• KwAna
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kwan_khg@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 6679
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
วันธรรมดา ธรรมดา
ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากอะไร ๆ ที่อยากเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe
วันพุธ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551
“ ผังเมืองไม่ได้เลว !!! อย่างที่คุณคิด ” Part - 1
Posted by KwAna , ผู้อ่าน : 446 , 19:28:54 น.   | หมวดหมู่ : ผังเมืองในหนึ่งมุมมอง  
พิมพ์หน้านี้


“ ผังเมืองไม่ได้เลว !!!  อย่างที่คุณคิด ”

Part - 1    

          การเขียนบทความในครั้งนี้   ผู้เขียนไม่ได้เป็นการเขียน เพื่อโต้ แย้ง  หรือขวางทางของกระแสในบล็อกของ OK Nation  หรือว่าแก้ตัวแทนใคร ๆ ที่โดนกระแสของชาวบล็อกเรียกร้องความเป็นธรรม  แต่  ผู้เขียนเพียงแค่อยากบอกถึงมุมมองอีกมุมมองหนึ่ง  ที่ดูเหมือนว่ามุมนี้ได้ถูกละเลยเพราะความไม่รู้  ว่ามันสำคัญกับตัวเองแค่ไหน  และเป็นเรื่องใกล้ตัวเพียงใด  เพราะเป็นสิทธิ์ที่ท่านปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่ได้  

           กฎหมายผังเมือง   ในมุมมองของผู้เขียน เปรียบเสมือนอาวุธอย่างหนึ่ง  ที่คนคิดค้นขึ้นมา  เพื่อแก้ปัญหา  และกำหนดทิศทางของการเจริญเติบโตของเมืองให้มีแบบแผน  ด้วยเจตนาที่ดี  ค่ะ  หรือจะเรียกง่าย ๆ ก็คือ  การวางแผนให้ออกมาเป็นรูปธรรม  โดยใช้ผังเป็นสื่อที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพจำลอง  ให้คนได้เห็นชัดเจนมากกว่าแผนที่เป็นตัวอักษร

            ขณะนี้ประเทศไทย  มีโครงการของ มหาดไทย  ให้ถ่ายโอนงานด้านต่าง ๆ ลงสู่ท้องถิ่น  ผังเมืองก็เป็นหนึ่งงาน  ที่ทางมหาดไทยให้กรมโยธาธิการและผังเมือง พยายามที่จะมอบให้หน่วยองค์กรปกครองท้องถิ่นวางผังให้ได้ด้วยตัวเอง  ภาษาบ้าน ๆ ก็คือ  บ้านใครบ้านมันดูแลกันเอง  อยากอยู่ยังไง อยากให้บ้านตัวเอง  มีครัว  ห้องนอน  ห้องน้ำ หรืออีกห้องสารพัดห้องที่ต้องการ  อยู่ตรงไหน  ก็ดีไซน์กันมา  แต่มีข้อแม้  ว่า หลักการอย่าได้ทิ้ง  เพราะหลักการก็คือมาตรฐาน  ท่านคงจะไม่เถียง  ว่าถ้าหากท่านจะสร้างบ้าน  ท่านก็อยากได้บ้านที่ปลอดภัยมั่นคง และแข็งแรง  ใช่มั๊ยคะ

           ผังเมือง  ที่ผู้เขียนบอกมาข้างต้นว่า คืออาวุธ  ความหมายของผู้เขียนก็คือ  หากกฎหมายผังเมือง  คือ ปืน  รองนึกตามสิคะ  หากยื่นให้ทหาร  เค้าก็จะใช้ปืนนั้นในการดำรงรักษาบ้านเมือง  หากท่านยื่นให้โจร  ก็สามารถทำร้ายบ้านเมืองได้เช่นกัน  ฉะนั้น  คนที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะกำหนดสิทธิและเสรีภาพของคนในบ้านเมือง  ก็จะต้องมีจรรยาบรรณ  กันพอสมควร  เพราะกฎหมายผังเมืองจะเป็นกฎหมายที่มีผู้มีส่วนได้และส่วนเสียไม่น้อย  

