• Francesca
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : francesca_matinez@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-23
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 21876
  • จำนวนผู้โหวต : 86
  • ส่ง msg :
Francesca's Stories
An ordinary extrovert who wishes to say something out loud.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/Francesca
วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน 2551
ครูหนุ่มกับบทลงโทษเด็กหน้าห้องเรียน
Posted by Francesca , ผู้อ่าน : 358 , 06:21:25 น.   | หมวดหมู่ : Whatever  
พิมพ์หน้านี้


1)

บ่ายวันหนึ่งของฤดูร้อน
ฉันเอ่ยปากถามครูหนุ่มที่สอนหนังสือในโรงเรียนประชาบาลแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความอยากรู้ว่าเขายังตีเด็กนักเรียนอยู่หรือไม่
เขาเงียบแบบชั่งใจว่า จะพูดอย่างไรดี แต่ในที่สุด ก็ได้ยินว่า "ผมยังตีพวกเขาอยู่"

คำตอบที่ได้รับกลับมา ทำให้ฉันเงียบไปครู่หนึ่ง

ใจประหวัดนึกไปถึงหลานตัวเล็กๆ สองคน พี่ชายคนโตอายุ  6 ขวบและน้องสาวคนเล็กอายุ  4 ขวบ ถ้าพวกเขาต้องถูกรับโทษ โดยการตี ฉันคงทนไม่ไหว และคิดว่า ทำไมครูไม่ใช้วิธีการพูด อธิบายให้เด็กๆเข้าใจ แทนที่จะใช้ไม้เรียวในการตัดสินโทษ

"เดี๋ยวนี้ เขาไม่อนุญาตให้ตีเด็กๆ แล้วไม่ใช่หรือ" ฉันถามอย่างจะเอาเรื่อง
"นั่นเป็นนโยบายสมัยทักษิณ ซึ่งทำให้ครูส่วนใหญ่ ไม่กล้าตีเมื่อเด็กๆทำผิด และบางครั้งผู้ปกครองก็มาที่โรงเรียน เข้ามาด่าทอครูว่าทำเกินเหตุ ผู้ปกครองไม่ค่อยเข้าใจถึงสาเหตุว่า ทำไมครูถึงยังต้องตีลูกๆของพวกเขา"

"ผมไม่ได้ตี เพราะอารมณ์เกรี้ยวกราดหรือโมโห แต่จะลงโทษ เพราะเด็กๆทำผิดข้อตกลงเอง สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากทำคือการตีเด็กๆที่ผมสอน"

เมื่อฉันนิ่งฟัง เขาก็พูดต่อ
"ก่อนที่จะเริ่มเรียน ในชั้นจะมีการตกลงกันก่อนว่า การบ้านและงานที่สั่งต้องส่งตามเวลา หากไม่ส่งจะมีการทำโทษ ตกลงหรือไม่ ให้ยกมือ ทุกคนก็ยกมือยอมรับในกติกาข้อนี้"

"ในห้องหนึ่งมี 50 คน เมื่อถึงเวลาส่งงานปรากฏว่า จะมีเด็กๆประมาณเกือบ 30 คน ที่ทำงานไม่เสร็จ ไม่ส่งการบ้าน และไม่ส่งรายงานตรงตามเวลา"

"ผมไม่อยากตีเลย แต่คิดว่า ระเบียบวินัย ความตรงต่อเวลา เป็นสิ่งที่นักเรียนทุกคนต้องมี ครูต้องปลูกฝัง เมื่อเขาโตขึ้น มันจะช่วยในเรื่องการงานได้"

ฉันนิ่งคิด เดี๋ยวนี้ ฉันเองก็เริ่มที่จะบริหารเวลาผิดพลาด บางครั้ง ไม่ยอมทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว ส่งอีเมล์ไปบอกลูกค้า ขอเลื่อนการส่งใบเสนอราคาออกไปอีกหน่อย ลูกค้าสองสามรายยอมรับการเลื่อนเวลา ดังนั้น ตอนนี้ ฉันจะเริ่มเคยตัวการการส่งงานล่าช้ามาสองสามครั้ง

แต่... จะดีกว่าไหม ถ้าฉันยังเคารพเวลาเดิมที่ฉันกับลูกค้าได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้

