วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม 2551
มรดกโลก...มรดกบาป ?(ขอม เขมร ไทย.เขาพระวิหารฯ.ตอน ๘)
Posted by
แดนอีศาน
,
ผู้อ่าน : 490
, 09:38:59 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องชาวไทยเราเสียท่าเขมร เพราะพวกระบอบทักษิณและรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าขายชาติ โดยรมต.ต่างประเทศ(นพดล ปัทมะ) แอบไปเซ็นรับรองใน สัญญา(ตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ)เมื่อ 22 พค.2551 ณ ปารีส เวลา ห้าทุ่มเศษ(ตามข่าว?) แล้วเอกสารมีเงื่อนงำที่ทำให้เราเสียเปรียบเรื่องสิทธิโต้แย้งในการเรียกปราสาทฯและอธิปไตยคืน ในที่สุดผลการประชุมกรรมการมรดกโลกประชุมที่ ควิเบค เมื่อ 8 มิย.51 ได้ตกลงให้รับจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเสนอโดยเขมรฝ่ายเดียว !..ถือว่าเป็นไม้ขีดไฟที่โยนเข้ากองน้ำมันสุมไฟแห่งความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !..นับเป็นปมปัญหาที่สร้างความยุ่งยากในการแก้ไข และอาจเป็นการทำให้ไทยเราต้องสูญเสีย ?...ติดตามมา(แล้วคิดหรือว่า..ไทยเราจะยอมอะไรง่ายๆ !!)..ซึ่งคิดว่าพวกเราคงติดตามมาโดยตลอด ..เราก็คงต้องสู้ต่อไปครับ.!(สงครามยังไม่จบ..อย่าเพิ่งนับศพ !!)..ต้องให้กำลังใจทหาร ตำรวจ นักวิชาการ ธรรมญาตรา อีสานกู้ชาติ ฯลฯ โดยเฉพาะพันธมิตรฯ ในแนวทางการต่อสู้ในเรื่องนี้..ผมลากยาวมาหลายวันแล้วหลังจากพยายามค้นคว้าเอกสาร นักวิชาการ เพื่อจะหาคำตอบว่า ปราสาทพระวิหารว่าใครสร้าง ก็คงพอสรุปได้ ดังนี้ .- 1. กษัตริย์เขมรโบราณสุริยวรมันที่ 1 เป็นผู้สร้างโดยอาศัยแรงงานทาสจากหลายอาณาจักร ซึ่งกระจัดกระจาย อยู่ทั้งที่บริเวณอีสาน ฯปัจจุบัน และได้มีการสร้างต่อเติมโดยกษัตริย์สุริยวรมันที่ 7และอื่นๆอีก จากหลักฐานเช่น : นิลสีห์(๒๕๕๑) กล่าวถึง
พงศาวดารเขมร...เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์กัมพูชาแบบเรียนเขมรซึ่งแปลโดยอาจารย์ศานติ ภักดีคำสรุปว่า...สมัยสุริยวรมันที่ 1(1002-1050)ซึ่งประวัติศาสตร์กัมพูชากล่าวว่า ทรงประกาศพระองค์เป็นพระราชาของกัมพูชาที่โคราช โดยพระมารดาสืบพระญาติวงศ์จากกษัตริย์อินทรวรมันและทรงได้รับพระราชมรดกลพบุรีจากพระราชบิดาด้วย ราชอาณาจักรจึงครอบคลุมไปจรดแม่น้ำ(เจ้าพระยา) เมื่อปราบปรามเมืองต่างๆในเขมรต่ำ แล้วขึ้นครองราชย์ที่ยโสธรปุระ(นครธม)เมื่อ 1010 แล้วทรงขยายเมืองเป็นพระนครหลวง สร้างปราสาทบาปวนบนภูเขาในเมืองใหม่ สร้างปราสาทพระวิหารที่พนมดงรักและพนมชีสูรที่ตาแก้ว(บนแม่น้ำโขงด้านออกอ่าวไทย )ทรงนับถือพุทธศาสนาและเป็นต้นราชวงศ์สุริยวรมันที่ 1
ปราสาทพระวิหารศรีศิขเรศวรไม่ใช่ปราสาทราชวัง หากเป็นเทวสถาน/พุทธสถานกระทั่งศาลเจ้าป่าอันศักดิสิทธิ์ เป็นที่เคารพของท้องถิ่นภาคอีสานแถวนั้นมาแต่ดึกดำบรรพ์จารึกแรกสุดค.ศ.688/พ.ศ.1108(น่าจะเป็น1231 ?)กษัตริยฺวรมันโปรดให้ข้าราชการสำนักจารึกการถวายสิ่งต่างๆ ไว้ที่ปูชนียสถานแห่งนี้ พระองค์เป็นกษัตริย์เศรษฐปุระ(วัดภูจำปาสัก) ผู้ลงไปปราบเขมรต่ำและตั้งเมืองที่นั่น(550-620)ก่อนสมัยพระนครหลวง เป็นเชษฐาเจ้าชายจิตรเสนฝั่งแม่น้ำมูลซึ่งลงไปสืบราชสมบัติต่อเป็นมเหนทรวรมัน(600-615) ผู้ยิ่งใหญ่สมัยเจนละ พุทธสถานและเทวสถานทั้งเศวและไวศณพนิกายในสมัยโบราณ ล้วนเป็นที่กัลปนาซึ่งพระราชาถวายพร้อมทั้งผู้คนข้าทาสสิ่งของให้ดูแลรักษาสถานที่ ถือเป็นเขตพ้นอำนาจแผ่นดิน (สมาชญาปยติ) ราเชนทรวรมันที่ 2 จึงทรงหลบราชภัยอยู่ได้ในที่นั่น ซึ่งเมืองเกาะแกร์ก็อยู่ต่ำใต้ภูเขาลงไปนั่นเอง ปัจจุบันเรียกจังหวัดเปรี๊ยะวิเฮียร์ในกัมพูชา...และดังนั้นที่รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อ 2 ต.ค.พ.ศ.2502ว่าเขาพระวิหารเป็นของเขมรเพราะว่าถาวรวัตถุบนเขาพระวิหารได้สร้างขึ้นระหว่างค.ศ.ที่ 9ถึง 12 โดยกษัตริย์กัมพูชาเหนือภูเขาดงเร็ก นั้นก็ไม่สามารถแสดงสิทธิของกษัตริย์กัมพูชาได้ นอกจากนั้นกษัตริย์ขอมเมืองยโสธรปุระ/พระนครหลวงผู้สร้างปราสาท ล้วนเสด็จไปจากสยามประเทศทั้งสิ้น การถวายที่กัลปนาหมายถึงถวายอุทิศสิทธิในที่ดินและผู้คน(อันกษัตริย์ต่อๆมาในราชวงศ์สามารถเกณฑ์ไปใช้ราชการอื่นใด)และยังไม่เคยปรากฏว่ากษัตริย์องค์ใดในราชวงศ์พระเจ้าแตงหวานขึ้นมาถวายสิ่งของหรือก่อสร้างซ่อมแซมอะไรถวายบนเทวสถานแห่งนี้เลย)
------------------- อ้างอิง : นิลสีห์.๒๕๕๑.บทเรียนคดีเขาพระวิหาร(๒):กษัตริย์ กัมพูชา ผู้สร้างปราสาทพระวิหารล้วนไปจากสยาม ประเทศ ใน www.manager.co.th อภิวันทน์ อดุลยพิเชฏฐ์.๒๕๕๐.นำเที่ยว ๗ ปราสาท หินแห่งอีสานใต้.กทม.:สำนักพิมพ์เมืองโบราณ
|