            ตัวผู้เขียนเองก็ยังเชื่อว่า กฎหมายผังเมืองมิได้เลวร้าย  แต่บางทีผู้นำมาใช้อาจจะไม่ทันได้คิดว่าจะมีผลตามมาอย่างไร  หรือ คิด  แต่จะทำ  อันนี้ก็คง ต้องถามใจคนร่างเส้นลงกระดาษกำหนดทิศทางของเมืองออกมาตามใจฉัน  หรือใจใคร  รู้อยู่แก่ใจนะคะ

             “ถ้าเมือง  คือ  บ้านของท่าน  ท่านคงอยากให้บ้านของท่าน
เรียบร้อย  สวยงาม  และน่าอยู่”
    ใช่ไม๊คะ



เมืองยะลา
เป็น
เมืองที่มีผังเมืองสวยที่สุดของประเทศไทย


บ้าน   :  ธีร์   ไชยเดช


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23
watcha วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/learnlivelove
อย่าทำในสิ่งที่ไม่มีสิทธิ์ อย่าคิดในสิ่งที่ไม่มีค่าอย่ารอในสิ่งที่ไม่มีมา อย่าไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่มีจริง" วัชชา "


ยะลา ไม่ใช่ แค่ผังเมืองสวยอย่างเดียว
แต่บ้านเมืองเขาสะอาดจริงๆ ค่ะ

กระดุ๊กกระดิ๊ก......
ความคิดเห็นที่ 22
pat วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 14.22 น.
http://www.oknation.net/blog/pat

มาแอบฟังเพลงเพราะคะ
ความคิดเห็นที่ 21
หัสดีลิงค์ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 14.06 น.
http://www.oknation.net/blog/hatsadeling

โบราณว่า "ปลูกเรือน ตามใจผู้อยู่" การจัดทำผังเมืองรวมเชียงใหม่ก็เช่นกัน ควรตามใจประชาชนและชุมชนผู้อยู่อาศัย

ทางแก้ไข...หน่วยงานรัฐและประชาชนควรผสมผสานแนวความคิด ลดทิฐิมานะ เพื่อให้กระบวนการปรับปรุงผังเมืองสำเร็จและประกาศบังคับใช้โดยเร็ว อย่าได้ปล่อยให้ผังหมดอายุไว้นานเกินไป จนอาจทำให้ผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์จากช่องว่างของกฎหมายผังเมือง เหมือนกับจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆกับเชียงใหม่ ปล่อยให้มีการก่อสร้างห้างค้าปลีก ค้าส่ง ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ในเขตพื้นที่สีเขียว ที่ชาวบ้านได้แต่ยืนมองดูตาพริบๆ
ความคิดเห็นที่ 20
KwAna วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 12.19 น.
http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe


ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ คุณ "ปรัตยา" ที่เข้ามาร่วมแสดงความเห็น และผู้เขียนก็ทราบดีค่ะ ว่าทุก ๆ ท่านที่เกี่ยว ข้องกับผังทุก ๆ ผัง หวังดี ถึงแม้บางครั้งที่อาจจะหวังดี แบบมีความไม่จริงใจ และจริงจังในการแก้ปัญหาปน ๆ มาอยู่บ้างก็ตามค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
ปรัตยา วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 11.49 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ปัญหาผังเมืองรวมเป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะของคนเชียงใหม่ครับ เหตุที่เป็นปัญหาขึ้นมาคือ ผู้ที่มีหน้าที่ในการวางผังเมืองใช้ทฤษฎีที่ได้ร่ำเรียนมาจากฝรั่ง วางผังเมืองแบบตรงตามทฤษฎีโดยไม่ได้ประยุกต์ให้เข้ากับลักษณะชุมชนเดิมของไทย

เจ้าของบล็อคอุตส่าห์เอารูปผังเมืองยะลามาให้ชม ว่าวางผังเมืองดี ๆ แล้วเมืองจะสวยงามน่าอยู่ ที่จริงแล้วมีอีกหลายเมืองครับที่มีผังเมืองที่ดี ถ้าจำไม่ผิดจังหวัดชัยภูมิก็มีผังเมืองที่ดีเช่นกัน ผังเมืองแบบที่ว่านี้เค้าก่อสร้างเค้าวางกันในพื้นที่ว่าง ๆ ครับ พื้นที่ที่ไม่มีประชากรหนาแน่น วางผังเสร็จแล้วจึงสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาตรงนั้น ทำให้เมืองมีลักษณะสวยงามน่าอยู่ และไม่สร้างปัญหาให้กับคนในชุมชนเดิมมากเกินไป (เพราะเดิมไม่มีคนอยู่แถวนั้น)