"ก่อนจะตีพวกเขา ผมจะอธิบายให้พวกเขาฟังว่า ทำไม ทุกคนที่ไม่ส่งงานจึงถูกตี เช่น พวกเธอกับครูมีข้อตกลงกันแล้ว แต่เธอไม่ทำตาม ดังนั้น พวกเธอเป็นคนหยิบยื่นไม้เรียวใส่มือครูเอง"

ฉันเงียบอีกแล้ว

"ผมจะให้พวกเขาหยิบไม้เรียวมาให้เสมอ เพราะเป็นผลจากการขาดความรับผิดชอบของพวกเขา ผมคิดว่า เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องสอนให้เด็กๆเคารพระเบียบวินัย ผมไม่ได้ตีบ่อย แต่ตีแรง แต่ไม่ใช่ตีให้พวกเขาเขียวช้ำ ผมต้องการให้เขาหลาบจำ และไม่ทำอย่างนั้นอีก"

เมื่อฉันถามว่า เขาตีเด็กๆจำนวนกี่คน สิ่งที่เขาตอบทำให้ฉันตกใจ
"ที่ผมสอนชั้นป. 6 มีทั้งหมด 10 ห้อง คุณคิดดูก็แล้วกัน ว่า แค่ห้องละ 30 คน คูณจำนวนห้อง คูณคนละสองที แค่นี้มือผมก็แตกช้ำ จนวันหนึ่งผมก็บอก ไม่ไหวแล้ว ไม่เอา ครูไม่ตีแล้ว แล้วก็ทิ้งไม้เรียว ผมเองก็เสียใจมากที่ต้องทำหน้าที่ตีพวกเขา"

ครูหนุ่มบอกว่า เด็กๆเดี๋ยวนี้ ไร้ระเบียบวินัย
"ผมเป็นครู เพราะผมอยากให้เด็กได้รับความรู้มากที่สุด เท่าที่ผมจะให้ได้ เด็กๆจะไม่ค่อยรักครูที่ตีพวกเขาหรอก คุณรู้ไหมว่า เดี๋ยวนี้ ครูหลายคนจะไม่ตีเด็กๆ เพราะหลังเลิกเรียน ครูมีสอนพิเศษ ครูก็ต้องการให้มีเด็กๆเข้าเรียนกับตนมากที่สุด ผมเป็นครูที่สอนเต็มที่ในชั้นเรียนและลงโทษ เมื่อเด็กๆไม่ทำตามข้อตกลง ผมไม่นิยมคุรุพาณิชย์ ไม่ชอบการกวดวิชาหลังเลิกเรียน"


2)

เมื่อครูหนุ่มต้องไปสอนแทนครูคนอื่นในชั้น ป. 1 เด็กๆก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวแย่งกันถามหลังจากที่ครูแนะนำตัว  "ครูดุไหมคะ.... ครูใจร้ายไหมครับ"

ครูหนุ่มไม่ตอบ แต่ยิ้มแล้วถามกลับว่า "ครูมาลีดุไหม"
"ครูมาลีดุ ชอบตีพวกเราด้วย" เด็กๆช่วยกันตอบ
ครูหนุ่มยิ้มอีกครั้ง แล้วถามกลับว่า "ทำไม ครูมาลีถึงตีพวกหนู"
คราวนี้ คำตอบมาจากทั่วทั้งห้อง "พวกเราเสียงดังในห้อง ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทำการบ้าน และทะเลาะกัน"

ครูหนุ่มยังยิ้ม ขณะถามกลับว่า "ถ้าพวกเธอ ส่งเสียงดัง ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทำการบ้าน และทะเลาะกัน พวกเธอจะให้ครูทำอย่างไร"

เด็กๆประสานเสียงตอบชัดเจนว่า "ตีค่ะ(ครับ)"

"แล้วพวกเธอคิดว่า ครูดุไหม" ตอนนี้เด็กๆทุกคน นั่งนิ่ง ไม่มีใครตอบคำถามเขา เพราะครูหนุ่มกระตุ้นให้เด็กๆคิดอย่างเป็นกระบวนการ มีการไตร่ตรองค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ถึงเหตุและผลที่เกี่ยวพันกัน ดังนั้น เวลาครูลงโทษไม่ได้เป็นเพราะครูใจร้าย แต่สาเหตุของการลงโทษมาจากตัวเด็กๆเอง

ครูหนุ่มยิ้ม เริ่มงานสอนตามปกติ ขณะที่เด็กๆตั้งใจเรียนมากขึ้น เขามีความสุขกับสอนเด็กเล็กๆ เพราะเด็กๆยังใสซื่อไร้เดียงสา ไม่เจ้าเล่ห์เหมือนเด็กโต

แต่...จนหมดชั่วโมงสอน ครูหนุ่มก็ไม่ได้ตอบคำถามเด็กๆว่า เขาดุหรือไม่
เพียงแต่ย้ำให้เด็กๆฟังอีกครั้งว่า ถ้าพวกเขาไม่ส่งเสียงดัง ตั้งใจเรียน ทำการบ้านตามที่ครูสั่ง ครูก็ไม่มีสิทธิที่จะลงโทษพวกเขาแม้แต่น้อย

"การคิดอย่างเป็นระบบ" เป็นสิ่งหนึ่งที่ครูหนุ่มพยายามสอนให้เด็กๆ คิดค้นหาคำตอบเอง ไม่ใช่แค่ตอบคำถามโดยอาศัยความจำ การคิดอย่างเป็นระบบจึงมักจะไม่มีผิด ไม่มีถูก

เขาบอกฉันว่า "การสอนของครูโดยกระตุ้นให้เด็กๆใช้กระบวนการคิด ยากกว่าการสอนโดยให้เด็กจดจำเพราะครูต้องใช้ความรู้ความสามารถในการค้นคว้า สืบค้นข้อมูลและตระเตรียมการสอนเป็นอย่างดี เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ครูโดยชัดเจน แต่ให้ผลที่คุ้มค่ากับเด็กๆหลายเท่านัก"


3)

สองปีที่แล้ว เมื่อครูหนุ่มเป็นครูบนดอยสูง ณ แผ่นดินชายขอบประเทศ ในห้องเรียนที่เขาสอนเป็นเด็กชนเผ่ากะเหรี่ยงตัวเล็ก ตัวน้อย หน้าตา และเสื้อผ้ามอมแมม แต่แววตาใสซื่อ

ในห้องมีเด็กชายเล็กๆที่มีพัฒนาการทางสมองช้ากว่าเพื่อนๆเรียนอยู่ด้วยหนึ่งคน
ครูหลายคนระอากับพฤติกรรมของเจ้าจอมเกเรที่คอยแหย่คนอื่นๆและส่งเสียงดังรบกวนตลอดเวลา ครูคนอื่นๆไม่ถือสาและไม่ใส่ใจกับพฤติกรรมของเขา

วันหนึ่ง เขาสอนอยู่ในชั้น เจ้าจอมเกเรแกล้งเพื่อนคนหนึ่งจนร้องไห้ ห้องรียนโกลาหล ครูหนุ่ม เรียกจอมเกเรออกไปหน้าห้อง พูดให้ฟังแล้วบอกว่า เมื่อเขาแกล้งคนอื่น เขาจะต้องได้รับโทษ ครูจะตี ให้ออกไปหาไม้เรียวมา

จอมเกเรออกไปนอกห้องและกลับมาด้วยก้านมะยมเล็กๆ เขาโดนตีสองที ร้องไห้จ้า ทำสีหน้าและแววตาหน้าไม่เข้าใจว่า ทำไมตนเองต้องถูกตี ทั้งๆที่ครูคนอื่นๆไม่เคยทำโทษ เด็กน้อยยืนเช็ดน้ำตาอยู่หน้าห้อง ครูหนุ่มยืนน้ำตาซึม

อีกสักพัก ครูหนุ่มเรียกจอมเกเรออกมาหน้าห้อง ให้นั่งที่โต๊ะครู ลูบหัว  ลูบหลังและบอกว่า ครูตีเพราะเธอแกล้งเพื่อน มา...ครูจะสอนการนับเลขให้ ไปเก็บลูกหินและกิ่งไม้มา แม้จะยากที่ต้องสอนให้เริ่มนับหนึ่งถึงสิบใหม่ แต่ครูหนุ่มก็ยังพยายาม

หลังจากวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นพักเที่ยงเมื่อครูนั่งใต้ต้นไม้ หรือตอนเย็นหลังเลิกเรียน จอมเกเรจะเดินตามครูหนุ่มตลอดเวลา ทั้งใบไม้ กิ่งไม้ ลูกหิน กลายเป็นอุปกรณ์การสอนคณิตศาสตร์ในทุกๆวัน เด็กน้อยได้รับการโอบกอด สัมผัสที่ไม่เคยได้จากครอบครัว ครูหนุ่มช่วยเติมเต็มความรักที่ขาดหายให้ เด็กน้อยเกเรน้อยลงและยิ้มกว้างขวางในทุกๆวันที่เห็นครู

หนึ่งปีที่เขาอยู่ที่นั่น มิตรภาพน้อยๆระหว่างลูกศิษย์ตัวเล็กๆ รอยไม้เรียวและสัมผัสของเขา เปลี่ยนเด็กกะเหรี่ยงเกเรให้กลายเป็นเด็กน้อยที่เลิกรังแกเพื่อนๆ ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กกะเหรี่ยงทำให้ครูหนุ่มยิ่งทุ่มเทกับการสอนซึ่งไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่หน้าที่ในการให้ความรู้ แต่ยังแบ่งปันความรัก ความเอาใจใส่แก่ลูกศิษย์ตัวเล็กๆ เพราะเขาเชื่อว่า ครูควรจะมีโลกทัศน์ที่กว้างกว่าผู้ปกครอง ด้วยความที่ครูเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาและสร้างพลเมืองที่ดีให้กับชาติในวันข้างหน้า


4)

บทสนทนาของเรากินเวลายาวนาน อย่างไรก็ดี ฉันเสนอทางเลือกที่นุ่มนวลกว่าการตี เพราะกลัวว่า วันหนึ่งพ่อแม่เด็กๆอาจจะมาขอพบเขาที่โรงเรียน แม้ว่า เขาสอนอยู่ที่โรงเรียนในจังหวัดภาคใต้จนครบหนึ่งปีก็ยังไม่เคยมีผู้ปกครองคนใดไม่พอใจต่อบทลงโทษของเขา

"ถ้าผู้ปกครองไม่ค่อยชอบใจเวลาครูตีลูกๆ ของพวกเขา คุณเลิกตีเด็กๆก็ได้นี่คะ ทำผิดก็แค่ตัดคะแนน หรือแค่ตักเตือนก็น่าจะเพียงพอ" ฉันเสนอความคิดแบบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

สิ่งที่ฉันได้ยินกลับกลายเป็นน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น " คุณอาจจะบอกผมให้วางเฉยต่อการสั่งสอนอบรมที่เข้มงวดเสียก็ได้ แต่.....ผมจะไม่ทำอย่างนั้น"

สองสามวันที่ผ่านมา ภาพของครูหนุ่มกำลังลูบหัว ลูบหลังเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยงใต้ร่มไม้เมื่อตอนพักเที่ยง ขณะที่สอนให้เด็กน้อยหัดบวกและลบเลขจากก้อนหินและเศษกิ่งไม้ แววตาเปี่ยมสุขของเด็กที่ได้รับความรักการสัมผัส และการโอบกอด รอยยิ้มในแววตาของครูที่เป็นผู้ให้ ทำเอาฉันนั่งนิ่ง น้ำตาซึมอยู่หลายครั้ง

ฉันเองก็เคยสอนหนังสือเด็กๆบนดอย แม้จะไม่นานครบปีเยี่ยงเขา แต่ความรักและความผูกพันที่มีต่อเด็กกะเหรี่ยงหัวกระเซิงสองสามคน ก็ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำของฉันมาจนทุกวันนี้

ฉันไม่เคยตีเด็กๆที่ฉันสอน ฉันให้ได้แค่ความรักและความสงสารพวกเขาซึ่งฉันคิดว่าไม่ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมเด็กๆบนพื้นราบ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฉันรู้ดีว่า ฉันไม่มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมากนักเมื่อเทียบกับเขา


อ้างอิง

เรื่อง.. ขอบคุณครูหนุ่มคนนั้นด้วยจิตชื่นชม

ภาพ.. rukchangthai, bankrusun


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 55
SNOW_Noi วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 14.31 น.
http://www.oknation.net/blog/snownoi

งดงามค่ะ..

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยคิดอยากเป็นครูดอย..


