|
หงส์หวิดเน่าเจ๊าไก่2-2 สิงห์เถือ1-0,เรือใบ3-1 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยังรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป หลังไล่ตีเสมอ "ไก่เดือยทอง" ในช่วงทดเวลาเจ็บ 2-2 ขณะที่ "สิงห์บลูส์" เชลซี บุกไปเฉือน โบลตัน วันเดอเรอร์ ถึงถิ่น 1-0 จากประตูโทนของ ซาลูมง กาลู ส่วน "เรือใบสีฟ้า " แรงต่อเนื่อง เปิดบ้านไล่ขย่ม มิดเดิ้ลสโบรซ์ 3-1 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลิเวอร์พูล 2 - สเปอร์ส 2 หงส์แดง ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของไก่เดือยทอง สเปอร์ส เกมนี้เจ้าบ้านส่ง อังเดร โวโรนินลงมาเล่นคู่กับ เฟร์นานโด ตอร์เรสในแดนหน้า ส่วนทีมเยือนก์ยังให้ รอบบี้ คีนยืนหัวหอกคู่กับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เริ่มเกมมานาทีที่สอง สเปอร์สได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกทางซ้ายของกรอบเขตโทษ แกเร็ธ เบลยิงเฉี่ยวเสาแรกออกไป ถัดมาน.5เป็นโอกาสของลิเวอร์พูลบ้าง ตอร์เรสเบิ้ลบอลให้ โวโรนินวิ่งเข้ามายิงที่หน้าเขตโทษ แต่ว่าบอลตรงตัวพอล โรบินสัน น.10 สเปอร์สได้ลุ้นจากลูกเตะมุม คีนได้โขกโล่งๆแต่สะบัดหลุดกรอบไปหวุดฟหวิด เกมมาถึงน.12 ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกระยะ25 หลากลางประตู เจอร์ราร์ดซัดบอลทะลุกำแพงไปได้ โรบินสันพุ่งปัดออกมา แต่ว่ามาเข้าทางโวโรนินพอดีจึงซ้ำเข้าไปไม่พลาด ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกครั้งในน.28 จากลูกฟรีคิก เจอร์ราร์ดปั่นโค้งข้ามกำแพงบอลพุ่งชนเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย เกมเป็นไปอย่างสูสี และก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว สเปอร์สตามตีเสมอได้จากจังหวะที่เบอร์บาตอฟโหม่งเช็ดให้ คีนหลุดทะลุเข้าไปในเขตโทษ แล้วดีดบอลผ่านโฆเซ่ เรน่า เข้าประตูไปจบครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกันอยู่ 1-1 ครึ่งหลังเริ่มมานาทีแรกสเปอร์สขึ้นนำ 2-1 จากลูกเตะยาวของโรบิสันจากหน้าประตู เบอร์บาตอฟเปิดให้คีนหลุดเข้าไปในเขตโทษ แล้วกระดกบอลข้ามเรน่าเข้าไป ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเครื่อง น.58 ตอร์เรสโหม่งเช็ดกลับมาให้ โวโรนินตามเข้ามายิงจากหน้าเขตโทษ แต่ว่าหวดออกหลังไป สองนาทีถัดมา โวโรนินตอกส้นให้ เจอร์ราร์ดวิ่งเข้ามายิงที่หน้าเขตโทษ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาสองออกไป และลิเวอร์พูลก็ส่ง ไรอัน บาเบลลงมาเสริมเกมรุกอีกคน เกมรุกของเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้นทำให้ต้องส่ง เดิร์ค เค้าท์ลงมาเติมเกมรุกอีกคนในน.68 ช่วงทดเวลาลิเวอร์พูลมาได้ประตูตีเสมอ 2-2 เมื่อ สตีฟ ฟินแนน โยนบอลไปที่เสาร์ 2 ให้เฟร์นานโด ตอร์เรส โหม่งตุงตาข่าย จบเกมเสมอกันไป 2-2 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า, สตีฟ ฟินแนน, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ซามี่ ฮูเปีย, อัลบาโร่ อาร์เบลัว (ไรอัน บาเบล น.63), เจอร์เมน เพนแนนท์ (เดิร์ค เค้าท์ น.69), ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, อังเดร โวโรนิน (ยอสซี่ เบนายูน น.77), เฟร์นานโด ตอร์เรส สำรองไม่ได้ใช้ : ชาร์ลส์ อิต็องเช่, ลูคัส เลว่า ใบเหลือง : - สเปอร์ส : พอล โรบินสัน, ปาสกาล ชิมบงด้า, ไมเคิ่ล ดอว์สัน, ยูเนส กาบุล, อี ยอง-เพียว, ตีมู ไตนิโอ (สตีด มัลบร็องก์ น.75), ดีดิเย่ร์ โซโกร่า, เจอร์เมน จีนัส, แกเร็ธ เบล, ร็อบบี้ คีน, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ สำรองไม่ได้ใช้ : ราเด็ค แชร์นี่, เจอร์เมน เดโฟ, อันโธนี่ การ์ดเนอร์, ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน ใบเหลือง : ดอว์สัน ผู้ตัดสิน : มาร์ค ฮัลซี่ย์ โบลตัน 0 - เชลซี 1 เชลซี บุกมาเยือนโดยปรับทัพแดนหน้ามาใช้สามประสาน โจ โคล, ฟลอร็องต์ มาลูด้า และ ซาโลมง กาลู ขณะที่ โบลตัน เจ้าถิ่น ปรับมาเล่นแนวรุก 3 คนเช่นกัน นำโดย เควิน เดวี่ส์, นิ โกล่าส์ อเนลก้า และ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ เริ่มเกมขึ้นมา 4 นาที โบลตัน เกือบช็อกทีมเยือนก่อน เมื่อ เกวิน แม็คคานน์ เปิดบอลให้ เควิน เดวี่ส์ ขึ้นโหม่งระยะ 6 หลา แต่ ปีเตอร์ เช็ก ออกแรงเซฟเอาไว้ได้ ถัดมานาทีเดียว เควิน เดวี่ส์ ได้โอกาสยิงในเขตโทษอีกครั้ง แต่ก็ยังติดบล็อค ปีเตอร์ เช็ก ถึงนาทีที่ 21 ยังเป็นจังหวะลุ้นของเจ้าถิ่นอีก เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ เปิดบอลให้ ริคาร์โด้ การ์ดเนอร์ เติมขึ้นมาซัดติดเซฟ เช็ก อีก เชลซี เกือบขึ้นนำบ้างในนาทีที่ 28 แฟร้งค์ แลมพาร์ด เตะมุมไปที่เสาสองให้ จอห์น เทอร์รี่ ขึ้นโหม่งหลุดเสาออกไป อย่างไรก็ตาม สิงห์บลูส์ มาได้ประตูนำ 1-0 จนได้ในนาทีที่ 41 ซาโลมง กาลู เก็บบอลได้ระยะ 18 หลา แล้วซัดด้วยขวาผ่านมือ ยัสเคไลเน่น เข้าไป เป็นประตูเดียวในครึ่งเวลาแรก ครึ่งหลัง เชลซี แก้เกมส่ง เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ ลงมาเป็นหอกเป้าแทน ซาโลมง กาลู เพียงแค่นาทีเดียว โบลตัน เกือบตีเสมอได้ เควิน เดวี่ส์ โยนบอลให้ ดิยุฟ ขึ้นโหม่งแต่ไม่ผ่านมือ เช็ก นาทีที่ 66 โบลตัน ต้องเปลี่ยนตัวบ้าง เพราะ ดิยุฟ เจ็บเล่นต่อไปไม่ไหว ทำให้ คริสเตียน วิลเฮล์มส์สัน ลงเล่นแทน แต่ช่วงเวลาที่เหลือก็ไม่อาจทวงประตูคืนได้ จบเกม โบลตัน แพ้ คาบ้านต่อ เชลซี ไป 0-1 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม โบลตัน : ยุสซี่ ยัสเคไลเน่น, โจอี้ โอไบรอัน (สเตลิออส จานนาโคปูลอส น.85), แอนดี้ โอไบรอัน, อับดูลาย เมอิเต้, ริคาร์โด้ การ์ดเนอร์, อิบัน กัมโป, เกวิน แม็คคานน์, แดนนี่ กัธรี่, เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ (คริสเตียน วิลเฮล์มส์สัน น.66), เควิน เดวี่ส์, นิโกล่าส์ อเนลก้า สำรองไม่ได้ใช้ : อาลี อัล ฮับซี่, เชรัลด์ ซิด, ดาเนี่ยล บราเท่น ใบเหลือง : ดิยุฟ, กัมโป, แม็คคานน์, เดวี่ส์, ยัสเคไลเน่น เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, ชูเลียโน่ เบลเลตติ, จอห์น เทอร์รี่, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, แอชลี่ย์ โคล, โคล้ด มาเกเลเล่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, สตีฟ ซิดเวลล์, โจ โคล (เปาโล แฟร์ไรร่า น.84), ฟลอร็องต์ มาลูด้า (อังเดร เชฟเชนโก้ น.73), ซาโลมง กาลู (เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ น.46) สำรองไม่ได้ใช้ : คาร์โล คูดิชินี่, ทาล เบน-ฮาอิม ใบเหลือง : คาร์วัลโญ่ ผู้ตัดสิน : อลัน ไวลี่ย์ สรุปผลการแข่งขันในคู่อื่นๆ อาร์เซน่อล ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-2 เร้ดดิ้ง ชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ชนะ เบอร์มิงแฮม 2-1โบลตัน แพ้ เชลซี 0-1ลิเวอร์พูล เสมอ สเปอร์ส 2-2แมนฯ ซิตี้ ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-1นิวคาสเซิ่ล ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-2 ฟูแล่ม แพ้ พอร์ทสมัธ 0-2 สยามสปอต
|