แต่ชุมชนเก่าแก่เช่น ตัวเมืองของจังหวัดเชียงใหม่หรือในจังหวัดอื่น ๆ เช่นพิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี ชุมพร ฯลฯ การใช้ทฤษฎีวางผังเมืองแบบลอกฝรั่งทั้งดุ้นแบบนี้คือการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เดิมอย่างแสนสาหัส

เจ้าของบล็อคบอกว่าผังเมืองคืออาวุธ ผมมองว่าไม่ค่อยถูกต้องนัก ผมมองว่าผังเมืองเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการทำงานเท่านั้น และงานแต่ละอย่างก็มีเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับทำงานชนิดนั้นได้หลายอัน การแก้ไขปัญหาการแออัดของชุมชนเราอาจใช้ผังเมืองแก้ไขปัญหาได้ แต่เราก็ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ อีกหลายตัวที่แก้ไขปัญหานี้ได้เช่นกัน และอาจจะแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าผังเมืองด้วยซ้ำไป

ที่จริงแล้วผังเมืองรวม เป็นเหมือนกับแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องมีการปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือบรรดาผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการวางผังเมืองกลับไม่มีความรู้ความสามารถที่จะนำไปประยุกต์ปรับใช้ พวกเขาเทิดทูลผังเมืองรวมเหมือนกับคำภีร์ไบเบิ้ล คิดว่าผังเมืองที่ถูกต้องตามทฤษฎีจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องเหมือนกับที่เรียนมา

ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของผู้มีอำนาจอย่างที่เจ้าของบล็อคบอกหรอกครับ ท่านอธิบดี ท่านโยธา ท่านนั่น ท่านนี่ ทั้งหลาย ต่างก็หวังดีกับชาติบ้านเมืองด้วยกันทั้งนั้น ผมมีความเชื่อว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้ขีดเส้นร่างบนกระดาษตามใจฉัน หรือตามใจใครอย่างที่เจ้าของบล็อคบอก พวกท่านเหล่านั้นขีดเส้นร่างต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ลองไปศึกษาดูจากบล็อคของเจ้าเรือนปากกาดูสิครับ เราจะเห็นได้ว่า ที่จริงแล้ว ผังเมืองรวมในส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถูกต้องตามหลักวิชาการทุกอย่าง

ในเมื่อมันถูกต้องตามหลักวิชาการแล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ปัญหามันอยู่ที่ว่าหน่วยงานราชการไทย ทำงานกันแบบตัวใครตัวมัน ไม่มีการวางแผนร่วมกันในการทำงาน สำนักผังเมืองก็ว่ากันไป เทศบาลก็ไปอีกทาง การไฟฟ้าก็อยู่อีกมุม กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมยังไม่รู้เรื่องเลยว่าใครทำอะไร

ผมขอกลับมาที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นกระแสหลักของโอเคเนชั่นนะครับ เชียงใหม่มีปัญหาเรื่องการจัดโซนสี และการขยายถนน ตามผังเมืองรวมที่กำลังจะประกาศใช้ โซนสีเค้าใช้อะไรกำหนด? ไปกางตำราดูนะครับ โซนสีโดยหลัก ๆ ใช้จำนวนประชากรต่อหน่วยพื้นที่ในการกำหนด ดังนั้นในเขตตัวเมืองเชียงใหม่จึงเป็นโซนสีแดงเกือบทั้งหมด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะเขตชุมชนเมืองทุกเมืองในโลกย่อมมีประชากรอยู่หนาแน่น แล้วทำไมคนวัดเกตุถึงไม่อยากให้กำหนดเป็นสีแดงหละ เพราะในข้อกำหนดของผังเมืองรวม ให้สิทธิโซนสีแดงให้สร้างอาคารสูงได้ไงครับ อาคารสูงเป็นการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ต่อหน่วยได้สูง ตรงตามทฤษฎีเลยครับ เมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียว ฮ่องกง นิวยอร์ค กรุงเทพฯ ต่างก็เป็นโซนสีแดง และมีอาคารสูงเต็มไปหมด แต่เชียงใหม่ คนเชียงใหม่พยายามตลอดมา ที่จะควบคุมอาคารสูง พยายามคุมกำเนิด ไม่ให้มีอาคารสูง เพราะจากที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้แล้วว่า อาคารสูงทำให้เมืองของเราไม่สวยงามน่าอยู่ เรามีดอยสุเทพเป็นจุดขาย เรามีแนวแม่น้ำปิงที่สวยงามเป็นจุดขาย เราขายวัฒนธรรม ความสวยงามของจังหวัด ถ้าขีดเส้นเป็นโซนสีแดงได้เมื่อไหร่ มาตรการที่ใช้ควบคุมตึกสูงก็จะกลายเป็นอดีตทันที เพราะเจ้าของที่ดิน เจ้าของโครงการสามารถอ้างใช้กฏหมายฉบับนี้ได้ทันที

