมนุษย์ปกติธรรมดากลายเป็นคนที่มีแนวคิดแตกต่างจากคนปกติทั่วไปหรือบ้าในสายตาของคนอื่นขอยกตัวอย่างรูปภาพ Inverse Square Laws ที่ถูกนำไปใช้กับทั้งแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า และแสง

 

isq.gif

 

กับประโยค 3 ประโยคที่เรายกขึ้นมาเพื่อให้คุณผู้อ่านได้มองเห็นภาพการทำงานของแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า แรงแม่เหล็กและการเดินทางของแสงในระบบควอนตัมถือเป็นองค์ประกอบของสิ่งเดียวกัน

 

หลังจากที่เราได้ยกตัวอย่างของสถานะลบ negative มนุษย์จะมีการปรากฏตัวเพิ่มขึ้นและไม่ได้เพิ่มขึ้นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียว—>สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน—>เวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะมีลักษณะภายในที่เหมือนกันทุกประการ แต่มีลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงยกตัวอย่างเช่น 

  1. ผู้เขียน ที่เคยโพสต์บทความเรื่อง เมืองทิพย์ในระบบควอนตัมอารยธรรมที่สมบูรณ์แบบ A Perfect Civilization, มามองโลกแบบ Negative กันดีกว่าระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) และ สตริงกับชีวิต อื่นๆอีกมากมาย
  2. มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท จาก 'Facebook' เป็น 'Meta' เพื่อเป็นการสื่อถึงภาพลักษณ์ของบริษัท และเพื่อรองรับบริการใหม่  ในอนาคต ที่จะให้ทุกคนจะก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่โลกเสมือนจริงและสนุกไปกับมัน
  3. ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับแนวความคิด เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Common Prosperity)
  4. นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลั่น “เดินหน้าพลิกโฉมประเทศไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
  5. อีลอน มัสก์ ผู้ชักชวนทุกคนให้หันมาใช้พลังงานสะอาดทดแทนพลังงานฟอสซิล

 

ก็มีข่าว แห่แชร์เอกสาร ตั้ง "ครูพรพิมลคนเดียว ควบ 4 ตำแหน่ง คนเซ็นอนุมัติก็คือตัวเอง

15 .. 64 

 

https://www.sanook.com/news/8473522/

 

ตรงกับที่เราได้นำเอาบทความที่เราเขียนไปเปรียบเทียบกับผลงานของผู้มีชื่อเสียงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปที่มองดูด้านหนึ่งอาจไม่มีความสัมพันธ์หรือต่อเนื่องกัน แต่มองอีกด้านหนึ่งกลับมาความต่อเนื่องกันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งเกิดขึ้นจากกลศาสตร์ควอนตัมและกลศาสตร์คลาสสิก




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน