พิมพ์หน้านี้
|
แก๊สโซฮอล์ที่รัก มาถึงช่วงเข้าพรรษาอีกหน เขาบอกว่าให้งดเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลยพานคิดไปถึงว่า น่าจะเอาสสารที่ใช้ในการทำแอลกอฮอล์ มาทำแก๊สโซฮอล์ให้หมดเลยดีไหม ไหนๆ ก็ชื่อคล้ายๆ กันอยู่แล้ว... ซึ่งที่จริงทั้งคู่ก็มีส่วนผสมจากธรรมชาติบางตัวที่เหมือนๆ กันอยู่ ไม่ได้พูดเล่นนะครับเอาละครับ ตอนนี้ มาตรการที่บอกว่าบ้านเราคงจะรณรงค์เต็มสูบให้หันมาใช้แก๊สโซฮอล์ อี เทน หรือ E10 นั้นเป็นจริงเป็นจังแล้ว แต่หากถามว่าเวลานี้แก๊สโซฮอล์ (อันเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับเอทานอล) นั้นได้รับการยอมรับจากคนไทยมากน้อยแค่ไหน คงจะต้องบอกว่า ไม่มากอย่างที่ทางผู้เกี่ยวข้องอยากให้เป็นครับ สาเหตุคงจะมีหลักๆ อยู่ 2 ประการ ข้อแรกคือเรื่อง ส่วนต่างของราคาระหว่างน้ำมัน 95 กับเจ้า E10 ส่วนข้อที่ 2 นั้นคือ ความวิตกกังวลว่า สัดส่วนของเอทานอลที่มีความสามารถในการกัดกร่อนส่วนที่เป็นยางของรถยนต์นั้น จะมากัดรถยนต์ของตนเองเข้านั่นแหละครับ ที่ผ่านมาในช่วงกว่า 2 ปี ทางกระทรวงพลังงานเองก็ดี ทางผู้ประกอบการรถยนต์เองก็ดี ต่างก็ทยอยออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกันโดยต่อเนื่อง บริษัทน้ำมันก็เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แต่ท้ายที่สุด ผู้ใช้รถกลับบอกว่าไม่เป็นไรหรอกไม่เสี่ยง ขอใช้น้ำมัน 95 กันต่อไปน่ะดีแล้ว มีผู้รู้ท่านหนึ่งท่านกล่าวได้ดีครับว่า ที่คนไม่เชื่อน่ะไม่ใช่ว่าไม่เชื่อหรอกนะ เพียงแต่ว่าเขาได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงกัน เวลาท่าน (บริษัทน้ำมัน รถยนต์และกระทรวงพลังงาน) พูดก็บอกว่าใช้ได้ แต่ว่าเวลาไปศูนย์บริการ หรือไปแผนกบริการลูกค้า หรือว่าโทรศัพท์ไปตามบริษัทแล้วเจอ รีเซปชั่น กลับได้ยินแต่คำตอบที่สับสน หรือคำตอบที่บอกว่า "อย่าใช้เลย เสี่ยงเปล่าๆ เดี๋ยวมาลำบากพวกผมต้องซ่อมรถพี่อีก" หรือ พี่คะ อย่าเลยค่ะ หนูกลัวเดี๋ยวมีปัญหากับรถพี่แล้วหนูรับไม่ไหวเป็นงั้นไป ดังนั้นหากการรณรงค์จะสัมฤทธิผล บริษัทต่างๆ ก็ควรที่จะกวดขันเอาจริงเอาจังกับพนักงานในบริษัทด้วยนะครับว่า ต้องตอบอย่างหนักแน่นว่า รุ่นใดใช้ได้ รุ่นใดใช้ไม่ได้ คลุมเครือแบบนี้ลำบากครับ แถม โครงการอันเป็นนโยบายระดับชาติก็คงจะไม่ได้รุกคืบไปเลย... อันที่จริงต้องบอกว่าคนไทยบางทีอนุรักษนิยมมากครับ (กล่าวคือกลัวการเปลี่ยนแปลงมาก) แต่ต้องบอกว่าเราไม่ใช่ประเทศแรกที่จะใช้น้ำมันผสมระหว่าง 91 กับ เอทานอล เพราะว่าอเมริกานั้นเขาใช้กันมาตั้งแต่วิกฤตการณ์อ่าวเปอร์เซียเมี่อ 10 กว่าปีก่อนไปแล้ว เรียกว่าได้รับการพิสูจน์โดยตลาดที่ว่ากันว่าลูกค้าและผู้บริโภคมีเสียงดังมากกว่าผู้บริโภคในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก หากว่าได้รับการพิสูจน์ตรงนั้นมาแล้วก็น่าจะเบาใจได้ครับ ในแง่ทางเคมีแล้ว น้ำมันเบนซิน 95 กับ แก๊สโซฮอล์ นั้นมันก็แทบจะเหมือนกันเป๊ะอยู่แล้ว ต่างกันก็แค่ว่า ต้องเติมสารบางตัวเข้าไปเพื่อ ทำให้น้ำมันเบนซิน 91 กับ เอทานอลมันรู้จักและเข้าขากันได้เท่านั้นเอง ดังนั้น ใจกล้าๆ (กล้าเพื่อส่วนรวม) อย่ากลัวแก๊สโซฮอล์ครับ อีกอย่างแต่ละค่ายก็รณรงค์ภายในให้กับช่างเทคนิคและวิศวกรของท่านสักนิดนะครับ ประการที่น่าจะเก็บไว้คิดเล่นนะครับ.. ข้อแรกคือ ปริมาณการผลิตเอทานอลในประเทศ เมื่อปีก่อนเราคาดการณ์ว่า เรามีกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองตลาดรวมแค่ 10% ว่ากันว่าตอนนี้กำลังการผลิตเอทานอลนั้นสูงขึ้นมากแล้ว แต่การที่จะผลักดันให้ทั้งตลาดหันไปใช้แก๊สโซฮอล์ก็ต้องย้ำให้มั่นใจครับว่า เรามีกำลังการผลิตเพียงพอ... ประการที่ 2 เอาจริงเอาจังกับแก๊สโซฮอล์แล้วก็อย่าลืมการพัฒนาไบโอดีเซลเพิ่มเติมด้วยนะครับ เพราะลำพังแต่ตลาดน้ำมันเบนซินอย่างเดียวมันเป็นคำตอบที่ไม่ครบถ้วน 100% นั่นเองครับ หวังว่าอ่านบทความนี้แล้ว จะทำให้เราเริ่มต้นคิดถึง แก๊สโซฮอล์ พลังสะอาดบ้านเรามากขึ้นนะครับ ............ ปล. บทความนี้เขียนโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน อดีตผู้จัดการการตลาด และประชาสัมพันธ์ของ บีเอ็มดับเบิลยูไทยแลนด์ เมื่อปี 48 ยังทันสมัยอยู่แปะ เดี๋ยวนี้ ท่านวิทย์ ย้ายวิกไปอยู่ไทยพาณิชย์ ...แล้วครับ ผมเห็นว่าเหมาะ ในเวลานี้ ขอกันกลางอากาศเพื่อมา เผยแพร่ต่อ ..นะครับท่านวิทย์.. |