มันมีตัวอย่างเกิดขึ้นมาแล้วครับ คือพื้นที่ของ อบต.สุเทพ ซึ่งกินบริเวณเชิงดอยสุเทพเกือบทั้งหมด ทำเลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นทำเลทอง เจ้าของที่ดิน เจ้าของโครงการพยายามสร้างตึกสูงในบริเวณนี้ เพื่อสร้างหอพัก คอนโด ให้คนซื้อได้ดูวิวสวยงามของดอยสุเทพ เมื่อมายื่นขออนุญาตก่อสร้าง อบต. ไม่อนุญาตก็ไม่ได้ เพราะเค้าอ้างกฏหมายผังเมืองนี่แหละ เพราะมันเป็นโซนสีแดง พออนุญาตก็โดนประชาชนเจ้าของพื้นที่เดิมด่า ไม่อนุญาตก็ผิดกฏหมาย เรื่องนี้เป็นปัญหาอย่างมากของชุมชนวัดอุโมงค์ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หลังมหาวิทยาลัย

ยกตัวอย่างอีกสักเรื่อง เช่นการกำหนดโซนสีเขียวตามเขตชนบทของจังหวัด เขตโซนสีเขียวนี้อนุญาตให้จัดสรรได้ครับ นั่นแปลว่าให้หมู่บ้านจัดสรรไปอยู่ตามรอบนอกออกไป ไม่ให้ตั้งประชิดเมือง ซึ่งก็ถูกต้องตามหลักวิชาการอีกนั่นแหละ แต่ปัญหาคือจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีระบบขนส่งมวลชนห่วยแตกที่สุดอันดับต้น ๆ ของประเทศเลยทีเดียว ถ้าเจ้าของบล็อคไม่ได้เป็นเศรษฐีมีฐานะ คงจะพอรู้นะครับว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนเป็นอย่างไร มนุษย์เงินเดือนในเชียงใหม่มีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 - 8,000 บาทเท่านั้นเอง ถ้ามนุษย์เงินเดือนเหล่านี้อยากจะผ่อนบ้านสักหลัง ก็คงต้องไปผ่อนแถวอำเภอหางดง สารภี แม่ริม ฯลฯ นู่นแหละครับ และไม่ติดถนนใหญ่ด้วย ต้องแยกจากถนนใหญ่เข้าไปอีกหลายกิโลฯ เพราะโซนนั้นเป็นโซนสีเขียว ที่ดินราคาถูกพอที่จะจัดสรรได้ เรื่องบ้านกลางกรุงนี่ลืมไปได้เลย ทีนี้เวลาจะทำงานจะทำอย่างไรหละครับ? ในเมื่อระบบขนส่งมวลชนไม่มีรองรับ เดินจากหมู่บ้าน ขี่จักรยานมาจอดไว้ แล้วนั่งรถสองแถวระหว่างอำเภอ มาลงที่คิวรถ จากนั้นนั่งรถสองแถวในเมือง (สี่ล้อแดงแรงฤทธิ) ไปทำงานอีกต่อนึงเหรอครับ?