ความคิดเห็นที่ 54
เทพี วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 05.58 น.
http://www.oknation.net/blog/TePee
อยู่แต่สวน  ทำแต่สวน 

อรุณฯครับเจ้

วันนี้หยุดม่าย



คิดถึงอิตายแล้วนิ
ความคิดเห็นที่ 53
คนเล่าเพลง วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 22.18 น.
http://www.oknation.net/blog/yuth111

พรุ่งนี้
1 พ.ค.เวลาบ่ายโมง
ผมไปประชุมฟังคำชี้แจง
เรื่องการจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง
มีไรฝากถามไหมครับ???
ความคิดเห็นที่ 52
คนเล่าเพลง วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/yuth111

เพิ่งอ่านไป 2 ตอน
ที่เหลือต่อพรุ่งนี้ครับ...
ความคิดเห็นที่ 51
วิตามินบี วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 12.07 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


แวะมาเยี่ยมอีกรอบค่ะ
รออ่านเรื่องใหม่อยู่นะคะ
ความคิดเห็นที่ 50
ปราณชลี วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 08.08 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

อรุณสวัสดิ์ครับ !!
ปกติเป็นคนไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ
แต่คราวนี้...ไม่แน่ซะแล้ว
จากเทียบเชิญที่ผูกโบว์สวยด้วย 'มิตรภาพ'.
ความคิดเห็นที่ 49
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 22.29 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม


ความคิดเห็นที่ 48
officemom วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 21.34 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

เอาอาหารเช้าฝีมือน้องมาเสริฟค่ะ

ขอบคุณสำหรับ vote นะคะ
ตะกีลูกสาวอ่าน comment แล้ว ทำหน้าเขิน เดินหนีไปเรยย
ความคิดเห็นที่ 47
เทพี วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 06.21 น.
http://www.oknation.net/blog/TePee
อยู่แต่สวน  ทำแต่สวน 

ทำไรอยู่ครับเจ้


ความคิดเห็นที่ 46
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 00.14 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม


หอบดอกไม้มาขอบคุณค่ะ
แล้วเราจะใส่ชื่อตรงไหนล่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
ลิลิตดา วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 00.07 น.
http://www.oknation.net/blog/phenvipa

สวัสดีค่ะคุณ Francesca
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลเรื่องบริษัทแมนพาเวอร์ที่ดิฉันเข้าใจผิด ดิฉันจะเข้าไปแก้ในคอมเม้นต์นะคะ และเมื่อเข้ามาอ่านบล็อกของคุณแล้ว ชอบค่ะ เรื่องของครูหนุ่มคนนี้น่าเห็นใจหน้าที่ของคนเป็นครูนะคะ และอ่านดูเขาได้ทำหน้าที่ที่ดีมาก นี่หากมาเจอนักเรียนอเมริกันคงเซ็งตายเพราะเด็กดื้อน่าตีมากแต่ตีไม่ได้เลย เห็นใจคนเป็นครูค่ะ
อ้อ ดิฉันชอบเพลงลาวม่านแก้วและส่งความคิดถึงปลิวไปในอากาศมากค่ะ เช้านี้ตื่นขึ้นมาเข้ามานั่งฟังคิดถึงเพลงไทยมากๆ ดิฉันเรียนระนาด(เอก)อยู่ เรียนมาสามปีแล้ว รักเพลงไทยทำนองเดิมมากๆ ขอบคุณค่ะที่โหลดมาให้ฟัง
ความคิดเห็นที่ 44
ปราณชลี วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 23.52 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ได้รับสารจาก 'หนุมานชาญสมร' ว่ามีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับครูในเอ็นทรี่นี้ แต่ไม่มีเวลาอ่านสักที กระทั่งวันนี้...
อ่านไป น้ำตาซึมไป เป็นเรื่องเล่าที่แสนอบอุ่น สะท้อนบทเรียน และอุดมการณ์ของความเป็นครูได้อย่าง 'ยอดเยี่ยม'
สมัยเด็กข้าพเจ้าโดนตีบ่อยๆ รู้ทั้งรู้ว่าเราทำผิดแต่เวลานั้นก็อดโกรธคุณครูไม่ได้ บางครั้งด้วยความเกเรถึงขั้นสถบถ้อยคำแรงๆ ใส่ ต่อมาเมื่อเติบใหญ่ถึงได้มาสังเกตและได้สำนึกว่าครูที่ข้าพเจ้ารักและผูกพันด้วยในกาลต่อมา กลายเป็นคุณครูที่เคยเฆี่ยนตีข้าพเจ้าอยู่บ่อยๆ นั่นเอง (แต่วันนี้บางท่านจากลาเหล่าลูกศิษย์ลูกหาอย่างไม่รู้ตัว...ด้วยเหตุไฟใต้ นำมาซึ่งความเศร้าสลดอย่างยิ่งยวด)
คุณ Francesca เคยสังเกตไหมครับ สมัยก่อนคุณครูใช้ไม้เรียว เด็กเฮี้ยวๆ ก็กลายเป็นเด็กดีได้ แต่สมัยนี้ครูทิ้งไม้เรียว เด็กๆ ยิ่งมีปัญหา สังคมยิ่งเหลวแหลก แตะไม่ได้ทั้งคำพูดและการกระทำ 'หัวใจ' ผู้คนจึงเปราะบางยิ่งนัก.
ความคิดเห็นที่ 43
กวีจร_ณ_โคราชา วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 02.35 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweejorn
Charanasambhanno