มันไม่เหมือนคนบางกอกหรอกนะครับ ที่ค่ารถเมล์ 3.50 บาท 5 บาท 10 บาท 20 บาท รถระหว่างอำเภอก็ 10 บาท สี่ล้อแดงในเมืองถ้าไม่ได้ 20 บาท มันไม่ไปหรอกครับ สรุป วันหนึ่งคุณต้องจ่ายค่ารถ 60 บาท แล้วคุณจะเหลือเงินกินข้าววันละเท่าไหร่ครับ? แล้วจะเอาเงินที่ไหนผ่อนบ้าน? ทุกวันนี้คนเชียงใหม่ที่พอจะมีปัญญาหน่อยเค้าก็ผ่อนมอเตอร์ไซด์ เพราะสี่ล้องี่เง่า ที่มีเงินเยอะหน่อยก็ซื้อรถยนต์ รถถึงได้ติดเต็มบ้านเต็มเมือง ตรงที่รถติด ๆ นะครับ ถ้าคุณขี่มอเตอร์ไซด์ซิกแซกขึ้นไปดู คุณก็จะพบว่าสี่ล้อแดงคันเก่งกำลังจอดรับผู้โดยสารอยู่สามคันติด ๆ กัน จนขวางถนนไปครึ่งถนน ที่ต้องจอดซ้อน ๆ กันก็เพราะว่าเผื่อคันแรกพลาดไม่ได้ผู้โดยสาร คันต่อไปจะได้เสียบแทน

ที่ยกตัวอย่างให้ฟังก็เพราะจะชี้ให้เจ้าของบล็อคเห็นว่า การใช้ผังเมืองรวม (รวมไปจนถึงการขยายถนนเพื่อแก้ปัญหารถติด) เป็นเรื่องที่ปัญญาอ่อนอย่างมาก ที่คิดว่า วิชาผังเมือง จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ จะทำให้เชียงใหม่น่าอยู่

เชียงใหม่ต้องมีการวางผังเมืองครับ ผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ แต่การวางผังเมืองต้องสอดรับกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่ (ไม่ใช่คนในพื้นที่นะครับ) เพราะเมืองแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน พื้นที่แต่ละพื้นที่มีปัญหาและความต้องการต่างกัน การวางผังเมืองเชียงใหม่ ต้องทำไปพร้อม ๆ กับหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย เช่นการขนส่งมวลชน การรักษาสิ่งแวดล้อม การรักษาภูมิทัศน์ ฯลฯ ผมถามหน่อยเถอะว่า นักวางผังเมืองเคยคุยกับหน่วยงานอื่นหรือเปล่า? กรุงเทพฯ ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่ผมทราบว่าจังหวัดเชียงใหม่ห่วยแตกของผม หน่วยงานไม่มีการวางแผนร่วมกัน ตัวอย่างมีให้เห็น เช่น การปรับปรุงถนนท่าแพ จนถึงวันนี้ผ่านมาสองปีแล้วยังปรับปรุงกันไม่เสร็จเลย สอบถามได้ความว่าบางหน่วยงานไม่มีงบประมาณ ตามแผนแล้วอีกสองปีถึงจะได้งบประมาณ บางหน่วยงานทำเสร็จแล้ว แบบนี้ก็ขุดกลบกันไม่มีวันจบหรอกครับ

ผังเมืองรวมที่จะประกาศใช้ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ถูกต้องตามหลักวิชาการทุกอย่าง แต่หน่วยงานอื่น ๆ ไม่มีส่วนร่วมในการวางแผน อย่าว่าแต่ชาวบ้านแถววัดเกตุเลยครับ หน่วยราชการด้วยกันยังไม่รู้เรื่องเลย แบบนี้เป็นความผิดของใครครับเจ้าของบล็อค?

ผมมีความเชื่อว่าเจ้าของบล็อคมีความหวังดี อยากให้บ้านเมืองของไทย รวมทั้งเชียงใหม่สวยงามเป็นระเบียบและคิดว่าผังเมืองจะแก้ปัญหาได้ จึงได้เขียนเอ็นทรีนี้ขึ้น หากเพียงแต่ว่าเจ้าของบล็อคลืมมองมิติอื่น ๆ ของสังคมไปครับ เรื่องราวในโลกนี้มีหลายด้านหลายมิติ การแก้ไขปัญหาอะไรก็ตามหากเรามองเพียงมิติเดียว ใช้เครื่องมือตัวเดียวในการแก้ไขปัญหา สุดท้ายแทนที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ กลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ หรือทำให้ปัญหาเดิมในมิติอื่นยุ่งยากและซับซ้อนขึ้นมากกว่าเดิมครับ ผมเขียนตอบซะยืดยาว ไม่ได้เขียนเพื่อตำหนิเจ้าของบล็อคแต่อย่างใด แต่เขียนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ หวังว่าคงเข้าใจ

น่าแปลกใจนะครับ ที่ฝรั่งกำลังพยายามเรียนรู้วิถีเอเซีย พยายามเลียนแบบเพื่อแก้ปัญหาให้ชุมชนของพวกเค้ามีความสงบสุข แต่คนไทยเรากลับพยายามเลียนแบบวิถีตะวันตก ซึ่งมีแต่ปัญหา อ้างอิงทฤษฎีของฝรั่งเสียจนลืมรากฐานของตนเอง


สวัสดีครับ


ความคิดเห็นที่ 18
ศุภศรุต วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 10.30 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา


ผังเมือง ในอุดมคติ
ผังเมือง ตามสภาพจริงที่ควรอนุรักษ์
ผังเมือง ตามกฎหมาย

สามผังมานั่งดื่มกาแฟ
คุยกันฉันท์มิตร

จะเกิดผังเมืองแห่งความเป็นหนึ่ง (Unity)

เอ แต่ว่าใครจะเลี้ยงกาแฟดีล่ะ
หุหุ

ความคิดเห็นที่ 17
KwAna วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe

ตอบคุณ เพน คุณ dogstar ต้องขอโทษนะคะที่อาจจะใช้กระแสของเชียงใหม่มาเป็นตัวช่วยในการเขียนบล็อกนี้ เมือ่วาน (20-02-51) ผู้เขียนได้ชมรายการช่อง ไทย พีบีเอส ออกข่าวเกี่ยวกับวัดเกตแล้วค่ะ ได้รับคำแนะนำจากผู้รู้บอกว่า เคสวัดเกต ควรยึดเอาแนวทางของผังอยุธยา และได้ดูผู้ที่รับผิดชอบที่ออกมาพูด ดอบชาวบ้าน ก็รู้สึกว่า เค้าอ้างหลักวิชาการแบบที่เค้าไม่เข้าใจงานผังเมืองค่ะ เสียใจแทนเชียงใหม่จริงๆ และเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
Jui วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 09.44 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ผังเมืองถ้าจัดทำกันจริงๆเป็นสิ่งที่ดี
แต่โดยมากเจอผู้มีอำนาจและนักการเมือง
เปลี่ยนสี เปลี่ยนผังเมือง
ความคิดเห็นที่ 15
pen วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 08.18 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

ถึงคุณขวัญ

เจ้าเรือนเห็นด้วยกับความเห็นจากคุณเจเจ

ถ้าตราบใดผู้ที่มีอำนาจไม่ลดฐิทิมานะ พยายามที่จะเอาชนะโดยมิฟังเสียงคัดค้านจากภาคส่วนใดๆก็ตามที การพัฒนาไม่ว่าจะด้านผังเมืองหรือด้านใดก็ตามย่อมไม่ประสพความสำเร็จ และการเป็นความบาดหมางบานปลายต่อไปในอนาคต

การหันหน้าเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจ ลดฐิทิมานะลง ยอมรับกับสิ่งที่ผิดพลาดในการดำเนินการและหาทางออกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมทั้งการรับฟังเหตุผลของทุกฝ่ายและภาคส่วน การพัฒนาที่เกิดขึ้นด้วย "เหตุและผล" ย่อมเป็นการพัฒนาที่แท้จริงและยั่งยืนครับ

เจ้าเรือนขอใช้พื้นที่นี้ชื่นชมในจิตวิญญาณของ "นักวางผังเมือง" ที่ยืนหยัดในความถูกต้องและเจตนารมย์แห่งการพัฒนาเมืองเพื่อประชาชน

และขอประนามคนที่แอบอ้างเอาความเป็น "นักผังเมือง" มาทำร้ายและทำลายชุมชมและประชาชนครับ