มานั่งอ่านและรำลึก...ตอนโดนทำโทษ
ความคิดเห็นที่ 42
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 00.18 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม



กดเร็วไปอีกและ

คิดถึงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 41
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 00.17 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม


จะลองทำดูค่ะ
ขอบคุณมากๆเลย


ความคิดเห็นที่ 40
เทพี วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/TePee
อยู่แต่สวน  ทำแต่สวน 

ทำไหรอยู่ครับเจ้


ความคิดเห็นที่ 39
สุรศักดิ์ วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 09.34 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญอ่าน << ผีและเทวดามีจริง จากหลักฐานในพระไตรปิฎก (5) >> อัพบล็อก 4 ก.ย. 51

การศึกษา เปรียบเหมือน ปลูกกล้วยไม้
กว่าจะออกดอก ก็นานแสนนาน รดน้ำ ให้ปุ๋ย
รอแล้วรอเล่า แต่เมื่อออกดอกแล้ว
ดอกก็งามสมกับที่รอคอย

ครู ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู นั้น
สำคัญมาก การสอนหรือการลงโทษนั้น
ควรมีศิลปะในการสอนหรือลงโทษด้วย

ครูหนุ่ม ก็มีแนวคิดอุดมการณ์ของความเป็นครูดี

การลงโทษนั้น ไม่ควรลงโทษด้วยอารมณ์
ควรเป็นการลงโทษเพื่อให้เด็กหลาบจำ ไม่ทำผิด
ซ้ำอีก ก็ควรทำ

เรื่องการลงโทษนี้ เป็นเรื่องที่
จะต้องพูดกันยาวครับ เพราะมีเรื่องปลีกย่อยมากมาย
ขอบคุณครับที่เขียนเรื่องนี้
ความคิดเห็นที่ 38
เทพี วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/TePee
อยู่แต่สวน  ทำแต่สวน 

ข้างล่างเค้าพูดไรกันครับ

ไม่รู้เรื่องเรยย

อ่านแล้วฮงนิ



ไม่โหร่ว่ายังเป็น "เจ้ของบัง" โยม่าย

แต่ว่ายังเป็น "บังของเจ้" เหมือนเดิมแหละ



อิอิ
ความคิดเห็นที่ 37
ดาวปลาตะเพียน วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/daoplatapean
...พร่างพราวในเงาฝัน *

ตีนใคอ่ะน้อง....ในโหร้ปฮั้น...
.....
แฮ่ ตีนน้องเองแล้พี่สาวเห้อ
ไม่หาญอิเอาหน้ามาโชว์
สาตีนอิแลได้หวานิ
........
บายดีนิพี่เหอ
มาอีกรอบหล่าว
แหลงถึงครูแล้วหยับพาขึ้น
เท่โรงเรียนวัดข้างบ้านฮั่น
หม่ายโหนยังครูหนุ่ม ยังแต่แก่ๆเพแหละ
ทำโทษเด็กก็ยังทุบกันอยู่เหลย
ไม่โร้สอนพรือเด็กจบป.6 มาแล้ว
อ่านหนังสือก็ไม่ค่ายออก

ฮาย..อย่าให้แหลงหวางอิเล่นพ่ายกันนิ
ไม่ค่ายอิสอน

ระบบการศึกษาย่ำแย่
หรือเพราะว่ามีแต่คนแก่ที่หมดไฟเหลือแต่ขี้เถ้า

ครูหนุ่มของพี่ฮั้น
สนใจอิมาปร้านี้สอนหม้ายหา
หาครูดีๆ มาช่วยเด็กบนควนให้หายหัวงมบ้างนิ

รับรองไม่อดแล้
บ้านบังนิ
เลี้ยงปลาไว้คะลักคะลุย
ความคิดเห็นที่ 36
ดาวปลาตะเพียน วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 17.28 น.
http://www.oknation.net/blog/daoplatapean
...พร่างพราวในเงาฝัน *

แถวบ้านยังแต่ครูลูกนิง
คริงลูกนู
(ลูกนู คือ ดินเหนียวปั้นกลมๆ จากแดดให้แห้ง ใช้เป็นลูกกระสุนในการยิงปางนู)
ปางนู คือ หนังสติ๊ก

จบวิชาภาษาใต้วันละคำสองคำค่ะครู.