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen
ความคิดเห็นที่ 14
Dogstar วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 07.15 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ไม่ได้แอนตี้ผังเมืองนะคะ การพัฒนาคือการทําให้ดีขึ้น
ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาของเก่าๆที่ดีอยุ่แล้วทิ้งไป
น่าจะมีการปรับปรุงผสมผสานกันเก่าใหม่ให้ลงตัว
อยู่กันได้ทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ที่เชียงใหม่ ไม่น่าดูเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
เจเจค่ะ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 01.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ขอโต้ดที่พาดพิงนะเคอะ

http://www.oknation.net/blog/lostinspace/2008/02/20/entry-1

(คห.12)
ความคิดเห็นที่ 12
เจเจค่ะ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 01.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ขอโต้ดที่พาดพิงนะเคอะ

ขอโต้ดที่พาดพิงนะเคอะ

(คห.12)
ความคิดเห็นที่ 11
คนเล่าเพลง วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 00.18 น.
http://www.oknation.net/blog/yuth111

ครับ
ผังเมืองยะลาข้างบนถ่ายหลายปีแล้ว
ปัจจุบันนี้ก็ยังสวยงามครับ
แต่คนไม่คุ้นเคย
หลงเอาง่ายๆครับ
ความคิดเห็นที่ 10
แม่ค้า วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.41 น.
http://www.oknation.net/blog/jiracafe

ขอบคุณค่ะ

ใช่ต้องทำใจยอมรับมันจริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
KwAna วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.34 น.
http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe


ขอบคุณสำหรับความเห็นจ้า เจเจ
ความคิดเห็นที่ 8
เจเจค่ะ วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.32 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

คห.7 ตัวปลอมอ๊ะป่าวเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 7
เจเจค่ะ วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.30 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

การลดขนาดลง และกระจายอำนาจมากขึ้นของมหาดไทย

เอ็มพาวเวอร์เมนท์สู่ท้องถิ่น

ต้องยอมรับว่านี่คือช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจจะมีต้นทุนสูงสักหน่อย

ลองผิดลองถูกกันไป



การขัดแย้งระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ เกิดขึ้นได้เนืองเนือง

ต่างฝ่ายก็หวังดีปกป้องพวกตน

นี่คือวิสัยปกติค่ะ

เพราะความขัดแย้งเชิงความคิดแบบนี้เป็นปกติของสังคมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม



อยู่ที่เราจะนำแต่ละความขัดแย้งมาขบด้วยเหตุผล

ประเมิณมันออกมา

มองที่ผลเชิงมหภาคที่เป็นบวก

แต่ไม่เพิกเฉยต่อกลุ่มที่ได้รับผลเชิงลบ



โดยเริ่มจาก...

เต็มใจลดอัตตาที่จะรับฟังอีกฝ่ายพูด
ความคิดเห็นที่ 6
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

ร่วมมือกันผดุงสังคมเมืองให้อยู่อย่างผาสุข

ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจครับ
ความคิดเห็นที่ 5
เที่ยวไปตามคะวัน วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.24 น.
http://www.oknation.net/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 

ความคิดเห็นที่ 1
KwAna วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 22.18 น.
http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe
ip : 118.172.132.115


มันซ่อมยากไม๊คะ อันนี้สงสัยจริง ๆ เพราะเห็นของพ่อมี ไม่เคยฟัง และไม่รู้ว่ามันฟังได้หรือป่าว

ถ้าจะทิ้งมาบริจาคให้ผมน่ะ
แต่ถ้ายากซ่อมมาให้ผมซ่อมได้น่ะยินดีจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 4
SOMBOONTIEW วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

ไม่ได้มาเยี่ยม มาเยือนกันนาน พอสมควร

มาชักมาชวน ไปอ่านคู่มือดี ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 3
auguzzy วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ทุกอย่างมีสองด้านเสมอครับ
ความคิดเห็นที่ 2
KwAna วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 20.09 น.
http://www.oknation.net/blog/EverydayAndMe

ถูกต้องค่ะ เพราะเมืองไทยใช้ผังเมืองแก้ปัญหา
ไม่ได้ใช้วางแผนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
คนใส่แว่น วันที่ : 20/02/2008 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


ครับ
ต้องเข้าใจก่อนว่า
เมือง เกิดก่อนมีผังเมือง ครับ
ดังนั้น
หลายๆอย่างจึง ไม่สวยงาม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

บ้าน

บ้าน

View All