ความคิดเห็นที่ 35
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 14.47 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม

ยังอยู่หรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 34
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 13.45 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม


ความคิดเห็นที่ 33
theeratatt วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 11.27 น.
http://www.oknation.net/blog/thebier

ต่างคน ต่างมีวิถีทางการปกครองของแต่ละคน

คนแต่ละประเภทปกครองคนไม่เหมือนกัน

น้ำตา ความสงสาร ความรู้สึก

ขอโทษครับช่วยส่งกระดาษ
มาซับนำตาประเทศไทยด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 32
ฅนผ่านทาง วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

เขียนได้ดีครับนายหัว.. ครูหนุ่มผู้มีอุดมการณ์

ขอบคุณที่ไปเยือนบล็อกผมครับ
ความคิดเห็นที่ 31
คนทำงาน วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 15.05 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง


ครูหนุ่มทีมีจิตวิญญานความเป็นครูค่ะ


มาชวนไปเล่นโบว์ลิ่งที่บ้านค่ะ ตามที่อยู่นี้เลย
http://www.oknation.net/blog/kunlek

ไปให้ได้นะ ขอบคุณมากคะ ซ้อมก่อนวันจริงไง
ความคิดเห็นที่ 30
เทพี วันที่ : 19/04/2008 เวลา : 14.18 น.
http://www.oknation.net/blog/TePee
อยู่แต่สวน  ทำแต่สวน 

อ่าว.. ไหนไซพันนั้นหลาว

เอาพันนี้ตะกะนั้น

หากว่าเจ้ยังต้องการ Add บล็อกเพื่อนไว้เป็นเพื่อนบ้าน

ไอ้ตัว Add to my favorite ของผมมันจะอยู่ล่างสุด

เลยช่องคอมเม้นท์ลงไป เลยกฏกติกามารยาทลงไปเหลย

แล้วจะเจอปฏิทินด้านซ้าย อันเล็กๆยาวๆ เมื่อล็อกอินก็จะเจอใอ้ตัวเท่ว่านั้นแหละ

เฮ้อ.. เหนื้อย


ความคิดเห็นที่ 29
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/cottonhut
ระบบอุปถัมภ์และพฤติกรรมสอพลอ  คือจุดเกิดก่อแห่งภาวะเสื่อมทรามของทุกสังคม

บางครั้งความรักและความสงสาร
อาจทำร้ายเด็กๆได้เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 28
เทพี วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/TePee
อยู่แต่สวน  ทำแต่สวน 

เจ้จ๋า..

ไปเท่บล็อกเพื่อน แล้วอ่าน คห.65

จะเจอสิ่งเท่เจ้เคยต้องการ (ไม่โหร่ตอนนี้ยังต้องการโยม่าย)




ปล. ล็อกอินก่อนนะ
ความคิดเห็นที่ 27
หนุมานชาญสมร วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 13.33 น.
http://www.oknation.net/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง  มีเรื่องให้ค้นหา  มีความงามให้จดจำ    มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

คนหนุ่มไฟแรงครับ
ความคิดเห็นที่ 26
วิตามินบี วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 01.11 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ตอนเด็กจำได้ว่า
ครูไม่เคยกอดเด็กเลยเนอะ
ถ้าเด็กได้รับความรักด้วยการสัมผัสจากครูคงดีไม่น้อย
ความคิดเห็นที่ 25
lost-in-space วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

มาสวัสดีสงกรานต์ย้อนหลังคุณฟรานเชสก่อนนะคะ จะแวะกลับมาอีกแน่นอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
กวีจร_ณ_โคราชา วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 20.04 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweejorn
Charanasambhanno

โดยสารโดยรถไฟบ่อย...
ชำนาญทาง
สับรางเป็น...
ไม่ชนกันหรอกครับ...

...
ความคิดเห็นที่ 23
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มีเรื่องมาฝาก..เดี๋ยวกลับมาอ่านครับ

http://www.oknation.net/blog/chai/2008/04/17/entry-3
ความคิดเห็นที่ 22
officemom วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 17.15 น.